Skip to content

Mother Teresa: No Greater Love

'คุณแม่เทเรซา: ไม่มีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้'

คุณแม่เทเรซา: ไม่มีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ เป็นภาพยนตร์สารคดีที่นำมาสู่หน้าจอขนาดใหญ่ในกรุงโรมและวาติกัน มรดกและความรักที่อ่อนน้อมถ่อมตนและเสียสละที่มีร่วมกันทั่วโลกโดยนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตาและคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity) ซึ่งถูกผลิตขึ้นด้วยความขอบคุณโดยอัศวินแห่งโคลัมบัส (Knights of Columbus)

โดย เดโบราห์ แคสเทลลาโน่ ลูโบฟ (Deborah Castellano Lubov)
31 สิงหาคม 2022, 12:00 น.

“คุณแม่เทเรซา: ไม่มีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้” ไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นผลงานที่อบอุ่นและทรงพลังซึ่งบันทึกเรื่องราวอันกล้าหาญและถ่อมตนของนักบุญคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา ยี่สิบห้าปีหลังจากที่ท่านเสียชีวิต

ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งนำเสนอต่อสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสโดยอัศวินสูงสุดแห่งอัศวินแห่งโคลัมบัส (Supreme Knight of the Knights of Columbus) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถูกนำเสนอในสามเหตุการณ์ในกรุงโรมและวาติกันในสัปดาห์นี้

เห็นพระคริสต์ในทุกคน
ผลิตโดยอัศวินแห่งโคลัมบัสและถ่ายทำในห้าทวีป สารคดีนี้นำเสนอการเข้าถึงที่ไม่เคยมีมาก่อนในเอกสารสำคัญของสถาบันและการธรรมทูตของคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity)

ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงชีวิตทั้งชีวิตของคุณแม่เทเรซาและผลกระทบทั่วโลกมหาศาลที่คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity) ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ ขณะที่พวกเขาทำงานอย่างเป็นส่วนตัวและอย่างถ่อมตน เพื่อช่วย “คนจนที่สุดของคนจน” มองเห็น “พระคริสต์อยู่ในทุกๆคน” เสมอ

“คุณแม่เทเรซา: ไม่มีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้” จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐอเมริกาโดยฟาธอม อีเวนทส์ (Fathom Events) ในวันจันทร์และวันอังคารที่ 3-4 ตุลาคม

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “Saint Series” ของ ฟาธอม อีเวนทส์ (Fathom Events) ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นภาพยนตร์ที่รวบรวมเรื่องราวชีวิตของนักบุญคาทอลิก

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอในห้องสมุดภาพยนตร์วาติกัน (Filmoteca Vaticana), สาลา มาร์โคนี (Sala Marconi) ของวิทยุวาติกัน (Vatican Radio) และวิทยาลัยสังฆราชอเมริกาเหนือ (Pontifical North American College)

‘ดินสอในพระหัตถ์ของพระเจ้า’
เจ้าอธิการ (Rector) คนใหม่ของวิทยาลัยสังฆราชแห่งอเมริกาเหนือ (NAC) มงซินญอร์โธมัส พาวเวอร์ส (Monsignor Thomas Powers) เล่าถึงการเสด็จเยือนของคุณแม่เทเรซาว่า “แบบอย่างอันศักดิ์สิทธิ์และถ่อมตนได้ทิ้งผลกระทบอันยาวนานต่อชีวิตของผู้คนที่นั่น”

แพทริค เคลลี (Patrick Kelly) อัศวินสูงสุดแห่งอัศวินแห่งโคลัมบัส (The Supreme Knight of the Knights of Columbus) ได้พูดคุยกับสำนักข่าววาติกัน (Vatican News) เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้อัศวินเป็นผู้นำในความพยายามนี้ และยังระลึกถึงการมาเยือนสำนักงานใหญ่ของอัศวินในเมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต (Knights’ headquarters in New Haven, Connecticut)

“ผมนึกถึงตอนที่ท่านบอกว่าท่านเป็นดินสอในพระหัตถ์ของพระเจ้า” คุณเคลลี่กล่าว “นั่นมีความหมายกับผมมาก เพราะผมพยายามในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของผมที่จะยอมจำนนต่อพระเจ้า และพระเจ้าได้ทรงย้ายผมด้วยการเป็นอัศวินแห่งโคลัมบัสเพื่อเป็นผู้นำของอัศวินแห่งโคลัมบัส แต่ผมพยายามที่จะใช้ในวิธีที่ช่วยให้ผู้คนเป็นพยานถึงกิจเมตตาและทำในสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้เราทำจริงๆ และผมภาวนาเพื่อสิ่งนั้นทุกวัน”

นอกจากนี้ โจนาธาน รูมี (Jonathan Roumie) นักแสดงชื่อดังที่ฉายภาพยนตร์ของ NAC ยังได้ร่วมแสดงที่การฉายภาพยนตร์ของ NAC ซึ่งรับบทเป็นพระเยซูในละครโทรทัศน์เรื่อง ผู้ถูกเลือก / “The Chosen” ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง

เขาบอกกับสำนักข่าววาติกัน (Vatican News) ว่าได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ความทุกข์ทรมานอันยาวนาน” ของท่านมากขึ้น “คืนที่มืดมิดแห่งจิตวิญญาณของท่าน” ทำให้เขาประทับใจจริงๆ

“ผมไม่รู้ว่าชีวิตของท่านอยู่ได้นานขนาดนั้น และความจริงที่ว่าท่านมีนิมิตและได้ยินเสียงของพระเยซูตั้งแต่เนิ่นๆนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำ” เขากล่าว

