การเสด็จเยือนประเทศอีรักของพระสันตะปาปาฟรานซิส ระหว่าง วันที่ 5-8 มีนาคม 2021

การพบปะกับผู้นำศาสนาต่างๆ ณ เมืองอูร์ (UR) บ้านเกิดเมืองนอนของอับราฮัม บิดาแห่งความเชื่อ วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2021

เจริญพร พี่น้องชายหญิงที่รัก


 

          สถานที่ประวัติศาสตร์นี้นำพวกเรากลับเข้าสู่ถิ่นกำเนิดของพวกเรา สู่ผลงานของพระเจ้า สู่แหล่งกำเนิดของศาสนา ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งอับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเราเคยตั้งถิ่นฐาน ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังกลับมาสู่บ้านเก่า ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งอับราฮัมได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า จากสถานที่นี้ท่านได้ออกเดินทาง ซึ่งต่อมาเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ พวกเราคือผลแห่งกระแสเรียกและการเดินทางนั้น พระเจ้าทรงขอให้ท่านอับราฮัมทอดสายตาขึ้นสู่เบื้องบน และนับจำนวนดาวดาราบนท้องฟ้า (เทียบ ปฐก 15: 5) ในดวงดาวเหล่านั้นท่านเห็นว่า ท่านจะมีลูกหลานมากมาย ท่านเห็นพวกเราด้วย วันนี้พวกเราที่เป็นชาวยิว ชาวคริสต์ และชาวมุสลิม พร้อมกับพี่น้องชายหญิงของพวกเราในศาสนาอื่น ๆ มาร่วมกันให้เกียรติแก่อับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเราดุจที่อับราฮัมได้กระทำ: เราเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า และเราเดินทางบนโลกนี้

พวกเราเงยหน้าสู่ท้องฟ้า หลายพันปีต่อมาขณะที่พวกเราเงยหน้ามองท้องฟ้าเดียวกัน ดาวดาราเดียวกันนั้นก็ยังปรากฏขึ้นมา ดาวเหล่านั้นให้ความสว่างแก่ราตรีที่มืดมิด เพราะดวงดาวส่องแสงพร้อมกัน ดังนั้นท้องฟ้าจึงเป็นสาส์นแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน พระผู้สร้างเบื้องบนทรงขอร้องให้พวกเราอย่าแยกตัวออกจากเพื่อนบ้านของพวกเรา พระเจ้าทรงชี้ให้พวกเราเห็นว่าผู้อื่นนั้นคือพี่น้องของพวกเรา กระนั้นตามถ้าหากพวกเราปรารถนาที่จะดำรงไว้ซึ่งภราดรภาพนี้พวกเราต้องไม่ลืมสวรรค์ ขอให้พวกเราที่เป็นลูกหลานของอับราฮัม และเป็นผู้แทนของศาสนาต่างๆ พึงรับรู้ว่าพวกเรามีบทบาทนี้ เป็นบทบาทที่ต้องเหลือช่วยพี่น้องชายหญิงของพวกเราให้เงยหน้าและอธิษฐานภาวนาสู่สวรรค์ พวกเราทุกคนต้องการสิ่งนี้เพราะว่าโดยลำพังตัวเราเองนั้นไม่เพียงพอ มนุษย์ใช่ว่าจะมีความสามารถทุกอย่างก็หาไม่ พวกเราไม่สามารถเอาตัวรอดได้ด้วยลำพังโดยตัวของเราเอง หากพวกเราตัดพระเจ้าออกไปจากชีวิต พวกเราจะลงเอยด้วยการนับถือนมัสการวัตถุหรือสิ่งของในโลกนี้ สิ่งของในโลกซึ่งทำให้หลายคนไม่สนใจในพระเจ้า และผู้อื่นไม่ใช่เหตุผลที่พวกเราเดินทางในโลกนี้ พวกเรายกสายตาขึ้นสู่สวรรค์เพื่อที่จะยกตัวเราให้พ้นจากการถลำลึกในความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยของพวกเรา พวกเรารับใช้พระเจ้าเพื่อที่จะเป็นอิสระจากการตกเป็นทาสแห่งตนเอง เพราะพระเจ้าทรงมีพระบัญชาให้พวกเรารักกัน นี่คือการนับถือศาสนาอย่างแท้จริง นั่นคือนมัสการพระเจ้าและรักเพื่อนบ้าน เพื่อนมนุษย์ ในโลกของพวกเราทุกวันนี้ซึ่งบ่อยครั้งความหลงลืมหรือมองภาพที่บิดเบี้ยวต่อพระเจ้า ผู้มีความเชื่อถูกเรียกร้องให้ต้องเป็นประจักษ์พยานต่อความดีงามของพระองค์ให้ต้องแสดงให้เห็นถึงความเป็นบิดาของพระองค์ด้วยกัลยาณมิตรของพวกเรา

