Skip to content

พ่อแม่ที่เผชิญความท้าทายเพื่อลูก คือวีรบุรุษ

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงให้สัมภาษณ์วาติกันมีเดียเกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และการเป็นประจักษ์พยานของนักบุญโยเซฟ ทรงเรียกนักบุญโยเซฟเป็นแบบอย่างของความเข้มแข็งและความอ่อนโยนสำหรับบิดาในปัจจุบัน
.
โดย อันเดรีย มอนดา (Andrea Monda) และ อเลสซานโดร จิซอตติ (Alessandro Gisotti)
13 มกราคม 2022, 15:00 น.
.
ปีนักบุญโยเซฟสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2021 แต่ความเอาใจใส่และความรักของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสที่มีต่อนักบุญองค์นี้ยังไม่สิ้นสุด และแท้จริงแล้วมีการเสริมสร้างความเข้มแข็งขึ้นอีกในการสอนคำสอน ซึ่งพระองค์ได้อุทิศให้กับบุคคลสำคัญผู้อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2021
.
ในส่วนของเรา หนังสือพิมพ์วาติกัน ลอสแซร์วาตอเร่ โรมาโน่ (L’Osservatore Romano) [ในภาษาอิตาลี] ได้ตีพิมพ์บทความรายเดือนตลอดปี 2021 ซึ่งครอบคลุมโดยเว็บไซต์ข่าววาติกัน (Vatican News website) ใน สมณลิขิต ด้วยหัวใจของบิดา (Patris Corde) เน้นที่แต่ละบทของสมณลิขิตเรื่องนักบุญโยเซฟ คุณลักษณะนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับบิดา แต่ยังรวมถึงเด็กและมารดาในการสนทนาเกี่ยวกับเจ้าบ่าวของพระนางมารีย์ กระตุ้นให้เราปรารถนาที่จะหารือกับสมเด็จพระสันตะปาปาเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องความเป็นพ่อและแง่มุมต่างๆ ความท้าทายและความซับซ้อน
.
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงตอบคำถามของเรา แสดงความรักต่อครอบครัว ความใกล้ชิดกับผู้ประสบความทุกข์ยาก และความสนใจบิดามารดาของพระศาสนจักรที่ทุกวันนี้ต้องเผชิญความยากลำบากมากมายเพื่อให้บุตรธิดามีอนาคต
.
ถาม: สมเด็จพระสันตะปาปา พระองค์ได้ทรงประกาศปีพิเศษที่อุทิศให้กับนักบุญโยเซฟ พระองค์ทรงเขียนสมณลิขิต ด้วยหัวใจของบิดา (Patris Corde) และพระองค์กำลังดำเนินการสอนคำสอน เป็นตอนๆที่อุทิศให้กับท่าน นักบุญโยเซฟมีความหมายต่อพระองค์อย่างไร?
.
พ่อไม่เคยซ่อนความรักที่พ่อมีต่อนักบุญโยเซฟ พ่อคิดว่ามาจากวัยเด็กของพ่อ จากการพัฒนาของพ่อ พ่อได้หล่อเลี้ยงการอุทิศตนเป็นพิเศษให้กับนักบุญโยเซฟอยู่เสมอเพราะพ่อเชื่อว่าท่านเป็นตัวแทนความเชื่อของคริสตชนที่ควรจะเป็นสำหรับเราแต่ละคนในวิธีที่สวยงามและเรียบง่าย อันที่จริงนักบุญโยเซฟเป็นคนธรรมดาและความศักดิ์สิทธิ์ของท่านประกอบด้วยการทำให้ตัวเองเป็นนักบุญผ่านสิ่งสวยงามและน่าเกลียดที่ท่านต้องประสบและเผชิญอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่าเราพบนักบุญโยเซฟในพระวรสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องราวของนักบุญมัทธิวและนักบุญลูกาในฐานะตัวเอกที่สำคัญของจุดเริ่มต้นของเรื่องราวแห่งความรอด แท้จริงแล้ว เหตุการณ์ที่เห็นการประสูติของพระเยซูนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ยากลำบาก เต็มไปด้วยอุปสรรค มีปัญหา การข่มเหง และความมืด และเพื่อที่จะมาหาพระบุตรของพระเจ้าที่ทรงบังเกิดในโลกนี้ พระเจ้าทรงวางพระนางมารีย์และนักบุญโยเซฟไว้ข้างพระองค์
.
ถ้าพระนางมารีย์เป็นผู้ให้กำเนิดพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์ นักบุญโยเซฟคือผู้ที่ปกป้องพระองค์ พิทักษ์พระองค์ หล่อเลี้ยงพระองค์ และทำให้พระองค์เติบโต เราสามารถพูดได้ว่าในตัวท่าน มีคนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก คนที่เป็นรูปธรรม คนที่รู้วิธีรับผิดชอบ ในแง่นี้คุณลักษณะสองประการรวมกันในนักบุญโยเซฟ ด้านหนึ่ง จิตวิญญาณที่เด่นชัดของท่าน ได้รับการแปลในพระวรสารผ่านเรื่องราวแห่งความฝัน เรื่องราวเหล่านี้เป็นพยานถึงความสามารถของนักบุญโยเซฟในการรู้วิธีฟังพระเจ้าตรัสกับใจของท่าน เฉพาะผู้ที่ภาวนาซึ่งมีชีวิตฝ่ายวิญญาณที่เข้มข้นเท่านั้นที่สามารถรู้วิธีแยกแยะพระสุรเสียงของพระเจ้าท่ามกลางเสียงอื่นๆมากมายที่อยู่ในเรา ด้านนี้ยังมีอีกประการหนึ่งคือ นักบุญโยเซฟเป็นคนที่เป็นรูปธรรม กล่าวคือ ชายผู้ประสบปัญหาในทางปฏิบัติอย่างมาก ผู้ซึ่งไม่เคยรับตำแหน่ง ถูกเป็นเหยื่อเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากและอุปสรรค ในทางกลับกัน ท่านมักจะมองตัวเองในมุมมองของการตอบสนอง การขานรับ การวางใจพระเจ้า และค้นหาวิธีแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
.
ถาม:การกลับมาสนใจนักบุญโยเซฟอีกครั้งในช่วงเวลาแห่งการทดลองครั้งใหญ่นี้มีความหมายพิเศษหรือไม่?
.
ช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เด่นชัดด้วยการระบาดของไวรัสโคโรน่า หลายคนกำลังทุกข์ทรมาน หลายครอบครัวกำลังเผชิญปัญหา หลายคนถูกไล่ล่าโดยความวิตกกังวลถึงความตาย อนาคตที่ไม่แน่นอน พ่อรู้สึกว่าในเวลานี้เป็นเรื่องยากมาก เราต้องการใครสักคนที่สามารถให้กำลังใจเรา ช่วยเรา สร้างแรงบันดาลใจให้เรา เพื่อที่จะเข้าใจว่าวิธีใดคือวิธีที่ถูกต้องในการรู้วิธีเผชิญกับช่วงเวลามืดมนเหล่านี้ นักบุญโยเซฟเป็นพยานที่สดใสในยามมืดมิด จึงเป็นเหตุให้สมควรที่จะหาที่ว่างสำหรับท่านในเวลานี้ เพื่อที่จะหาทางของเราอีกครั้ง
.
ถาม: ศาสนบริการของสมเด็จพระสันตะปาปา (Petrine Ministry) ของพระองค์เริ่มในวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งเป็นวันฉลองนักบุญโยเซฟ…
.
