สมัชชาบิชอปจะเริ่มในทุกสังฆมณฑล

ในเดือนตุลาคม  ค.ศ.2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจะเปิดการก้าวเดิน 3 ปี  ใน3 ระดับ คือระดับสังฆมณฑล-ประเทศ   ระดับทวีป   และ  ระดับสากล  สู่สมัชชาบิชอป เรื่อง การก้าวเดินไปด้วยกัน : ความสนิทสัมพันธ์  การมีส่วนร่วม  และพันธกิจ  ในเดือนตุลาคม 2023    โดยวันที่ 9-10 ตุลาคม  2021 พระองค์จะทำพิธีเปิดที่กรุงวาติกัน

  1. ในระดับสังฆมฑล : การปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมของประชากรของพระเจ้า ทุกสังฆ

มณฑล  ทั่วโลก  พระสังฆราชของสังฆมณฑลเป็นประธานในพิธี ในวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2021 (วันแพร่ธรรมสากล)

          จุดประสงค์เพื่อปรึกษาประชากรของพระเจ้า  ตอบแบบสอบถาม และคู่มือ (Vademecum) เอกสารที่สำนักเลขาธิการสมัชชาจะเสนอให้สังฆมณฑล  เจ้าคณะนักบวช  หน่วยงานฆราวาสนานาชาติ  และคณะเทววิทยาในมหาวิทยาลัยคาทอลิก

            พระสังฆราชจะแต่งตั้งตัวแทนรับผิดชอบของสังฆมณฑล  เพื่อประสานงานกับสภาพระสังฆราชระดับชาติ  และสภาฯจะแต่งตั้งตัวแทนหรือทีมประสานงานกับเลขาธิการสมัชชาที่วาติกัน

            ผลของสมัชชาระดับสังฆมณฑลจะถูกส่งไปยังสภาสังฆราชของตน    บรรดาสังฆราชจะไตร่ตรอง  และสรุปภายในเดือนเมษายน  2022 และส่งไปยังเลขาธิการสมัชชา และเอกสารเครื่องมือการทำงาน จะถูกส่งกลับมาให้ทุกสังฆมณทลในเดือนกันยายน 2022

  1. ระดับทวีป : เสวนา และการไตร่ตรอง   ระหว่างเดือนกันยายน 2022 ถึง มีนาคม 2023
  2. ระดับสากล : ตัวแทนบรรดาบิชอปทั่วโลก จะไปประชุมที่กรุงโรม  ในเดือนตุลาคม 2023

            สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ปรับปรุงกระบวนการนี้ในปี ค.ศ. 2018 แล้ว

            สมัชชาสังฆมณฑล  ตามประมวลกฎหมายพระศาสนจักร  มาตรา.462 วรรค.2 กล่าวว่า

 –      พระสังฆราชสังฆมณฑลเป็นประธานสมัชชาสังฆมณฑล

 –      ท่านสามารถมอบให้อุปสังฆราช  หรือ  ผู้ช่วยสังฆราช  ทำหน้าที่เป็นประธานของแต่ละวาระ

ในการประชุมสมัชชาได้

            สมาชิกของสมัชชา (ม.463) มีดังต่อไปนี้

  1. พระสังฆราช
  2. อุปสังฆราช ผู้ช่วยพระสังฆราช  และผู้ช่วยฝ่ายอรรถคดี
  3. คณะสงฆ์ประจำอาสนวิหาร
  4. สมาชิกสภาสงฆ์
  5. คริสตชนฆราวาส และสมาชิกสถาบันชีวิตที่ถวายแล้ว  คัดเลือกโดยสภาอภิบาล  ตามวิธีการ  และจำนวนที่พระสังฆราชกำหนด
  6. อธิการสามเณราลัยใหญ่ของสังฆมณทล
  7. พระสงฆ์หัวหน้าเขต
  8. พระสงฆ์อย่างน้อย 1 องค์ ที่คัดเลือกจากเขตปกครองแต่ละแห่ง
  9. อธิการบางองค์ของสถาบันนักพรต และคณะชีวิตแพร่ธรรมที่มีบ้านอยู่ในสังฆมณฑล  คัดเลือกตามวิธีการ  และจำนวนที่พระสังฆราชสังฆมณฑลกำหนด

            ถ้าพระสังฆราชสามารถเห็นว่าเหมาะสมก็สามารถเชิญศาสนาจารย์นิกายอื่นเป็นผู้สังเกตการณ์ได้

(ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์)

Recommended Posts