การเสด็จเยือนประเทศอีรัก - วันที่ 5-8 มีนาคม 2021
พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จถึงประเทศอีรัก 5 มี.ค. 2021

พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จถึงท่าอากาศยานนานาชาติประเทศอีรักโดยการเดินทางครั้งนิ้เป็นครั้งที่ 33 ในการเดินทางไปยังต่างประเทศ และเป็นการเยือนประเทศอีรักเป็นครั้งแรกของพระองค์

ผู้ที่มาคอยต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ท่าอากาศยาน มีกลุ่มศาสนาและเจ้าหน้าที่การเมือง ที่เป็นตัวแทนกลุ่มชนต่างๆแห่งประเทศอีรักรวมทั้งประชาชนและเด็กสองคนที่มามอบช่อดอกไม้ให้กับพระสันตะปาปา ผู้ที่มาคอยให้การต้อนรับมีสมณทูตประจำอีรัก อาร์ชบิชอปมิตจา เลสโกวาร์ (Mitja Leskovar) รวมทั้งผู้แทนแห่งเขตศาสนปกครองแห่งจารีตคาลเดียน (Chaldeean) แห่งกรุงแบกแดด อาร์ชบิชอปจารีตซีเรียนแห่งแบกแดด ผู้แทนอาร์ชบิชอปจารีตอาร์เมเนียนแห่งแบกแดด รวมทั้งนายกรัฐมนตรีมุสตาฟา อับเดลลาตีฟ มชาตัท (Mustafa Abdellatif Mshatat) และภรรยา

การเดินทางจารกแสวงบุญเพื่อสันติภาพ


พระสันตะปาปาฟรานซิสจะทรงใช้เวลา 4 วันในตะวันออกกลาง ซึ่งพระองค์จะทรงเดินทางเหนือจรดใต้ในฐานะ “ผู้จาริกแสวงบุญเพื่อแสวงหาสันติภาพ ภราดรภาพ และการคืนดีกัน” ดังที่พระองค์เคยกล่าวไว้ กำหนดการค่อนข้างแน่นชี้ให้เห็นถึงเวลาแห่งการอธิษฐานภาวนา และการพบปะกับบรรดาชุมชนคริสตชนรวมทั้งผู้แทนของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศอีรักและการประชุมเพื่อส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนา

ตามข้อเสนอการพบปะกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพระสันตะปาปาจะเกิดขึ้นที่วังของประธานาธิบดี ในช่วงที่มีการเยี่ยมตามธรรมเนียมปฏิบัติ พระองค์จะมีการพบปะเป็นการส่วนพระองค์กับประธานาธิบดีบาร์ฮัม อห์เหม็ด ซาลีห์ กาสซิม (Barham Ahmed Salih Qassim)

การเยือนประเทศอีรักอย่างเป็นทางการ


สำนักราชวังได้ถูกสร้างขึ้นตามพระบัญชาของกษัตริย์ไฟซาล (Faisal) ที่สอง ซึ่งเป็นผู้นำประเทศในช่วงปี ค ศ 1953-1958 หลังจากที่กษัตริย์พระองค์ก่อนถูกรอบปลงพระชนม์ นี่เป็นสถานที่โปรดปรานของซัดดาม ฮุสเซน (Saddam Hussein) ผู้นำประเทศอีรักในอดีต ที่ได้ใช้ราชวังนี้ในการต้อนรับผู้นำรัฐที่มาเยือน วังนี้ถูกใช้เป็นสำนักงานใหญ่ MNF-1 ของกองทัพพันธมิตรในช่วงที่ประเทศอีรักถูกยึดครองรวมทั้งเป็นฐานปฏิบัติการสำหรับพันธกิจทางการทูตของสหรัฐในประเทศอีรักจนกระทั่งมีการเปิดสถานทูตสหรัฐใหม่ในกรุงแบกแดดในปี ค ศ 2009 จากนั้นจึงคืนไปให้อยู่ในการปกครองดูแลของชาวอีรัก หลังจากเยี่ยมประธานาธิบดีพร้อมคณะแล้ว พระสันตะปาปาฟรานซิสก็ทรงพบกับเจ้าหน้าที่พลเรือน การเมือง ผู้นำศาสนา และคณะทูตานุทูต รวมทั้งนักธุรกิจและผู้แทนสถาบันวัฒนธรรมต่างๆ

การทักทายของพระสันตะปาปาฟรานซิสกับนักข่าวบนเครื่องบิน

ในช่วงเวลาสี่ชั่วโมงครึ่งของการบินพระสันตะปาปาทรงทักทายนักข่าวที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันกับพระองค์ในเที่ยวบิน Alitalia แบบ A330

“พ่อรู้สึกยินดีที่มีโอกาสเดินทางอีกครั้งหนึ่ง” พระองค์ตรัสพร้อมกับกล่าวว่า “นี่เป็นหน้าที่ต่อแผ่นดินที่เป็นมรณะสักขีมาเป็นเวลานานหลายปี”

พระองค์ขอบใจทุกคนสำหรับงานของพวกเขา และการที่พวกเขาร่วมเดินทางมากับพระองค์ มัตเตโอ บรูนี่ (Matteo Bruni) ผู้อำนวยการแห่งสำนักข่าวสันตะสำนักนครรัฐวาติกัน ทูลให้พระองค์ทราบถึงความตื่นเต้นของพวกเขาที่ได้เดินทางร่วมกับพระองค์อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ต้องชะงักไปถึง 15 เดือนเพราะข้อจำกัดของไวรัสโคโรนา

นายบรูนี่ขอบคุณพระสันตะปาปาฟรานซิส “ซึ่งยินดีจาริกแสวงบุญไปยังประเทศอีรัก” พร้อมกับทบทวนพระดำรัสของพระองค์เมื่อไม่กี่วันมานี้เพื่อพระองค์ตรัสว่าพระองค์ไม่ต้องการที่จะทำให้ประชาชนผิดหวังสองครั้งโดนอ้างถึงพระสันตะปาปานักบุญจอห์น พอลที่ 2 ผู้ปรารถนาที่จะเสด็จไปเยือนอีรัก แต่พระองค์ก็ไม่สามารถที่จะกระทำเช่นนั้นได้ นายบรูนี่ จึงขอบคุณพระสันตะปาปาที่ทรงอนุญาตให้นักข่าวหลายคนติดตามพระองค์ไปในการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องไม่ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา

รางวัลนักข่าวประจำชาติ


นายบรูนี่กล่าวว่า “การเดินทางครั้งนี้มีนักข่าว 74 คนจาก 15 ประเทศ” บนเครื่องบินพระที่นั่ง ในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ได้มีการมอบรางวัล ชื่อว่า ”Maria Grazia Cutuli” ซึ่งเป็นรางวัลประจำชาติแก่นักข่าวชาวอิตาเลียนประจำปี 2021ในโอกาสครบ 20 ปีแห่งการเสียชีวิตของเธอที่เมืองจาลาลาบัด อาฟกานิสถาน (Jalalabad, Afghanistan) ในหนังสือรับรอง พระสันตะปาปาฟรานซิสได้รับสมญานามว่า พระองค์เป็น “ทูตพิเศษ” ผู้ที่ “เดินทางไปตามถนนทั่วโลกจนรองเท้าขาด ในนามแห่งความเชื่อ ภราดรภาพ และสันติภาพ”

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บข่าวการเสด็จเยือนประเทศอีรักมาแบ่งปัน)

Recommended Posts