พ่อคิดเสมอว่าเป็นความกรุณาจากสวรรค์ที่สามารถเริ่มต้นศาสนบริการของสมเด็จพระสันตะปาปา ในวันที่ 19 มีนาคม พ่อคิดว่าในทางใดทางหนึ่ง นักบุญโยเซฟอยากจะบอกพ่อว่าท่านจะช่วยพ่อต่อไป เคียงข้างพ่อ และพ่อจะคิดว่าท่านเป็นเพื่อนที่พ่อติดต่อได้ซึ่งพ่อไว้ใจได้ พ่อสามารถขอร้องอ้อนวอนและภาวนาเพื่อพ่อได้ แต่แน่นอน ความสัมพันธ์นี้ซึ่งมาจากสหพันธ์นักบุญ ไม่ได้สงวนไว้สำหรับพ่อเพียงคนเดียว พ่อคิดว่าสามารถช่วยหลายคน นี่คือเหตุผลที่พ่อหวังว่าปีที่อุทิศให้กับนักบุญโยเซฟจะทำให้หัวใจของคริสตชนหลายคนค้นพบคุณค่าอันลึกซึ้งของสหพันธ์นักบุญซึ่งไม่ใช่การมีส่วนร่วมที่เป็นนามธรรม แต่เป็นการมีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมซึ่งแสดงออกในความสัมพันธ์ที่เป็นรูปธรรมและมีผลที่เป็นรูปธรรม
.
ถาม: ในบทความหนังสือพิมพ์ของเราเกี่ยวกับ สมณลิขิต ด้วยหัวใจของบิดา (Patris Corde) ในปีพิเศษที่อุทิศให้กับนักบุญโยเซฟ เราเชื่อมโยงชีวิตของนักบุญเข้ากับชีวิตของบิดา แต่ยังรวมถึงลูกๆในปัจจุบันเช่นกัน ลูกในวันนี้ บิดาของวันพรุ่งนี้ จะได้รับอะไรจากการเสวนากับนักบุญโยเซฟ?
.
คนหนึ่งไม่ได้เกิดมาเป็นพ่อ แต่เราทุกคนเกิดมาเป็นลูกอย่างแน่นอน นี่คือสิ่งแรกที่เราต้องพิจารณา นั่นคือ เราแต่ละคน นอกเหนือจากทุกสิ่งที่ชีวิตสงวนไว้สำหรับเราแล้ว อย่างแรกเลยคือลูกชายหรือลูกสาว ที่ฝากฝังไว้กับคนที่มาจากความสัมพันธ์ที่สำคัญที่ทำให้พวกเขาเติบโต และนั่นมีอิทธิพลต่อพวกเขาให้ดีขึ้นหรือแย่ลง การมีความสัมพันธ์นี้และตระหนักถึงความสำคัญในชีวิตหมายถึงการเข้าใจว่าวันหนึ่งเมื่อเรามีความรับผิดชอบต่อชีวิตของใครคนหนึ่ง นั่นคือ เมื่อเราต้องใช้ความเป็นพ่อ เราจะนำประสบการณ์ที่เรามีมาด้วยตัวเองก่อน และเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสามารถไตร่ตรองถึงประสบการณ์ส่วนตัวนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำๆซากๆ และเพื่อรักษาคุณค่าของสิ่งสวยงามที่เราได้พบเจอ พ่อเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของการเป็นพ่อที่นักบุญโยเซฟมีกับพระเยซู มีอิทธิพลต่อชีวิตของพระองค์อย่างมาก จนถึงจุดที่การเทศนาของพระเยซูในอนาคตเต็มไปด้วยภาพและการอ้างอิงที่มาจากจินตภาพของบิดาอย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น พระเยซูทรงตรัสว่าพระเจ้าเป็นพระบิดาและข้อความนี้ไม่สามารถทำให้เราเฉย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรานึกถึงประสบการณ์ส่วนตัวของมนุษย์ในการเป็นพ่อ นี่หมายความว่านักบุญโยเซฟเป็นบิดาที่ดีอย่างยิ่ง ที่พระเยซูทรงพบว่าความรักและความเป็นบิดาของชายผู้นี้เป็นข้ออ้างอิงที่สวยงามที่สุด ที่พระองค์จะทรงมอบให้กับพระเจ้าได้ เราสามารถพูดได้ว่าลูกในวันนี้ซึ่งจะกลายเป็นพ่อของวันพรุ่งนี้ควรถามตัวเองว่าพวกเขามีพ่อแบบไหนและอยากเป็นพ่ออย่างไร พวกเขาไม่ควรปล่อยให้บทบาทของความเป็นพ่อเป็นผลมาจากความบังเอิญหรือผลที่ตามมาจากประสบการณ์ในอดีต แต่ควรตัดสินใจด้วยความตระหนักรู้ถึงวิธีที่จะรักใครสักคน วิธีการรับผิดชอบใครคนหนึ่ง
.