คุณรูมี่ (Mr. Roumie) เรียกสารคดีนี้ว่า “น่าทึ่งจริงๆ” และ “ดลใจ” โดยบอกว่าเรื่องนี้ทำให้กระจ่างเกี่ยวกับชีวิตที่กล้าหาญและศักดิ์สิทธิ์ของท่าน และความเป็นนักบุญในที่สุด

เขายังแนะนำว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาวได้อย่างมาก

“ผมคิดว่าให้คนหนุ่มสาวได้สัมผัสเรื่องราวของท่านและประทับใจกับเรื่องราวของท่าน และสิ่งที่ท่านทำกับคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity) ผมคิดว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากค้นหาคำสั่งนี้ และต้องการเลียนแบบคุณสมบัติที่ท่านมี”

25 ปีในการ ‘ซึมซับ’ มรดกของท่าน
นอกจากนี้ เดวิด นากลิเอรี (David Naglieri) ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์อาวุโสของภาพยนตร์เรื่องนี้ บอกกับสำนักข่าววาติกัน (Vatican News) ว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เขามีส่วนร่วมในโครงการนี้

“เรามีเวลาถึง 25 ปีในการแยกแยะมรดกของคุณแม่เทเรซา” เขากล่าว โดยสังเกตเห็นข้อมูลมากมายเกี่ยวกับท่านที่ออกมาหลังจากการตายของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขา “ค้นคว้าเกี่ยวกับสาเหตุของการประกาศเป็นนักบุญ”

“พวกเขาพบจดหมายเหล่านี้ที่ท่านจะเขียนถึงที่ปรึกษาทางจิตวิญญาณของท่านเกี่ยวกับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่ท่านต้องเผชิญในคืนที่มืดมิดของจิตวิญญาณที่ไม่มีใครรู้จักในช่วงชีวิตของท่าน ดังนั้นภาพยนตร์จำนวนมากที่ทำขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้สำรวจพื้นที่เหล่านั้นจริงๆ ผมคิดว่าภาพยนตร์ของเราสามารถให้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทววิทยาที่ถูกต้องและเป็นกรอบการทำงานสำหรับข้อมูลบางส่วนที่ออกมาในภายหลัง”

‘ไม่ใช่ผู้แสวงหาการประชาสัมพันธ์’ ทั้งหมดเพื่อพระคริสต์
คุณนากลิเอรี (Mr. Naglieri) ยังได้แสดงแง่มุมอื่นที่ทำให้สารคดีแตกต่างออกไป กล่าวคือ “อภิสิทธิ์อันยิ่งใหญ่” สำหรับเขาและอัศวินแห่งโคลัมบัสที่จะ “เข้าถึงหลักธรรมทั้งหมดของคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity) อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

“คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity) ไม่ใช่ผู้แสวงหาการประชาสัมพันธ์ พวกเขาไม่ได้ออกไปหาผู้สร้างภาพยนตร์และคนดังหรือใครก็ตามที่จะเข้ามาในบ้านและดูสิ่งที่พวกเขาทำ พวกเขาทำเป็นการส่วนตัว พวกเขาทำเพื่อพระเยซู และพวกเขาทำให้ข้อยกเว้นที่หายากสำหรับอัศวินแห่งโคลัมบัสและทีมงานภาพยนตร์ของเรา”

ภาพยนตร์เรื่องนี้พาผู้ชมไปที่สลัม ที่ซึ่งพี่สาวน้องสาวรวมทั้งคุณแม่เทเรซาเองก็ถูกยิงที่ชิคาโก เพื่อรับใช้คนพื้นเมืองที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก ไปยังสลัมนอกรีโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) ที่ซึ่งพ่อค้ายาอาศัยอยู่ เขาแนะนำให้ไปที่ชายแดน โครงการ และพูดตรงๆ ไปยังสถานที่ต่างๆที่ไม่มีใครเคยไป

จิตสำนึกแห่งความเป็นจริงของคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity)
สถานที่ต่างๆเหล่านี้ เขากล่าวว่า “ให้ความรู้สึกถึงคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity) พันธกิจของพวกเขา และวิธีที่พวกเขายังคงสอนเราให้รักและรับใช้ผู้ยากไร้ที่ยากจนที่สุด”

คุณนากลิเอรี (Mr. Naglieri) เล่าว่าหลังจากท่านเสียชีวิตไป 25 ปี “คุณมีรุ่นน้องที่เรียนจบมหาวิทยาลัย เข้ามาทำงานที่ซึ่งเกิดหลังจากท่านเสียชีวิต ที่ไม่รู้เกี่ยวกับคุณแม่เทเรซาเหมือนรุ่นผม ที่ท่านอยู่ ดูทีวีและท่านกำลังเยี่ยมชมเมืองของคุณ และท่านก็มีหนังสือขายดี”

ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้คร่ำครวญถึงจำนวนครั้งที่ไม่จำเป็นต้องแนะนำให้รู้จักกับจิตวิญญาณและภารกิจของท่าน

บุคคลผู้เปลี่ยนแปลงที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจศรัทธาของเรา
“ความหวังของผมคือภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวคาทอลิกและผู้ที่ไม่ใช่ชาวคาทอลิก เพราะผมคิดว่าคุณแม่เทเรซามีความสามารถที่จะก้าวข้ามความแตกแยกทางภูมิศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม” เขากล่าว

“คุณแม่เทเรซาเป็นผู้เปลี่ยนแปลง ผมหวังว่าผู้คนจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตของท่าน ได้รับแรงบันดาลใจจากท่าน และเริ่มดำเนินชีวิตตามศรัทธาของพวกเขาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในแบบที่ท่านสอนเรา”

(ฟ. วีระ อาภรณ์รัตน์ แปล)

https://www.vaticannews.va/en/pope/news/2022-08/mother-teresa-no-greater-love-documentary-knights-of-columbus.html

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง