การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 31 มีนาคม 2021

ณ ห้องสมุดวาติกัน

การสอนคำสอนเรื่อง – ตรีวารปัสกา TRIDUUM 

อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย

        ขณะนี้พวกเรากำลังอยู่ภายใต้บรรยากาศฝ่ายจิตแห่งสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเรากำลังอยู่ในตรีวารปัสกา จากพรุ่งนี้ (14 เมษายน) เป็นต้นไปจนถึงวันปัสกา (วันอาทิตย์4 เมษายน) พวกเรากำลังดำเนินชีวิตท่ามกลางปฏิทินแห่งจารีตพิธีกรรม เพื่อเฉลิมฉลองพระธรรมล้ำลึกแห่งมหาทรมานการสิ้นพระชนม์ และการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ พวกเราดำเนินชีวิตในพระธรรมล้ำลึกนี้ทุกครั้งที่พวกเราทำการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท เมื่อพวกเราไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) พวกเราไม่ได้ไปร่วมมิสซาเพียงแค่สวดภาวนา ทว่าพวกเราไปทำการ “รื้อฟื้น” พวกเราไปทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งพระธรรมล้ำลึกนี้ซึ่งเป็นพระธรรมล้ำลึกปัสกา เป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราจะต้องไม่ลืม ราวเหมือนกับว่าพวกเรากำลังไต่ขึ้นเนินเขากัลวาริโอ เพื่อที่จะทำการรื้อฟื้น เพื่อที่จะทำให้พระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาเกิดขึ้นมาใหม่

        ในค่ำวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่พวกเราเริ่มตรีวาร พวกเราจะรื้อฟื้นการร่วมพิธีมิสซาที่เรียกกันว่า “อิน เชนา ดอมินี – in Coena Domini” นั่นคือ พิธีมิสซาที่พวกเรารำลึกถึงการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย นี่เป็นเวลาหัวค่ำเมื่อพระเยซูคริสต์ทรงมอบประจักษ์พยานแห่งความรักในศีลมหาสนิทให้กับศิษย์ของพระองค์ นี่ไม่ใช่ให้เป็นเพียงแค่ความทรงจำในอดีต แต่นี่เป็นอนุสรณ์แห่งการประทับอยู่ตลอดไปของพระองค์  ทุกครั้งที่พวกเราเฉลิมฉลองศีลมหาสนิทดังที่พ่อกล่าวไว้ข้างต้น พวกเรารื้อฟื้นพระธรรมล้ำลึกแห่งการไถ่บาป ในศีลศักดิ์สิทธิ์นี้พระเยซูคริสต์ทรงเปลี่ยนเครื่องบูชาจากลูกแกะปัสกาเป็นตัวพระองค์เอง พระกายและพระโลหิตของพระองค์นำความรอดมาสู่พวกเราจากการเป็นทาสของบาปและความตาย การรอดพ้นจากการเป็นทาสทุกรูปแบบอยู่ที่นั้น  เป็นเวลาหัวค่ำที่พระองค์ทรงขอร้องให้พวกเรารักกัน ด้วยการเป็นผู้บริการรับใช้ซึ่งกัน และกันดังที่พระองค์ทรงล้างเท้าอัครสาวก อันเป็นท่าทีที่แสดงให้เห็นล่วงหน้าถึงการมอบตนเองโดยการหลั่งเลือดบนไม้กางเขน ที่จริงพระอาจารย์และพระเจ้าจะสิ้นพระชนม์ในวันรุ่งขึ้น (Good Friday) เพื่อที่จะชำระล้างไม่ใช่เพียงเท้า แต่เป็นเป็นขำระหัวใจ และชีวิตทั้งชีวิตของบรรดาศิษย์ นี่เป็นการมอบแบบอย่างการบริการรับใช้ให้กับพวกเราทุกคน

        วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (Good Friday) เป็นวันแห่งการชดเชยใช้โทษบาป จำศีล และสวดภาวนา โดยอาศัยข้อความในพระคัมภีร์ และคำภาวนาในจารีตพิธีพวกเราควรจินตนาการเหมือนกับว่าพวกเราอยู่บนเนินเขากัลวาริโอ เพื่อรำลึกถึงมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เพื่อไถ่บาปของพวกเรา ในจารีตพีธีอันเข้มข้นนี้โดยอาศัยรูปแบบการดำเนินตามขั้นตอนในพิธีกรรม จะมีการมอบไม้กางเขนให้พวกเรากราบนมัสการบูชา ในการนมัสการไม้กางเขนพวกเราจะเป็นโอกาสรื้อฟื้นการเดินทางของลูกแกะตัวน้อย ๆ บริสุทธิ์ผุดผ่องที่ถูกนำไปบูชาเพื่อความรอดของพวกเรา นี่เป็นโอกาสที่พวกเราต้องจดจำไว้ในจิตใจของพวกเราว่ายังมีบุคคลที่เจ็บป่วยเผชิญความทุกข์ คนยากจน คนที่ถูกทอดทิ้ง  พวกเราจะต้องคิดถึง “ลูกแกะตัวน้อย ๆ ที่ถูกนำไปฆ่าบูชา”  เฉกเช่นสถานการณ์วันนี้ ผู้ที่ตกเป็นผู้เคราะห์ร้าย ผู้บริสุทธิ์ตายไปในสงคราม บรรดาผู้โชคร้ายที่ถูกคุกคามจากพวกเผด็จการ การใช้ความรุนแรงทุกวัน  การทำแท้ง… ต่อหน้ารูปภาพพระเจ้าที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนในการอธิษฐานภาวนา พวกเราจะต้องคิดถึงหลายคนที่ถูกตรึงกางเขนในยุคสมัยของพวกเรา ซึ่งพวกเราต้องนำพวกเขาให้ได้รับความบรรเทาใจ และเข้าใจในความหมายของความทุกข์ ผ่านทางพระองค์ผู้ถูกตรึงกางเขนเท่านั้น และทุกวันนี้ก็มีคนเหล่านี้จำนวนมากที่เผชิญความทุกข์ ขอให้พวกเราจงอย่าลืมผู้ที่ถูกตรึงไม้กางเขนในยุคสมัยของพวกเรา ซึ่งพวกเขาเป็นภาพลักษณ์ของพระเยซูคริสต์ผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขน แลพระเยซูคริสต์ก็ทรงประทับอยู่ในบุคคลที่ทนทุกข์เหล่านั้น

        นับตั้งแต่ที่พระเยซูคริสต์ทรงน้อมรับบาดแผล และแม้กระทั่งความตายของมนุษย์ไว้กับพระองค์ ความรักของพระเจ้าก็เหมือนการรดน้ำในทะเลทรายแห้งผากของชีวิตพวกเรา พระองค์ทรงส่องสว่างให้กับความมืดของพวกเรา เพราะโลกของพวกเราอยู่ในความมืด  พ่อขอให้พวกเราลองเขียนรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับสงคราม ที่กำลังสู้รบกันอยู่ในขณะนี้ เด็ก ๆ กำลังล้มตายเพราะความหิว เด็กที่ไร้การศึกษา จำนวนประชากรที่ต้องตายไปเพราะสงคราม เพราะการก่อการร้าย มีผู้คนมากมายที่เผชิญผลกระทบ จึงอยากจะดับความกลุ้มใจหันไปหายาเสพติด มีโรงงานอุตสาหกรรมยาเพื่อฆ่าคนด้วย… นี่เป็นความหายนะ นี่เป็นทะเลทราย พ่อคิดถึง “เกาะเล็ก ๆ” ที่มีประชากรของพระเจ้าอาศัยอยู่ มีทั้งคริสตชนและผู้คนที่นับถือศาสนาอื่น ที่หัวใจยังปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า แต่ขอให้พวกเรามาพูดความจริงกัน บนเนินเขากัลวารีโอแห่งความตายเป็นพระเยซูคริสต์ที่ทนทุกข์ทรมาน พระองค์ทำเป็นตัวอย่างให้บรรดาศิษย์ของพระองค์ได้เห็น ในช่วงที่ทำพันธกิจพระบุตรของพระเจ้าได้ทรงหว่านชีวิตไว้ด้วยการรักษาเยียวยา ให้อภัย และฟื้นฟู บัดนี้ในชั่วโมงแห่งการบูชาสูงสุดบนไม้กางเขน พระองค์ทรงทำให้งานที่พระองค์ได้รับมอบหมายจากพระบิดาเจ้าสำเร็จลุล่วงไป พระองค์เสด็จสู่หุบเหวแห่งความทุกข์ พระองค์เสด็จสู่ภัยพิบัติต่างๆ แห่งโลกนี้ เพื่อที่จะไถ่กู้และเปลี่ยนแปลง และยังทำให้พวกเราทุกคนเป็นไทจากอำนาจแห่งความมืด แห่งความเย่อหยิ่งจองหอง จากการต่อสู้ขัดขวางไม่ยอมรับความรักของพระเจ้า ทั้งหลายทั้งปวงนี้มีแต่ความรักของพระเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ โดยอาศัยบาดแผลของพระองค์พวกเราได้รับการเยียวยารักษา (ดู 1 ปต. 2: 24) อัครสาวกเปโตรกล่าวว่า โดยอาศัยความตายของพระองค์พวกเราทุกคนได้รับชีวิตใหม่ และต้องขอบคุณพระองค์ เพราะการที่พระองค์ถูกทอดทิ้งบนไม้กางเขนพวกเราจะไม่อยู่ตามลำพังอีกต่อไปในในความมืดของความตาย พระองค์จะประทับอยู่เคียงข้างพวกเราเสมอ พวกเราเพียงต้องเปิดใจและยินยอมให้พระองค์ทรงทอดพระเนตรมายังพวกเรา

        วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์เป็นวันแห่งความเงียบที่ศิษย์รุ่นแรกดำเนินชีวิตในความเศร้าเสียใจ และตระหนกตกใจจนไม่รู้ที่จะทำอย่างไร พวกเขารู้สึกช็อคในความตายของพระเยซูคริสต์โดยที่ไม่มีใครสนใจ ในขณะที่โลกเงียบงัน ในขณะที่ผู้ทรงชีวิตอยู่ในหลุมศพ บุคคลที่ตั้งความหวังในพระองค์ต้องถูกทดลองใจอย่างแสนยากลำบาก พวกเขารู้สึกเหมือนตกเป็นลูกกำพร้า แม้แต่พระเจ้าเองก็ปล่อยให้พวกเขาเป็นกำพร้า วันเสาร์นี้ยังเป็นวันของพระแม่มารีย์ด้วย พระแม่ได้แต่หลั่งแต่น้ำตา แต่ดวงพระทัยของพระแม่นั้นเปี่ยมด้วยความเชื่อ เปี่ยมด้วยความหวัง เปี่ยมด้วยความรัก พระมารดาของพระเยซูคริสต์ทรงติดตามพระบุตรไปตามเส้นทางแห่งความทุกข์โศกเศร้า และทรงประทับอยู่ ณ แทบไม้กางเขนด้วยหัวใจที่แหลกเหลว บอบช้ำ แต่เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะจบสิ้นแล้ว พระแม่ทรงเฝ้าคอยด้วยความหวัง ทรงยึดมั่นในความหวังในคำสัญญาของพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนตายแล้วกลับเป็นขึ้นมามีชีวิติใหม่  ดังนั้นในเวลาที่ชาวโลกเผชิญความมืดมากที่สุด พระแม่มารีย์ทรงเป็นมารดาของผู้ที่มีความเชื่อ ทรงเป็นมารดาของพระศาสนจักร และทรงเป็นเครื่องหมายแห่งความหวัง การเป็นประจักษ์พยาน และการวิงวอนของพระแม่ทำนุบำรุงพวกเราขณะที่น้ำหนักของไม้กางเขนกลายเป็นสิ่งที่หนักเกินสำหรับพวกเราแต่ละคน

        ในความมืดมนแห่งวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ความชื่นชมยินดีและความสว่างจะทำให้ความมืดกระจายไปด้วยพิธีกรรมแห่ง “Easter Vigil” ในตอนค่ำคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์โดยจะมีการขับร้องอัลเลลูยา Alleluia เปล่งด้วยความชื่นชมยินดี ซึ่งเป็นการพบกันกับความเชื่อในพระเยซูคริสต์ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ และความชื่นชมยินดีแห่งปัสกาจะดำเนินต่อไปอีก 50 วันจนกระทั่งถึงวันที่พระจิตเจ้าเสด็จลงมา ผู้ที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนเสด็จฟื้นคืนชีพแล้ว คำถามและข้อสงสัยทุกอย่าง การรีรอไม่แน่ใจและความกลัวถูกขับไล่ไปจนหมดสิ้นเพราะการเผยแสดงนี้ พระผู้เสด็จกลับฟื้นพระชนม์ทรงมอบความมั่นใจให้พวกเราว่าความดีจะชนะความชั่วเสมอ การมีชีวิตจะเอาชนะความตาย และความตกต่ำในความโศกเศร้าไม่ใช่เป้าหมายของพวกเรา ชีวิตของพวกเรานั้นสูงส่ง พวกเราต้องลุกขึ้นมุ่งไปสู่ที่สูง พระผู้กลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพเป็นเครื่องยืนยันว่าพระเยซูคริสต์ทรงชอบธรรมในทุกสิ่งทุกมิติ ในคำสัญญาที่จะมอบชีวิตให้พวกเราหลังความตาย และจะทรงให้อภัยบาปทุกอย่างของพวกเรา บรรดาศิษย์ต่างพากันสงสัย งงงวย พวกเขาไม่เชื่อ คนแรกที่เชื่อและแห็นคือมารีย์ มักดาเลน เธอคืออัครสาวกแห่งการเสด็จกลับฟื้นคืนพระชนม์ที่ชีพ กล้าหาญออกไปประกาศว่า เธอได้เห็นพระเยซูคริสต์ และพระองค์ขานเรียกชื่อเธอ ถัดจากนั้นศิษย์ทุกคนก็เห็นพระองค์ ทว่าพ่อปรารถนาที่จะเน้นไตร่ตรองจุดนี้ พวกยาม (รปภ) และทหารที่เฝ้าหลุมศพไม่ยอมให้พวกศิษย์มาขโมยศพไป พวกเขาก็เห็นพระองค์ที่ยังมีชีวิตและประทับยืนขึ้นมา พวกศัตรูของพระองค์ก็เห็นพระองค์ แล้วพวกเขาก็แกล้งทำเป็นว่าไม่เห็นพระองค์ เพราะเหตุใดหรือ? เพราะ อามิสสินจ้าง เพราะการคอรัปชั่น นี่คือพระธรรมล้ำลึกแท้จริงถึงสิ่งที่พระเยซูคริสต์ตรัสไว้ครั้งหนึ่งว่า “มีเจ้านายสองคนในโลกนี้ พระเจ้าและเงินตรา คนที่รับใช้เงินตราก็ทำผิดต่อพระเจ้า” และในที่นี้เป็นเงินตราที่เปลี่ยนความจริง พวกเขาเห็นอัศจรรย์แห่งการกลับคืนชีพขึ้นมา แต่พวกเขาได้รับอามิสสินจ้างเพื่อที่จะปิดปาก ขอให้คิดดูหลายครั้งที่คริสตชนหลายคนรับอามิสสินจ้างเพื่อที่จะไม่ยอมรับในเชิงปฏิบัติถึงการเสด็จกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพของพระคริสตเจ้า  และไม่ปฏิบัติตามที่พระเยซูคริสต์ทรงขอร้องให้ทำในฐานะที่เป็นคริสตชน

        ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รัก ปีนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราจะฉลองปัสกาในบรรยากาศแห่งโรคระบาด ในหลายสถานการณ์แห่งความทุกข์โดยเฉพาะในกรณีที่ประชาชนเป็นผู้รับทุกข์ ในกรณีที่ครอบครัวและประชาชนเป็นต้องสู้ทนกับความยากลำบากเพราะความยากจนภัยพิบัติหรือความขดแย้ง ไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์เป็นสัญญาณหรือเข็มทิศที่บอกเส้นทางการเดินเรือในยามที่ทะเลมีมรสุม ไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์เป็นเครื่องหมายแห่งความหวังที่จะไม่ทำให้ผู้ใดผิดหวัง และบอกพวกเราว่าจะไม่มีน้ำตาแม้นหยดเดียวแม้แต่การถอนหายใจที่สูญเสียไปในแผนการของพระเจ้า ขอให้พวกเราวิงวอนพระเยซูคริสต์ได้โปรดประทานพระหรรษทานในการบริการรับใช้พระองค์ และในการยอมรับพระองค์ และในการที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเราเองเป็นผู้รับอามิสสินจ้าง คอรัปชั่น เพื่อที่จะลืมพระองค์

พระสันตะปาปาทรงกล่าวต้อนรับ

        ขอต้อนรับประชาสัตบุรุษที่พูดภาษาอังกฤษ ขอให้สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้นำพวกเราไปสู่การฉลองการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ด้วยหัวใจที่ชำระล้างสะอาดและได้รับการฟื้นฟูด้วยพระหรรษทานของพระจิต ขอให้พระเจ้าโปรดอำนวยอวยพรทุกคน

สรุปคำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปา

        ลูก ๆ และ พี่น้องที่รักทั้งหลาย พรุ่งนี้ (1 เมษายน) พวกเราจะเริ่มตรีวารปัสกาและฉลองพระธรรมล้ำลึกการไถ่กู้ด้วยมหาทรมานการสิ้นพระชนม์และการเสด็จกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์ ในวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบูชามิสซาขอบพระคุณสำหรับการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย พวกเรารำลึกถึงการล้างเท้าศิษย์ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นบัญญัติใหม่แห่งความรักและการตั้งศีลมหาสนิทให้เป็นอนุสรณ์ถาวรแห่งการบูชาพระกายและพระโลหิตของพระองค์เพื่อความรอดของทุกคน  ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเราฉลองการทรมานและการสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่กู้จากบาปของพระเยซูคริสต์โดยอาศัยการอ่านมหาทรมาน จากนั้นสวดบทภาวนาเพื่อมวลชนสากล  สำหรับความจำเป็นของพระศาสนจักรและของโลกตลอดจนพิธีนมัสการไม้กางเขน โดยอาศัยการกระทำเช่นนี้ขอให้พวกเราไตร่ตรองนำเอาความทุกข์ยากของบรรดาพี่น้องชายหญิงของพวกเราและผู้ที่ตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากภัยพิบัติสงครามและการใช้ความรุนแรงมาวางไว้ต่อพระพักตร์พระเยซูคริสต์ที่ถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน ในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นวันแห่งความเงียบ พวกเราร่วมใจกับแม่พระในความทุกข์ของพระแม่ในการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ และการรอคอยที่เปี่ยมด้วยความไววางใจถึงความสำเร็จแห่งพระวาจาของพระเจ้า ในตอนค่ำก่อนปัสกาแสงสว่างจากเทียนปัสกา และการขับร้องบทเพลงอัลเลลูยาด้วยความชื่นชมยินดีประกาศถึงชัยชนะของพระเยซูคริสต์เหนือบาปและความตาย ในยามที่โลกกำลังเกิดโรคระบาดนี้ขอให้การเฉลิมฉลองพระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาเป็นแสงสว่างที่ส่องสว่างในความมืดและเป็นเครื่องหมายถาวรแห่งความหวังในพันธสัญญาแห่งชีวิตใหม่ของพระเจ้า

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บการสอนคำสอนของพระสันตะปาปามาแบ่งปันและไตร่ตรอง)

Recommended Posts