สมณกระทรวงเพื่อสถาบันชีวิตผู้ถวายตัว และสมาพันธ์เพื่อชีวิตการแพร่ธรรม

การเป็นประจักษ์พยานถึงความสวยสดงดงามของพระเจ้าโอกาสครบรอบ 25 ปี
ของการประกาศสมณสาส์นเตือนใจ “ชีวิตผู้ถวายตัว” (Vita Consacrata – VC)

เจริญพรมายังบรรดานักบวช พี่น้องชายหญิงผู้ถวายตัว

        เราขอขอบคุณพวกท่านเสมอ “สำหรับพระหรรษทานที่พระเจ้าทรงมอบให้ท่านในพระเยซูคริสต์ เพราะในพระองค์ท่านได้รับความมั่งคั่งสมบูรณ์ในทุกกรณี” และ “ท่านถูกเรียกให้ติดตามพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์พระเจ้าของเรา” (คร. 1: 4) ในช่วงเวลาที่เรียกว่าภาวะวิกฤตนี้เรายืนหยัดในความเอื้ออาทรกับทุกคน “ในความทุกข์ยากและความยืนหยัดมั่นคง” (เทียบ วว. 1: 9) นี่ไม่ใช่เพียงแค่เพราะโรคระบาด แต่ที่สำคัญเพราะสิ่งที่ตามมาซึ่งมีผลกระทบต่อพวกเราอย่างรุนแรงในกิจกรรมประจำวันทางด้านสังคมและชุมชนพระศาสนจักร ผู้ถวายตัวชายหญิงถูกเรียกร้องให้ต้องปลุกทุกคนให้มีจิตสำนึกถึงความหวัง

        เราไม่ต้องการให้โอกาสครบรอบปีที่ 25 (25 มีนาคม 1996) ของสมณสาส์นเตือนใจพระสันตะปาปานักบุญจอห์น พอลที่ 2 เรื่อง “ชีวิตผู้ถวายตัว” (Vita Consacrata) อันเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากการไตร่ตรองในการประชุมใหญ่ซีน็อดของบรรดาบิชอป ที่ได้มีการประชุมกันในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1994 ต้องผ่านไปโดยไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ ในเอกสารดังกล่าวบรรดาบิชอปย้ำกันบ่อยๆว่า “ชีวิตผู้ถวายตัวเป็นหัวใจของพระศาสนจักรดุจปัจจัยสำคัญสำหรับสหพันธ์ของตน [,,,] เป็นของขวัญอันล้ำค่าและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตแห่งประชากรของพระเจ้า” (Vita Consacrata, ข้อ 3)

        ในโอกาสนี้เราทำให้เป็นคำภาวนาของพวกเราและเป็นการขอบคุณที่แสดงออกโดยพระดำรัสของพระสันตะปาปาฟรานซิส “ข้าแต่พระเจ้า ความรอดของข้าพเจ้ามาจากพระองค์ มือของข้าพเจ้ามิได้ว่างเปล่า ซึ่งเปี่ยมด้วยพระหรรษทานของพระองค์ การรู้จักที่จะเห็นพระหรรษทานของพระองค์เป็นก้าวแรก (บทเทศน์ 2 กุมภาพันธ์ 2020) การมองย้อนหลังและการนำมาอ่านทบทวนใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตนเองคือการเห็นว่านี่เป็นของขวัญที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า ไม่ใช่ด้วยสายตาของพวกเราเท่านั้นแต่ด้วยสายตาของประชาสัตบุรุษด้วย” (Viata Consacrata, ข้อ 1) ในการรับรู้ว่าพระธรรมล้ำลึกแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้าทำงานในประวัติศาสตร์ของพวกเราและรอคอยวันที่จะสำเร็จไปในสวรรค์ (Ivi)

