วันที่ 5 สิงหาคม : วันถวายพระวิหารแม่พระแห่งหิมะ

(Dedication of the Basilica of St. Mary Major)

ได้มีการโต้เถียงกันทางด้านเทววิทยาเรื่องธรรมชาติทั้งสองของพระคริสต์ในฐานะที่เป็นพระเจ้า และเป็นมนุษย์ จนกลายเป็นประเด็นขัดแย้งที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลในต้นสมัยศตวรรษที่ 5 เช่น Athanasius ได้เทศน์ต่อต้านตำแหน่งที่ใช้เรียกพระนางมารีย์ว่า “พระมารดาของพระเจ้า” ( Theotokos = Mother of God) โดยยืนยันว่าพระนางมารีย์เป็นเพียงแม่ของพระเยซูที่เป็นมนุษย์เท่านั้น อย่างไรก็ดี สังคายนาที่เมืองเอเฟซัส (Ephesus) ในปี ค.ศ. 431 ได้ยืนยันอีกครั้งว่าตำแหน่งของพระนางมารีย์คือ พระมารดาของพระเจ้า และเพื่อระลึกถึงเรื่องนี้ พระสันตะปาปาซิสตุสที่ 3 (432-440) ได้สร้างบาสิลิกาขึ้นมาใหม่ในกรุงโรมและอุทิศถวายแด่พระนางมารีย์ มีชื่อเรียกเป็นภาษาอิตาเลียนว่า Santa Maria Maggiore หรือภาษาอังกฤษเรียกชื่อบาสิลิกานี้ว่า St. Mary Major

ได้ทำการสร้างขึ้นบนเนิน Esquiline ซึ่งเป็นเนินเขา 1 ใน 7 ของกรุงโรม มหาวิหารแม่พระนี้ถือเป็น 1 ใน 4 ของมหาวิหารสำคัญของกรุงโรมเพื่อระลึกถึงสำนักหลักๆ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพระศาสนจักรสมัยแรกๆ อันได้แก่

1) มหาวิหารนักบุญยอห์น แห่งลาเตรัน แทนสำนักแห่งกรุงโรมที่เป็นธรรมาสน์ของนักบุญเปโตร

2) มหาวิหารนักบุญเปาโล นอกกำแพง แทนสำนักแห่งกรุงอเล็กซานเดรีย

3) มหาวิหารนักบุญเปโตร แทนสำนักแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิล…. และ

4) มหาวิหารแม่พระแห่งหิมะ แทนสำนักแห่งกรุงอันทิโอก

ซึ่งมหาวิหารแม่พระนี้ถือเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของคริสตศาสนาที่สร้างถวายเกียรติแด่พระโดยผ่านทางพระแม่มารีย์ ตำนานเล่าว่ามหาวิหารที่ยิ่งใหญ่ตระการตานี้ เดิมทีได้สร้างไว้โดยพระสันตะปาปา ลีเบริอัส (Liberias) ช่วงสมณสมัยคือปี 352-366 ซึ่งเป็นผลมาจากความฝันของสามีภรรยาชาวโรมันที่ร่ำรวยคู่หนึ่ง แต่พวกเขาไม่มีบุตร จึงต้องการให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้แด่พระมารดาของพระเจ้า พระนางทรงรับรองคำสัญญานั้นโดยทรงทำให้มีหิมะตกลงมากลางฤดูร้อนในคืนวันที่ 4 สิงหาคม 355 และทรงปรากฏมาแนะนำพวกเขาให้สร้างวัดขึ้นตรงจุดที่หิมะตกมานั้น และพระสันตะปาปาได้ฝันถึงเรื่องนี้สอดคล้องต้องกัน

ในช่วงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 5 (ราวปี 1566-1572) พระองค์ได้ทรงทำให้วันฉลองนี้กลายเป็นวันฉลองทั่วพระศาสนจักรสากล และพระศพของพระสันตะปาปาพระองค์นี้ได้ถูกฝังไว้ในมหาวิหารนี้

[N.B. พระสันตะปาปาฟรังซิสมีธรรมเนียมปฏิบัติที่จะเสด็จไปยังมหาวิหารแม่พระแห่งหิมะนี้ทุกครั้งก่อนการเดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อการแพร่ธรรมที่สำคัญๆ (On important apostolic visits) เช่น การเสด็จเยี่ยมเยียนประเทศต่างๆ โดยพระองค์จะทรงไปคุกเข่าภาวนาต่อหน้าพระรูปที่ทรงคุณค่ายิ่งของพระนางมารีย์พรหมจารี (และเมื่อเสด็จกลับกรุงวาติกันก็จะไปภาวนาที่นี่อีกครั้ง) พระรูปของแม่พระนี้เป็นศิลปะแบบไอคอน (icon) กล่าวกันว่านักบุญลูกาเป็นผู้วาดรูปนี้เอง และรูปนี้ถูกเก็บรักษาไว้เหนือพระแท่นของวัดน้อยทางด้านซ้ายของพระแท่นหลักที่อยู่ตรงกลาง]

(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day ; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ J.K. Mausolfe)

Recommended Posts