จากสถานที่นี้ที่ก่อให้เกิดความเชื่อขึ้น จากดินแดนแห่งบรรพบุรุษอับราฮัมขอให้พวกเรายืนยันว่าพระเจ้าทรงมีพระเมตตาอันใหญ่หลวง และการกล่าวร้ายเป็นการทุราจารต่อพระนามของพระองค์โดยการเกลียดชังพี่น้องชายหญิงของพวกเรา การเป็นศัตรูกัน การเป็นพวกสุดโต่ง และการใช้ความรุนแรงไม่อาจที่ทำให้พวกเราจะเงียบเฉยได้ เมื่อการก่อการร้ายนำศาสนาไปใช้อย่างบิดเบียนในทางที่ผิด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเราถูกเรียกร้องให้ต้องขจัดความเข้าใจผิดเหล่านี้ออกไปให้หมด ขอให้พวกเรายินยอมปล่อยให้แสงสว่างแห่งสวรรค์ครอบคลุมเมฆหมอกแห่งความเกลียดชัง เมฆหมอกอันมืดมิดของการก่อการร้าย สงคราม และการใช้ความรุนแรงที่กำลังโหมกระหน่ำประเทศนี้ ชนกลุ่มน้อยและชุมชนศาสนาต้องทนทุกข์ทรมานเป็นอันมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนชาวยาซีดี (Yazidi) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก สตรีเด็กหญิงและเด็กชายจำนวนนับพันถูกลักพาตัวไป ถูกขายเป็นทาส ถูกใช้ความรุนแรง และถูกบังคับให้เปลี่ยนศาสนา วันนี้ขอให้พวกเราอธิษฐานภาวนาสำหรับผู้ที่ได้รับการทรมานเหล่านี้ สำหรับผู้ที่ถูกลักพาตัวไปที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับบ้านในไม่ช้า และให้พวกเราอธิษฐานภาวนาเพื่อเสรีภาพของมโนธรรม และเสรีภาพในการนับถือศาสนาเพื่อให้กฎเกณฑ์นี้เป็นที่ยอมรับ และให้ความเคารพในทุกหนทุกแห่ง นี่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เพราะสิทธิขั้นพื้นฐานทำให้พวกเรามีเสรีในการพิศเพ่งถึงสวรรค์ ซึ่งพวกเราถูกสร้างมาก็เพื่อเป้าประสงค์อันนี้