ต่อพระพักตร์พระเจ้าเพื่อชาวโลก

        สมณสาส์นเตือนใจ “ชีวิตผู้ถวายตัว” (Vita Consacrata) ได้ถูกตีพิมพ์ออกมาในช่วงเวลาที่ไม่มีความแน่นอน ในยุคที่สังคมมีความอ่อนแอ ระส่ำระส่าย สับสนวุ่นวาย และไม่มีการเอาจริงเอาจังกัน ความแน่นอนแห่งความเป็นอัตลักษณ์ของชีวิตผู้ถวายตัวถูกจำกัดความจึงเป็นสิ่งแปลก  “ภาพลักษณ์ของพระเยซูคริสต์ผู้เปลี่ยนโฉมพระวรกาย” (Vita Consacrata, ข้อ 14) ซึ่งเผยให้เห็นพระสิริมงคลและพระพักตร์ของพระบิดาในความสง่างามด้วยพระสิริรุ่งโรจน์ของพระจิต ชีวิตผู้ถวายตัวจึงเป็นดุจ “Confessio Trinitatis” (การน้อมรับในพระตรีเอกภาพ) ความจริงในการครุ่นคิด ณ จุดนี้ไม่เพียงแค่จะให้พื้นฐานแห่งความเป็นอัตลักษณ์ของผู้ถวายตัวเท่านั้น ทว่าเพื่อที่จะมอบวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของอัตลักษณ์ที่ผนึกพระเจ้ากับมนุษย์ไว้ด้วยกันโดยรับรู้ถึงการเชื่อมสัมพันธ์อันล้ำลึกและรุ่งโรจน์ระหว่างการเสด็จขึ้นลง ระหว่างความสูงส่งเหนือธรรมชาติและการจุ่มตัวลงไปในความว่างเปล่า (kenotic) เกี่ยวกับความงดงามบนขอบเขตทุกอย่างที่เป็นมนุษย์ ระหว่างความดีงามสูงสุดที่จะต้องพิศเพ่งและความยากจนที่จะต้องบริการรับใช้

        ผลตามมาที่มีคุณค่าจะตามมาจากการเห็นการณ์ไกลที่บังเกิดผลนี้

พลังแห่งความสัมพันธ์

        ชีวิตผู้ถวายตัว (Vita consacrata) เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ อันเป็นความสัมพันธ์ที่ผ่านชีวิตเข้ามาของผู้ที่ดูแลผู้อื่น เป็นประจักษ์พยานที่ไม่ใช่ลักษณะธรรมดา แต่เป็นความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกันที่ดำเนินชีวิตและชื่นชมในสิ่งที่ตนเองประกาศ นี่เป็นความศักดิ์สิทธิ์ของทุกคนในคณะฯ ไม่ใช่ความโดดเดี่ยวที่ครบครัน แต่เป็นของคนบาปผู้น่าสงสารที่แบ่งปันและมอบให้กันและกันซึ่งความเมตตาและความเข้าใจ นี่เป็นการถวายตัวที่ไม่ได้ขัดแย้งกับคุณค่าของโลกและความกระหายสากลเพื่อความสุข แต่ตรงกันข้ามชีวิตจะเผยให้เห็นถึงความยากจน ความบริสุทธิ์ ความนบนอบและสิ่งที่มนุษย์พึงมี นี่เป็นระบบเศรษฐกิจที่แท้จริงในเงื่อนไขของความเป็นมนุษย์ ให้ความหมายและความสมดุลกับชีวิต เป็นความสมานฉันและเสรีภาพในความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ เป็นการป้องกันการใช้อำนาจไปในทางที่ผิด แต่เป็นภาวะเสริมสร้างความเป็นพี่น้องกัน และมอบความสวยงามให้แก่กัน… ทุกวันนี้ชีวิตผู้ถวายตัวจะต้องรับรู้ถึง “ความยากจนกว่าในยุคก่อน” แต่จะดำเนินชีวิตในพระหรรษทานซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่ากับพระศาสนจักร และกับโลก กับผู้ที่มีความเชื่อและผู้ที่ไม่มีความเชื่อ กับผู้ที่เผชิญความทุกข์และอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ความรู้สึกของพระบุตร