ถาม: บทสุดท้ายของ สมณลิขิต ด้วยหัวใจของบิดา (Patris Corde) พูดถึงนักบุญโยเซฟในฐานะบิดาผู้อยู่เบื้อหลังดุจเงา พ่อที่รู้วิธีอยู่แต่ปล่อยให้ลูกเติบโตอย่างอิสระ เป็นไปได้ไหมในสังคมที่ดูเหมือนว่าจะให้รางวัลเฉพาะผู้ที่ใช้พื้นที่และมองเห็นเท่านั้น?
.
หนึ่งในแง่มุมที่สวยงามที่สุดของความรัก ไม่ใช่เพียงความเป็นพ่อเท่านั้น แท้จริงแล้วคืออิสรภาพ ความรักมักสร้างอิสรภาพ ความรักไม่ควรกลายเป็นห้องขัง การครอบครอง นักบุญโยเซฟแสดงให้เราเห็นถึงความสามารถของท่านในการดูแลพระเยซูโดยที่ไม่เคยครอบครองพระองค์ โดยไม่ต้องการจัดการกับพระองค์ โดยไม่เคยต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากพันธกิจของพระองค์ พ่อคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการทดสอบความสามารถในการรักของเรา และความสามารถของเราในการรู้วิธีที่จะถอยหลัง บิดาดีเมื่อเขารู้วิธีถอยห่างตัวเองในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกของเขาได้ปรากฏตัวพร้อมกับความงามของเขา ด้วยเอกลักษณ์ของเขา ด้วยการเลือกของเขา และด้วยกระแสเรียกของเขา ในแง่นี้ ในทุกความสัมพันธ์ที่ดี เราต้องเลิกล้มความตั้งใจที่จะกำหนดจากที่สูง ภาพลักษณ์ ความคาดหวัง การมองเห็นที่ชัดเจน เติมเต็มฉากด้วยตัวเอกที่มากเกินไป ลักษณะเฉพาะที่ “เหมือนนักบุญโยเซฟ” ทั้งหมดของการรู้วิธีหลีกหนี ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่สามารถหลุดเข้าไปอยู่ในอันดับที่สอง อาจเป็นแง่มุมที่ชี้ขาดที่สุดของความรักที่นักบุญโยเซฟมีต่อพระเยซู ในแง่นี้นักบุญโยเซฟเป็นตัวละครที่สำคัญมาก พ่อกล้าพูดเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวประวัติของพระเยซูเพราะถึงจุดหนึ่งท่านรู้วิธีที่จะก้าวออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อให้พระเยซูสามารถส่องแสงในกระแสเรียกของพระองค์ ในทุกพันธกิจของพระองค์ เมื่อได้เห็นภาพลักษณ์ของนักบุญโยเซฟ เราต้องถามตัวเองว่าเราสามารถรู้วิธีที่จะก้าวถอยหลัง ยอมให้อีกฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มอบให้ด้วยความศรัทธา เพื่อค้นหาจุดอ้างอิงในตัวเรา แต่ไม่เคยเป็นอุปสรรค
.