เมื่อการก่อการร้ายระเบิดขึ้นทางภาคเหนือของประเทศ ได้ทำลายอย่างไม่ลืมหูลืมตากับส่วนหนึ่งแห่งมรดกสำคัญทางศาสนารวมถึงวัดวาอาราม และสถานที่นมัสการของชุมชนต่างๆ ถึงแม้สถานการณ์เช่นนี้จะตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความมืด ทว่าดาวบางดวงก็ยังคงเปล่งรัศมีอยู่ ข้าพเจ้าคิดถึงอาสาสมัครหนุ่มชาวมุสลิมแห่งเมืองโมซูล (Mosul) ที่ช่วยกันสร้างวัดวาอาราม เป็นการสร้างมิตรภาพฉันพี่น้องในบรรยากาศแห่งความเกลียดชัง รวมถึงคริสตชนและมุสลิมเหล่านั้นที่ช่วยกันฟื้นฟูซ่อมแซมสุเหร่า และวัดด้วยกัน อาจารย์อาลี ธาจีล (Ali Thajeel) กล่าวเช่นเดียวกันว่าเขาจะต้องกลับไปแสวงบุญในเมืองนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการเดินทางจาริกแสวงบุญไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะนี่เป็นเครื่องหมายที่สวยงามยิ่งในโลกนี้ที่พวกเราต่างพากันกระหายหาสวรรค์ ดังนั้นการรักและปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นความจำเป็นเพื่อการอยู่รอด เพื่อความทรงจำต่อบุพการีอับราฮัม ซึ่งสร้างพระแท่นบูชาแด่พระเจ้าหลายแห่ง (เทียบปฐก 12: 7-8; 13: 18; 22: 9) ขอวิงวอนปิตาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ช่วยให้พวกเราสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว อันเป็นแหล่ง “โอเอซิส” แห่งสันติสุข และเป็นศูนย์รวมสำหรับทุกคน โดยอาศัยความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า อับราฮัมจึงได้กลายเป็นพระพรสำหรับประชากรทุกคน (เทียบ ปฐก 12: 3) ขอให้การอยู่ร่วมกันของพวกเราในวันนี้เป็นเครื่องหมายแห่งพระพร และความหวังสำหรับประเทศอีรัก สำหรับตะวันออกกลางและสำหรับชาวโลก สวรรค์ยังไม่เบื่อหน่ายโลก พระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคนทั้งชายและหญิง ขอให้พวกเราอย่าได้เบื่อที่จะแหงนหน้าสู่สรวงสวรรค์ สู่ดวงดาวเหล่านั้นซึ่งอับราฮัมบิดาแห่งความเชื่อของพวกเราได้เคยพิศเพ่ง

พวกเรากำลังเดินทางในโลกนี้ สำหรับอับราฮัมการมองสู่เบื้องบนแทนที่จะเป็นการวักแวกกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับการเดินทางในโลกนี้ที่จะเดินไปในหนทางซึ่งโดยอาศัยลูกหลานที่ได้แพร่กระจายไปสู่ทุกกาลเวลาและสถานที่ ทุกสิ่งเริ่มต้นที่นี่โดยที่พระเจ้าทรงนำท่านออกเดินทางสู่เมืองอูร์ (Ur) (เทียบ ปฐก 15: 7) อับราฮัมเป็นผู้ที่เดินทางไปยังที่อื่น ๆ อันเป็นการเดินทางที่ต้องเสียสละ ท่านละทิ้งถิ่นที่เกิด บ้านเรือน และครอบครัว แต่โดยการสละครอบครัวไป ท่านกลายเป็นบิดาแห่งครอบครัวมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งละม้ายที่เกิดขึ้นกับพวกเรา ในการเดินทางของพวกเรา พวกเราถูกเรียกร้องให้ต้องทิ้งความสัมพันธ์และสิ่งที่พวกเราชอบไว้เบื้องหลัง การที่พวกเรากักขังตัวเองอยู่เพียงภายในกลุ่มของพวกเรานั้นจะทำให้พวกเราไม่สามารถให้การต้อนรับความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของพระเจ้า ซึ่งการปิดตัวเองจะกันมิให้พวกเรามองเห็นผู้อื่นว่าพวกเขาเป็นพี่น้องของเรา พวกเราจำเป็นต้องออกจากตัวเองเพราะว่าพวกเราต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน โรคระบาดทำให้พวกเรารับรู้ว่า “ไม่มีผู้ใดจะเอาตัวรอดได้คนเดียว” (Fratelli Tutti, ข้อ 54) แล้วยังจะมีการล่อลวงให้พวกเราถอยห่างจากผู้อื่นไม่รู้จบ แต่ในขณะเดียวกันพวกเราก็ทราบว่า “ความเข้าใจเรื่องราวตนเอง เป็นตัวของตนเอง” จะกลายเป็นของขวัญแบบได้รับมาเปล่า ๆ สำหรับทุกคนอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีอิทธิพลยิ่งไปกว่ากว่าการแพร่ของโรคระบาดใดๆ” (Ibid , 36) ท่ามกลางพายุร้ายที่พวกเรากำลังประสบอยู่ การอยู่อย่างสันโดษจะไม่ช่วยอะไรพวกเราได้ การสะสมอาวุธและการสร้างกำแพงก็มีแต่จะทำให้พวกเราห่างไกลกันและมุ่งร้ายต่อกันมากขึ้น อีกทั้งการบูชาเงินทองเป็นพระเจ้าก็เช่นเดียวกัน เพราะสิ่งเหล่านั้นจะทำให้พวกเราปิดกั้นตัวเอง แล้วสร้างช่องว่างแห่งความไม่เท่าเทียมกันซึ่งจะเข้ามาครอบงำในใจมนุษย์ พวกเราไม่อาจรอดชีวิตได้ด้วยลัทธิบริโภคนิยม ซึ่งจะทำให้จิตสำนึกของพวกเราเย็นชา และทำให้หัวใจของพวกเราแข็งกระด้าง