        มุมมองพิเศษในมิติแห่งความสัมพันธ์ดูเหมือนจะไปถึงจุสูงสุดเมื่อเอกสารนี้พูดถึงเรื่องของการอบรม ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงความสัมพันธ์ใดๆ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่นำพวกเราไปสู่ความรู้สึกเดียวกันเฉกเช่นพระบุตรผู้ทรงนบนอบ ผู้รับใช้ที่เผชิญความทุกข์ และเป็นลูกแกะที่บริสุทธิ์

        โดยแก่นแท้แล้วนี่ไม่ใช่ปัจจัยใหม่เมื่อพิจารณาว่าในอดีตพวกเราพูดถึงความสัมพันธ์นั้นว่าเป็นการติดตาม การค้นหา และการเลียนแบบฉบับพระเยซูคริสต์ ณ จุดนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่มากไปกว่านั้นอีก ซึ่งในบางมุมก็เป็นของใหม่ที่ถูกนำมามอบให้แก่โลก (เทียบ ฟป. 2: 5)  อันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ก้าวขึ้นไปถึงระดับที่เข้มข้นและล้ำลึกที่จะพบในตัวตนเองอย่างดีถึงความรู้สึกละเอียดอ่อนกับองค์พระบุตร ซึ่งในทางกลับกันก็จะพบกับภาพพจน์และการอวตารแห่งความรู้สึกละเอียดอ่อนของพระบิดาเจ้า พวกเราคริสตชนเชื่อในพระเจ้าที่มีความรู้อันละเอียดอ่อน พระองค์ได้ยินเสียงของผู้ที่ถูกกดขี่และทรงฟังเสียงร้องวิงวอนของหญิงม่าย พระองค์ทรงยอมรับความทุกข์พร้อมกับและเพื่อมวลมนุษย์ พวกเราต้องเชื่อว่าชีวิตผู้ถวายตัวพร้อมกับพระพรพิเศษหลายประการของตนคือการแสดงออกถึงความรู้สึกอันละเอียดอ่อนนี้ อาจกล่าวได้ว่าแต่ละสถาบันจะเน้นเรื่องพระพรพิเศษของตนเองว่าเป็นความรู้สึกของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพราะเหตุนี้การอบรมที่บ่งไว้ในคำเตือนใจในฐานะที่เป็นกระบวนการอันจะนำไปสู่ทิศทางดังกล่าว เพื่อที่จะได้มีความรู้สึกเดียวกัน อารมณ์เดียวกัน ความรู้สึกละเอียดอ่อนเดียวกัน ความรักเดียวกัน ความปรารถนาเดียวกัน รสนิยมเดียวกัน วัตถุประสงค์เดียวกันท ความฝันเดียวกัน การแสดงออกเดียวกัน ความหลงไหลเดียวกัน… กับพระบุตรซึ่งเป็นผู้รับใช้และเป็นลูกแกะ

        นี่เป็นโครงการที่น่าตื่นเต้นที่นำ (การผนึกเข้าไว้ด้วยกัน) ซึ่งมิติจิตวิญญาณและมานุษยวิทยา นี่เป็นโครงการที่สามารถเปลี่ยนความคิดเรื่องการอบรมเกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และเวลา ซึ่งในที่สุดแล้ว จะเป็นการอบรมที่ผนึกเข้าด้วยกันที่สร้างขึ้นบนศิลาแห่งความรักนิรันดร์ที่จะทำให้พวกเราเป็นไท สร้างให้พวกเราเป็นบุคคลที่ครบบริบูรณ์ ซึ่งจะเรียนรู้ถึงว่าจะต้องประกาศพระวรสารด้วยความรักของตนอย่างไร เพื่อที่จะรักพระเจ้าด้วยหัวใจมนุษย์ และรักมนุษย์ด้วยหัวใจของพระเจ้า นี่จะเป็นการอบรมที่ทำกันอย่างต่อเนื่องไปจนตลอดชีวิต นี่เป็นการมองเห็นการณ์ไกลภายในที่ยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่ง นี่เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องทำความเข้าใจ และยิ่งกว่านั้นคือนำไปปฏิบัติโดยทันที