ถาม: หลายครั้งที่พระองค์ตรัสว่าความเป็นพ่อกำลังเผชิญวิกฤติในวันนี้ อะไรที่สามารถทำได้ พระศาสนจักรสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อกระชับความสัมพันธ์แบบพ่อ-ลูกที่เป็นพื้นฐานสำหรับสังคมอีกครั้ง?
.
เมื่อเรานึกถึงพระศาสนจักร เราคิดว่าพระศาสนจักรเป็นเหมือนแม่ ซึ่งไม่ผิดอย่างแน่นอน หลายปีที่ผ่านมา พ่อพยายามเน้นมุมมองนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นวิธีการใช้ความเป็นแม่ของพระศาสนจักรซึ่งก็คือความเมตตา นั่นคือความรักที่สร้างและให้กำเนิดชีวิตใหม่ การให้อภัยและการคืนดีกันไม่ใช่วิธีที่ทำให้เรากลับมายืนได้อีกครั้งหรือ? ไม่ใช่วิธีการที่เราเพิ่งได้รับชีวิตใหม่เพราะเราได้รับโอกาสอีกครั้งหรือ? ไม่มีพระศาสนจักรของพระเยซูคริสต์หากไม่มีความเมตตา! อย่างไรก็ตาม พ่อคิดว่าเราควรมีความกล้าที่จะบอกว่าพระศาสนจักรไม่ควรเป็นเพียงความเป็นแม่เท่านั้น แต่ยังเป็นบิดาด้วย พระศาสนจักรถูกเรียกให้ทำหน้าที่บิดา ไม่ใช่พันธกิจเกี่ยวกับบิดา และเมื่อพ่อบอกว่าพระศาสนจักรต้องค้นพบแง่มุมของความเป็นบิดาอีกครั้ง พ่อกำลังพูดถึงความสามารถที่เป็นบิดาโดยสมบูรณ์ในการวางลูกให้อยู่ในสภาพที่จะรับหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อใช้เสรีภาพในการตัดสินใจเลือก ในแง่หนึ่ง หากความเมตตารักษาเรา ฟื้นฟูเรา ปลอบโยนเรา หนุนใจเรา ในทางกลับกัน ความรักของพระเจ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การให้อภัยและการรักษา แต่ความรักของพระเจ้ากระตุ้นเราให้ตัดสินใจ ออกทะเล
.
ถาม: บางครั้งความกลัว ยิ่งในช่วงเวลาของโรคระบาดใหญ่ ดูเหมือนจะทำให้การก้าวกระโดดครั้งนี้เป็นอัมพาต…
.
ใช่ ครั้งนี้ในประวัติศาสตร์เป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตได้ คนหนุ่มสาวของเรามักกลัวที่จะตัดสินใจ ที่จะเลือก ที่จะเสี่ยง พระศาสนจักรไม่ได้เป็นเช่นนั้นเฉพาะเมื่อตอบว่าใช่หรือไม่เท่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดเมื่อสนับสนุนและทำการเลือกครั้งใหญ่ที่เป็นไปได้ และทุกทางเลือกมักมีผลตามมาและมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่บางครั้งเนื่องจากความกลัวผลที่ตามมาและความเสี่ยง เราจึงเป็นอัมพาตและเราไม่สามารถทำอะไรหรือตัดสินใจใดๆได้ บิดาที่แท้จริงไม่ได้บอกคุณว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเสมอ แต่ถึงแม้ว่าคุณจะพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่สิ่งต่างๆไม่เป็นไปด้วยดี คุณก็จะสามารถเผชิญหน้าและดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีได้ แม้กระทั่งช่วงเวลาเหล่านั้น ความล้มเหลวเหล่านั้น บุคคลที่เป็นผู้ใหญ่นั้นไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยชัยชนะ แต่โดยวิธีที่พวกเขารู้วิธีที่จะประสบกับความล้มเหลว มันเป็นประสบการณ์อย่างแน่นอนในการล้มและความอ่อนแอที่สามารถจดจำลักษณะของบุคคลได้
.