หนทางที่สวรรค์ชี้ให้พวกเราเดินนั้นเป็นอีกหนทางหนึ่ง นี่คือหนทางแห่งสันติสุข โดยเฉพาะท่ามกลางพายุร้ายนี้ เรียกร้องให้พวกเราอยู่ฝ่ายเดียวกันแล้วพายเรือไปด้วยกัน เป็นเรื่องน่าอายในขณะที่พวกเราตกอยู่ในวิกฤตแห่งโรคระบาดในประเทศซึ่งความขัดแย้งได้สร้างความทุกข์ยากให้พวกเรามากอยู่แล้วนั้น แต่ก็ยังมีบางคนที่สนใจอยู่แต่เรื่องของตนเอง สันติสุขจะไม่เกิดขึ้นได้หากปราศจากซึ่งการแบ่งปันกันและยอมรับซึ่งกันและกัน ปราศจากซึ่งความยุติธรรมถึงความเท่าเท่าเทียมกันและความเจริญก้าวหน้าของทุกคน โดยเริ่มต้นที่ผู้ที่มีความเปราะบางที่สุด จะไม่มีสันติสุขนอกจากว่าประชาชนจะยื่นมือออกไปช่วยเหลือผู้อื่น จะไม่มีสันติสุขตราบที่พวกเราเห็นเขาเป็นเขาและไม่ใช่เขาเป็นเรา จะไม่มีสันติสุขตราบที่พวกเรายังเป็นศัตรูกัน เพราะการเป็นศัตรูกันนั้นมีแต่จะเพิ่มความแตกแยก สันติสุขไม่ได้หมายถึงผู้มีชัยหรือผู้แพ้ แต่ความเป็นพี่น้องกันซึ่งแม้ว่าจะมีการเข้าใจผิดกันและการทำร้ายกันในอดีต ทว่าจะเดินทางจากความขัดแย้งกันสู่ความเป็นเอกภาพ ขอให้พวกเราอธิษฐานขอสิ่งนี้สำหรับภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ จุดนี้ ข้าพเจ้าคิดถึงเป็นพิเศษสำหรับประเทศเพื่อนบ้านด้วยคือซีเรียที่แหลกเหลวด้วยสงคราม

ท่านบิดาอับราฮัมซึ่งนำพวกเรามารวมตัวกันในวันนี้เป็นประกาศกผู้สูงส่ง การพยากรณ์ในโบราณกล่าวว่า “เขาทั้งหลายจะตีดาบให้เป็นผาลไถนา ตีหอกให้เป็นเคียว” (อสย 2: 4) คำพยากรณ์นี้ยังไม่ลุล่วงไป ตรงกันข้ามดาบและหอกกลายเป็นจรวดและลูกระเบิด แล้วการเดินทางของประชากรจะเริ่มต้นที่ใด? ต้องเริ่มต้นด้วยการตัดสินใจที่จะไม่มีศัตรู ใครที่กล้ามองไปยังดวงดาว ใครที่เชื่อในพระเจ้าจะไม่มีศัตรูเพื่อต่อสู้กัน เขามีศัตรูเดียวที่ยืนอยู่ที่ปากประตูแห่งหัวใจที่เคาะเพื่อที่จะเข้าไป ศัตรูนั้นคือความเกลียดชัง ในขณะที่บางคนพยายามที่จะมีศัตรูมากกว่าที่จะมีมิตร ขณะที่หลายคนพยายามแสวงหาผลประโยชน์ของตนเองด้วยการจ่ายราคาค่างวดของผู้อื่น ผู้ที่มองไปยังดาวดาราแห่งคำสัญญา ผู้ที่ติดตามหนทางของพระเจ้าไม่อาจที่จะเป็นอริศัตรูกับผู้ใด แต่จะเป็นกัลยาณกับทุกคน เขาไม่สามารถสร้างความชอบธรรมให้กับการบังคับ การกดขี่ และการใช้อำนาจไปในทางที่ผิดไว่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด เขาไม่อาจที่จะมีทัศนคติที่จะทำสงคราม

กัลยาณมิตรที่รัก สิ่งเหล่านี้เป็นไปได้หรือ? บรรพบุรุษอับราฮัมซึ่งสามารถมีความหวังที่ดูเหมือนจะไร้ซึ่งความหวัง (เทียบ รม. 4: 18) เป็นกำลังใจสำหรับพวกเรา ตลอดเวลาแห่งประวัติศาสตร์ บ่อยครั้งพวกเราติดตามเป้าหมายที่เป็นโลกีย์วิสัยเกินไปและคิดว่าเดินทางด้วยลำแข้งของพวกเราเอง ทว่าโดยอาศัยความช่วยเหลือของพระเจ้าพวกเราสามารถเปลี่ยนเพื่อชีวิตท่าดีกว่า นั่นขึ้นอยู่กับตัวของพวกเรา มนุษย์ทุกวันนี้โดยเฉพาะพวกเราที่มีความเชื่อในศาสนาต่างๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องมือแห่งความเกลียดชังให้เป็นเครื่องมือแห่งสันติสุข ซึ่งขึ้นอยู่กับพวกเราที่ต้องเรียกร้องอย่างจริงจังไปยังผู้นำประเทศต่างๆ ให้เลิกสร้างสะสมอาวุธและเปลี่ยนมาเป็นการแจกจ่ายอาหารให้กับทุกคนที่เดือดร้อน นี่ขึ้นอยู่กับพวกเราที่ต้องระงับการกล่าวหาซึ่งกันและกันเพื่อที่จะทำให้ได้ยินเสียงร้องของผู้ที่ถูกรังแกและถูกทอดทิ้งในโลกของพวกเรา ซึ่งผู้คนเป็นอันมากขาดข้าวปลาอาหาร หยูกยา การศึกษา สิทธิและศักดิ์ศรี นี่ขึ้นอยู่กับพวกเราที่จะให้ความสว่างกับกระบวนการสีเทาที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ และ ต้องขอร้องอย่าให้การใช้เงินทองลงท้ายด้วยการไปปนเปรอความสะดวกสบายของคนเพียงไม่กี่คน นี่ขึ้นอยู่กับพวกเราที่ต้องดูแลบ้านส่วนรวมของพวกเราจากผู้ที่คอยล่าเหยื่อ นี่ขึ้นอยู่กับพวกเราที่ต้องเตือนโลกว่าชีวิตมนุษย์นั้นมีค่าในตัวเองไม่ใช่ในสิ่งของที่ตนเองมี ชีวิตของชีวิตทารกที่ยังไม่เกิด ของผู้สูงอายุ ของผู้อพยพ ของมนุษย์ชายหญิงไม่ว่าจะมีผิวพันธุ์สัญชาติใดล้วนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ ซึ่งต้องถือว่ามีความเท่าเทียมกันหมด นี่ขึ้นอยู่กับพวกเราที่กล้ายกสายตาขึ้นสู่ท้องฟ้า มองดวงดาว ดาวที่อับราฮัมเห็น ดาวแห่งพันธสัญญา

การเดินทางของอับราฮัมเป็นพระพรแห่งสันติสุข ทว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านต้องเผชิญกับความหัวดื้อของประชาชนและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน พวกเราก็มีหนทางขรุขระที่รออยู่ข้างหน้าเช่นเดียวกัน เฉกเช่นปิตาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่พวกเราจำเป็นต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมที่ต้องลงมือแสวงหาใบหน้าของผู้อื่นเพื่อที่จะแบ่งปันความทรงจำ การพิศเพ่งและความเงียบ เรื่องราวและประสบการณ์ ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในประจักษ์พยานของดาวูด (Dawood) และฮาเซน (Hasen) คริสตชนและมุสลิมที่ไม่สนใจใยดีต่อความแตกต่างระหว่างเขาทั้งสองได้ทำการศึกษาและทำงานร่วมกัน เขาทั้งสองช่วยกันสร้างอนาคตโดยรับรู้ว่าเขาต่างก็เป็นพี่น้องกัน เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าพวกเราจำเป็นที่ต้องบรรลุอะไรบางสิ่งที่ดีและเป็นรูปธรรมด้วยกัน นี่เป็นหนทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบรรดาเยาวชนที่ต้องเห็นความฝันของตนถูกตัดให้สั้นลงจากความขัดแย้งกันในอดีต นี่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องสอนพวกเขาในเรื่องของภราดรภาพ สอนพวกเขาให้มองไปยังดวงดาว นี่เป็นความเร่งด่วน นี่แหละจะเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับอนาคตและสำหรับสันติสุข เยาวชนที่รัก พวกเธอเป็นปัจจุบันและเป็นอนาคตของพวกเรา!

โดยการร่วมมือกันกับผู้อื่นเท่านั้นที่บาดแผลในอดีตจะได้รับการเยียวยารักษา ราฟาห์ (Rafah) บอกเล่ากับพวกเราถึงแบบฉบับเยี่ยงวีรชนของนาจี้ (Najy) จากชุมชน ซาเบียน มานดีน (Sabean Mandean) ซึ่งเสียชีวิตไปในความพยายามที่ช่วยชีวิตของครอบครัวชาวมุสลิมเพื่อนบ้าน มีกี่คนในพวกเราที่อยู่ในที่นี้ท่ามกลางความเงียบและการเฉยเมยของโลกที่เดินไปในเส้นทางแห่งภราดรภาพ! ราฟาห์ (Rafah) ยังบอกพวกเราถึงความทุกข์ที่อัดอั้นตันใจมาก เพราะผลของสงครามที่บังคับให้ผู้คนจำนวนมากต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ทิ้งประเทศเพื่อแสวงหาอนาคตสำหรับลูกหลานของตน ขอขอบคุณราฟาห์ (Rafah) ที่แบ่งปันให้พวกเราได้ทราบถึงความตั้งใจเด็ดเดี่ยวของเขาที่จะอยู่ที่นี่ในแผ่นดินแห่งบรรพบุรุษ ขอให้ผู้ที่ไม่สามารถจะทำเช่นนี้ได้และต้องลี้ภัยได้พบกับการต้อนรับที่เมตตาอันคู่ควรกับผู้ที่เปราะบางและทนทุกข์ทรมาน

นี่เป็นเพราะการให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นนี้เอง ร ผืนแผ่นดินที่มีความโดดเด่นนี้อับราฮัมจึงได้รับการเยือนจากพระเจ้าผู้ทรงประทานบุตรชายคนหนึ่งให้ท่านเมื่อดูเหมือนว่าจะไร้ซึ่งความหวัง (เทียบ ปฐก 18: 1-10) กัลยาณมิตร พี่น้องชายหญิงแห่งศาสนาต่างๆ ที่รัก ณ จุดนี้พวกเราจะพบว่าพวกเราอยู่ร่วมกันแบบเป็นกันเอง และจากจุดนี้ในที่นี้พวกเราต่างก็พร้อมใจกันที่จะปวารณาตนปฏิบัติตามความฝันของพระเจ้าเพื่อให้ครอบครัวมนุษย์จะได้กลายเป็นสถานที่ที่ต้อนรับ และที่พักพิงสำหรับเด็กทุกคนที่แหงนมองไปยังดวงดาวเดียวกันบนท้องฟ้า นี่จะเป็นการเดินทางแห่งสันติสุขในโลกนี้

คำอธิษฐานภาวนาของลูกหลานอับราฮัม


ข้าแต่พระผู้สร้าง พระองค์ทรงรักครอบครัวมนุษย์ของพวกเรา และผลงานทุกชิ้นแห่งฝีพระหัตถ์ของพระองค์

ในฐานะที่เป็นลูกหลานของอับราฮัม ทั้งชาวยิว ชาวคริสต์ และชาวมุสลิมพร้อมกับผู้ที่มีความเชื่อและบุคคลผู้ที่มีน้ำใจดี พวกเราขอขอบคุณพระองค์ที่ทรงมอบบรรพบุรุษอับราฮัมมาให้พวกเรา ผู้ซึ่งเป็นบุตรที่โดดเด่นแห่งประเทศที่ทรงเกียรติและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้านี้ให้มาเป็นบิดาร่วมของเราในความเชื่อ

ขอขอบคุณพระองค์สำหรับแบบฉบับของท่านในฐานะที่เป็นบุคคลแห่งความเชื่อที่นบนอบพระองค์อย่างสิ้นเชิง ที่ละทิ้งครอบครัวชนเผ่า และแผ่นดินของตนไว้เบื้องหลังและออกเดินทางไปสู่ดินแดนที่ตนไม่รู้จัก

ขอโมทนาคุณพระองค์สำหรับแบบฉบับความกล้าหาญ ความยืดหยุ่น จิตใจที่เข้มแข็ง ความใจกว้างและการต้อนรับขับสู้ที่บิดาร่วมในความเชื่อมอบไว้ให้แก่เรา

ขอขอบคุณพระองค์เป็นพิเศษสำหรับความเชื่อเยี่ยงวีรชนของท่านที่แสดงให้พวกเราเห็นด้วยความพร้อมแม้จะต้องทิ้งบุตรเพื่อที่จะนบนอบพระบัญชาของพระองค์ พวกเรารับรู้ว่านี่เป็นการทดลองที่หนักหน่วงที่สุด แต่เป็นการทดสอบที่ม่านหลุดออกมาเป็นผู้มีชัย เพราะเขาวางใจในพระองค์โดยปราศจากเงื่อนไขเพราะพระองค์ทรงมีพระเมตตาและทรงประทานความเป็นไปได้เสมอที่จะเริ่มต้นใหม่

พวกเราขอขอบคุณระองค์เพราะในการอวยพรอับราฮัมบิดาของพวกเรา พระองค์ทรงทำให้เขาเป็นพระพรสำหรับประชากรทุกคน

พวกเราวิงวอนพระเจ้าของอับราฮัม และพระเจ้าของพวกเราได้โปรดประทานความเชื่ออันมั่นคง ซึ่งเป็นความเชื่อในการกระทำความดี เป็นความเชื่อที่เปิดหัวใจของพวกเราให้เข้าหาพระองค์และพี่น้องชายหญิงทุกคนของพวกเรา และโปรดประทานความหวังอันไร้ขอบเขต ที่สามารถแยกแยะในทุกสถานการณ์ถึงความซื่อสัตย์ในพันธสัญญาของพระองค์

โปรดประทานให้พวกเราทุกคนเป็นประจักษ์พยานถึงความรัก และการเอาใจใส่ดูแลของพระองค์ต่อทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้อพยพและผู้พลัดถิ่น แม่ม่าย เด็กกำพร้า คนยากจน และคนที่เจ็บไข้ ผู้ป่วยทุกคน

โปรดเปิดใจของพวกเราให้มีการให้อภัยซึ่งกันและกัน โปรดประทานให้พวกเราเป็นเครื่องมือแห่งการคืนดีกัน เป็นผู้สร้างสังคมที่มีความยุติธรรมและความเป็นพี่น้องกันเพิ่มขึ้น

โปรดต้อนรับสู่พระตำหนักแห่งสันติสุขและฉายแสงสว่างของพระองค์มายังผู้ล่วงลับไปแล้วทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นผู้เคราะห์ร้ายสาเหตุมาจากการใช้ความรุนแรงและหายนะของสงคราม

โปรดช่วยเจ้าหน้าที่ในการใช้ความพยายามที่จะแสวงหาผู้ที่ตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายของการถูกลักพาตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อที่จะปกป้องสตรีและเด็ก

โปรดประทานกำลังให้พวกเราช่วยกันดูแลรักษาโลกซึ่งเป็นบ้านส่วนรวมร่วมของพวกเรา ซึ่งพระองค์ทรงประทานให้พวกเราด้วยน้ำพระทัยดีและน้ำพระทัยอันกว้างใหญ่ของพระองค์

โปรดทรงชี้นำพวกเราในพันธกิจแห่งการบูรณะประเทศนี้ และโปรดประทานพละกำลังที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่จำเป็นต้องทิ้งบ้านเรือนและภูมิลำเนาไว้เบื้องหลัง โปรดให้พวกเขาได้กลับคืนสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความเจริญรุ่งเรืองด้วยเทอญ อาแมน

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บข่าวของพระสันตะปาปาฟรานซิสในการเสด็จเยือนประเทศอีรักมาแบ่งปันและไตร่ตรอง)

Recommended Posts