เสน่ห์ของความสวยสดงดงาม

        ถ้าพระเจ้าสวยงามและพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสวยสดงดงามที่สุดท่ามกลางบุตรมนุษย์ ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้ที่ถวายตัวแด่พระองค์ก็ย่อมจะต้องดงามด้วย ผู้ที่ถวายตัวถูกเรียกร้องให้ต้องเป็นประจักษ์พยานถึงความงดงามนี้ ในโลกที่เสี่ยงจะตกอยู่ในความทารุนโหดร้าย “via pulchritudinis” กล่าวคือหนทางแห่งความงดงาม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นหนทางเดียวที่จะเข้าถึงความจริงหรือทำให้หนทางนั้นน่าเชื่อถือและดึงดูดใจ ชายหญิงผู้ถวายตัวต้องปลุกจิตสำนึกตนเองให้ตื่นขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดพวกเขาในยุคนี้ต้องเป็นแรงดึงดูดสำหรับสิ่งที่สวยงามและที่เป็นความจริง

        ความสวยสดงดงดงามซึ่งไม่เพียงแค่จะต้องกล้าหาญและเป็นความจริงเท่านั้น ต้องเป็นประจักษ์พยานและเป็นวาจาที่มอบให้กับผู้อื่นด้วย เพราะพระพักตร์ที่พวกเราประกาศนั้นมีความสวยสดงดงามยิ่ง

        สิ่งที่พวกเราทำและทำอย่างไรนั้นต้องมีความสวยสดงดงาม

        ความเป็นพี่น้องกันและบรรยากาศที่พวกเราหายใจนั้นต้องสวยสดงดงาม

        กิจกรรมและพิธีกรรมในวัดต้องสวยสดงดงาม ทุกคนได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมเพราะว่านั่นมีความสวยสดงดงามที่จะสวดภาวนาและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าสูงสุดและต้องให้ทุกคนได้รับพระวาจาของพระองค์เป็นเครื่องชี้นำ

        ในความสวยงามที่จะอยู่พร้อมหน้ากันในพระนามของพระองค์ เพื่อที่จะทำงานด้วยกันแม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยบ้างเป็นบางครั้งบางคราว

        ความยึดถือพรหมจรรย์ของพวกเราช่างสวยสดงดงามเสียนี่กระไร ที่จะรักด้วยหัวใจของพระองค์และการที่พวกเรายึดถือความยากจนเพื่อที่จะกล่าวว่าพระองค์เป็นขุมทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว พวกเรามีความนอบน้อมเชื่อฟังต่อพระประสงค์ของพระองค์เพื่อความรอด และนบนอบแม้กระทั่งในพวกเราเองเพื่อที่จะแสวงหาเพียงแต่พระองค์ผู้เดียว  นี่เป็นความสวยสดงดงามที่จะมีหัวใจเป็นอิสระที่จะต้อนรับความเจ็บปวดของผู้ที่เป็นทุกข์ ที่จะแสดงความเมตตาสงสารของพระเจ้าผู้สถิตนิรันดร์กับพวกเขา

แม้กระทั่งธรรมชาติสิ่งแวดล้อมก็ต้องสวยสดงดงามในความสง่างามที่เรียบง่ายและสร้างสรรค์ บ้าน โต๊ะที่ตั้งเรียงราย… จะต้องมีรสนิยมแห่งการจัดและมีความเป็นระเบียบอย่างสวยงามไปกับสิ่งแวดล้อม เพื่อทุกสิ่งในบ้านพักอาศัยจะเป็นการชี้ให้เห็นถึงการประทับอยู่และเป็นศูนย์กลางของพระเจ้า

สิ่งที่สวยสดงดงามที่สุดคือศีลศักดิ์สิทธิอันเร้นลับแห่งพระเจ้าผู้สถิตนิรันดร์ ดังที่อัครสาวกเปโตรอุทานบนภูเขาทาบอร์ก่อนที่แสงสว่างและความรุ่งโรจน์อันสง่างามจะเกิดขึ้น

ผู้ถวายตัว (Vita consacrata) แน่นอนว่าเป็นประสบการณ์และการไตร่ตรองของชีวิตผู้ถวายตัวในหลายปีที่ผ่านมา พวกเราเชื่อมั่นว่าชีวิตเช่นนี้ควรที่จะต้องดำเนินต่อไปเพื่อที่จะเป็นจุดอ้างอิงสำหรับปีต่อๆ ไป พร้อมกันกับเอกสารคำสั่งสอนของพระศาสนจักรและ “CICSAL” ซึ่งทำให้เนื้อหาขั้นพื้นฐานมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น  พวกเราเชื่อมั่นว่าคำตักเตือนยังคงสามารถหล่อเลี้ยง ความซื่อสัตย์ที่สร้างสรรค์ของผู้ถวายตัวอันเป็นดุจศิลาแรกของชีวิตผู้ถวายตัวในสหัสวรรตที่สาม การตอบสนองกับการท้าทายที่มาจากพระศาสนจักรและจากโลกหมายถึงการตอบสนองที่สอดคล้องกับพระวรสาร “พวกเราไม่สามารถ -พระสันตะปาปาฟรานซิสเตือนใจ –  ที่จะหยุดอยู่กับที่ในความฝันร้ายสำหรับเรื่องในอดีตเพียงเพื่อที่จะกระทำสิ่งเก่าที่ซ้ำๆ กันหรือมัวแต่บ่นกันทุกวัน พวกเราจำเป็นต้องมีความอดทนและมีความกล้าหาญที่จะก้าวหน้าต่อไป แสวงหาหนทางใหม่ และตอบสนองต่อการดลใจของพระจิต และกระทำเช่นนี้ด้วยความสุภาพและความเรียบง่ายโดยไม่ต้องมีการโฆษณาชวนเชื่อหรือเป่าปี่ตีกลอง  (ฟรานซิส บทเทศน์ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021)

พวกเรามั่นใจในคำภาวนาของพวกเราต่อพระแม่มารีย์ว่า นักบวช ชายหญิงผู้ถวายตัวจะเป็น “ประจักษ์พยานต่อพระพรนั้นด้วยการเปลี่ยนแปลงโฉมชีวิตของตนเองในขณะที่พวกเขามีความชื่นชมยินดีในการดำเนินชีวิตกับบรรดาพี่น้องสู่บ้านแห่งสรวงสวรรค์และแสงสว่างจะไม่มีวันมืดมัวลง” (Vita consacrata, ข้อ 112)      ขอถือโอกาสนี้ทักทายทุกคนและขอให้พวกท่านได้พบกับสิ่งที่ดีๆ ในพระเจ้าผู้ทรงเป็นทุกอย่างสำหรับพวกเราผู้ที่ดำเนินชีวิตในการถวายตัว

นครรัฐวาติกัน วันที่ 25 มีนาคม 2021 สมโภชทูตสวรรค์แจ้งข่าว  (Annunciation)

พระคาร์ดินัลเจา บราซ เดอ อาวิซ
(Joao braz Card. De Aviz)

สมณมนตรี

อาร์ชบิชอปโฮเซ โรดิเกรซ คาร์บาลโล, โอ.เอฟ.เอ็ม
(+Jose Rodriguez Carballo, ofm)

เลขาธิการฯ

Recommended Posts