ถาม: ความเป็นบิดาฝ่ายจิตวิญญาณมีความสำคัญมากสำหรับพระองค์ บาทหลวงจะเป็นบิดาได้อย่างไร?
.
เรากำลังพูดก่อนหน้านี้ว่าไม่ควรมองข้ามความเป็นพ่อ เราไม่ได้เกิดมาเป็นพ่อ ที่ดีที่สุดกลายเป็นหนึ่ง ในทำนองเดียวกัน บาทหลวงไม่ได้เกิดมาเป็นพ่อแล้ว แต่ต้องเรียนรู้ทีละน้อยโดยเริ่มแรกด้วยการตระหนักว่าตนเองเป็นบุตรของพระเจ้า แต่หลังจากนั้นก็เป็นบุตรของพระศาสนจักรด้วย และพระศาสนจักรก็ไม่ใช่แนวคิดที่เป็นนามธรรม พระศาสนจักรจะเป็นใบหน้าของใครบางคน สถานการณ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเราสามารถตั้งชื่อได้อย่างแม่นยำ เราได้รับความเชื่อของเราเสมอผ่านความสัมพันธ์กับใครบางคน ความเชื่อของคริสตชนไม่ใช่สิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากหนังสือหรือโดยการให้เหตุผลง่ายๆ แต่เป็นหนทางอัตถิภาว นิยม [การดำรงชีวิตของมนุษย์] (an existential passage) ที่ผ่านความสัมพันธ์ของเรา ประสบการณ์ความเชื่อของเรามักเกิดขึ้นจากการเป็นประจักษ์พยานของใครบางคน เราต้องถามตัวเองว่าเรารู้สึกขอบคุณคนเหล่านี้อย่างไร และเหนือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าเราจะรักษาความสามารถที่สำคัญนี้ไว้เพื่อทราบวิธีแยกแยะว่าสิ่งใดสามารถผ่านพ้นไปได้ที่ไม่ดีนัก ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณก็ไม่ต่างจากชีวิตมนุษย์มากนัก หากพ่อที่ดีมีมนุษยธรรมเป็นเช่นนี้เพราะเขาช่วยให้ลูกเป็นตัวของตัวเอง ทำให้เสรีภาพของเขาเป็นไปได้และกระตุ้นให้เขาตัดสินใจครั้งใหญ่ แล้วพ่อทางจิตวิญญาณก็ไม่เท่าเทียมกันเมื่อเขาทดแทนมโนธรรมของคนที่ได้รับมอบหมายแก่เขา ไม่ใช่เมื่อเขาตอบคำถามที่คนเหล่านี้มีอยู่ในใจ ไม่ใช่เมื่อเขาครอบงำชีวิตของผู้ที่ได้รับมอบหมาย แต่เมื่ออยู่ในทางที่สุขุมรอบคอบและในขณะเดียวกันก็สามารถแสดงหนทางได้ ให้การตีความที่แตกต่างกัน ช่วยในการแยกแยะ
.
ถาม: สิ่งใดจำเป็นเร่งด่วนที่สุดในปัจจุบันในการเสริมสร้างมิติทางจิตวิญญาณของความเป็นบิดา?
.
ความเป็นบิดาทางจิตวิญญาณเป็นของขวัญที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะจากประสบการณ์ บิดาทางจิตวิญญาณไม่สามารถแบ่งปันทักษะทางทฤษฎีของเขาได้มากนัก แต่เหนือสิ่งอื่นใดประสบการณ์ส่วนตัวของเขา ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเขาจะเป็นประโยชน์กับเด็ก มีความเร่งด่วนอย่างมากในประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้ ของความสัมพันธ์ที่มีความหมายซึ่งเราสามารถนิยามได้ว่าเป็นความเป็นบิดาทางจิตวิญญาณ แต่ขอให้พ่อได้พูด เรื่องการเป็นแม่ทางจิตวิญญาณด้วย เพราะบทบาทของการเป็นผู้ก้าวเดินไปด้วยกันไม่ใช่อภิสิทธิ์ของผู้ชายหรือของบาทหลวงเท่านั้น มีสตรีที่ศรัทธาที่ดีหลายคน สตรีที่อุทิศตนแล้ว แต่ยังมีฆราวาสชายหญิงอีกหลายคนที่มีประสบการณ์มากมายที่พวกเขาสามารถแบ่งปันกับผู้อื่นได้ ในแง่นี้ ความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่เราต้องค้นพบใหม่ ด้วยความพยายามครั้งใหม่ในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นี้ โดยไม่เคยสับสนกับเส้นทางอื่นๆที่มีลักษณะทางจิตวิทยาหรือธรรมชาติบำบัด
.
ถาม: ท่ามกลางผลที่น่าเศร้าของโควิด ยังมีการสูญเสียงานของบิดาหลายคนด้วย พระองค์ต้องการบอกอะไรกับบิดาเหล่านี้ที่กำลังประสบความยากลำบาก?
.
พ่อรู้สึกใกล้ชิดกับความทุกข์ทรมานของครอบครัวเหล่านั้น ของบิดาและมารดาที่ประสบปัญหาโดยเฉพาะ ซึ่งเลวร้ายลง เหนือสิ่งอื่นใดเนื่องจากการระบาดใหญ่ พ่อคิดว่าการไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้อื่น เป็นความทุกข์ที่ยากจะเผชิญ ในเรื่องนี้ คำภาวนาของพ่อ ความใกล้ชิดของพ่อ แต่การสนับสนุนทั้งหมดของพระศาสนจักรมีไว้สำหรับคนเหล่านี้ สำหรับผู้ที่ต่ำต้อยน้อยที่สุดเหล่านี้ แต่พ่อยังนึกถึงบิดาหลายคน มารดาหลายคน และหลายครอบครัวที่หนีสงคราม ซึ่งถูกปฏิเสธที่ชายแดนของยุโรปและที่อื่นๆ ผู้ซึ่งประสบกับสถานการณ์แห่งความทุกข์ทรมานและความอยุติธรรม และไม่มีใครสนใจอย่างจริงจังหรือเพิกเฉย พ่ออยากบอกกับบิดาเหล่านี้ กับมารดาเหล่านี้ สำหรับพ่อ พวกเขาคือวีรบุรุษเพราะพ่อเห็นความกล้าหาญของผู้ที่เสี่ยงชีวิตเพื่อความรักลูกๆ เพื่อความรักต่อครอบครัวของพวกเขา พระนางมารีย์และนักบุญโยเซฟประสบกับการถูกเนรเทศแบบนี้เช่นกัน การทดลองครั้งนี้ต้องหนีไปต่างแดนเนื่องจากความรุนแรงและอำนาจของกษัตริย์เฮโรด ความทุกข์ยากทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับพี่น้องเหล่านี้ซึ่งกำลังประสบกับการทดลองแบบเดียวกันในทุกวันนี้ ขอให้บิดาเหล่านี้หันไปหานักบุญโยเซฟด้วยความวางใจ โดยรู้ว่าในฐานะบิดา ท่านเองก็มีประสบการณ์แบบเดียวกัน มีความอยุติธรรมเช่นเดียวกัน และพ่ออยากบอกพวกเขาทั้งหมดและครอบครัวของพวกเขาว่า อย่ารู้สึกโดดเดี่ยว! สมเด็จพระสันตะปาปาทรงระลึกถึงพวกเขาเสมอ พระองค์จะทรงส่งเสียงต่อไป และจะไม่ทรงลืมพวกเขา

(+ ฟ. วีระ อาภรณ์รัตน์ แปล)

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง