งานมารีอาโปลี เชียงใหม่ 2019
ความรักก่อให้เกิดพระศาสนจักร

มารีอาโปลี ณ เชียงใหม่ได้เริ่มแล้ว เสียงเจื้อยแจ้ว จากผู้คน ดูล้นหลาม
เสียงหัวเราะ เสนอะหู ช่างงดงาม อยากติดตาม งานมารีอา น่าประทับใจ
มารีอาโปลี ณ เชียงใหม่ ใครก็รู้ น่าติดตาม แต่ปางไหน
อยากเดินทาง มาร่วมงาน ทุกคราไป แสนสุขใจ ได้ร่วมงาน อีกสักครา
คนร่วมงาน เดินทางมา ทั้งไกลใกล้ อีกมิใช่ แค่ชาวไทย เท่านั้นหนา
ทั้งฝรั่ง คนต่างเผ่า ก็ยังมา เห็นคุณค่า งานมารีอา ต่างมากัน
เมืองแห่ง ความรัก และสันติสุข ปิติสุด คนร่วมงาน ล้วนสร้างสรรค์
การจัดงาน คราวนี้นั้น ช่วงครบครัน ณ เมืองสวรรค์ แห่งนี้ที่รอคอย

ประพันธ์ เชิดชูงาม
“มาเป็นครั้งแรก และไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทยเท่าไรนัก แต่รู้สึกอบอุ่น และเป็นหนึ่งเดียวกัน รู้สึกดีที่ได้มารับพระพร” (นัน)
“ได้ความอบอุ่น ได้ความรู้จากลูกเต๋าแห่งความรัก มีความสามัคคี รักซึ่งกันและกัน” (หญิง)
“งานวันนี้เป็นพระพรสำหรับดิฉัน ณ ที่นี้เราไม่ได้มีความแตกต่างกันทางศาสนา สามีของดิฉันเป็นพุทธ แต่เราก็สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความกลมกลืน ขอขอบคุณคณะโฟโคลาเร ทำให้ดิฉันมีกำลังที่จะก้าวหน้าต่อไป” (คริสตินา)

“ดิฉันไม่รู้จักพระเป็นเจ้าเมื่อก่อน แต่เมื่อดิฉันได้รู้จักพระองค์ ดิฉันตระหนักว่าพระองค์ประทับอยู่ในตัวของดิฉัน ดิฉันเคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง และในหมู่บ้านของเราก็มีคนป่วยอีกหลายคน เราต่างช่วยเหลือกันเพื่อเป็นการคืนกลับให้กับพระองค์ ดิฉันมีความสุข ขอบคุณที่ดิฉันได้มีโอกาสมารวมงานมารีอาโปลีในครั้งนี้ (เล็ก)

บทกลอนและความประทับใจข้างต้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจจากผู้เข้าร่วมงานมารีอาโปลีที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2019 ณ ศูนย์มิสซังคาทอลิก จังหวัดเชียงใหม่ ในหัวข้อ “ความรักก่อให้เกิดพระศาสนจักร” มีผู้เข้าร่วมงานทั้งผู้ใหญ่และเด็กจำนวน 202คน โดยมาจากเขตจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และกรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมทั้งเผ่าอาข่า ลาหู่ ปกาเกอะญอ และชาวฟิลิปปินส์
เสียงเพลง “มารี มารีอาโปลี…ดังขึ้นเป็นการเชิญชวนผู้มาร่วมงานเข้าร่วมงานมารีอาโปลี เราเปิดงานโดยได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้าในการเปิดงานโดยผ่านทางวีดีโอคลิป และท่านได้ให้พรแก่พวกเราทุกคนที่เข้าร่วมงานครั้งนี้
งานมารีอาโปลี ครั้งนี้มีความปรารถนาจะให้พวกเราได้รู้จัก และรักพระศาสนจักรมากขึ้น เพื่อจะทำให้เราได้เป็นเฉกเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวกของยุคสมัยปัจจุบัน โดยผ่านทางพระพรพิเศษแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้เคียร่าได้เข้าใจมากขึ้น ถึงการที่พระศาสนจักรเป็นแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่ลูกๆ นั่นก็คือพวกเราทุกคน และเราทุกคนก็เป็นประชากรของพระเป็นเจ้า เพราพระองค์มีพระประสงค์ที่จะไถ่กู้เราทุกคน และรวมเราทุกคนเข้าเป็นครอบครัวเดียวกัน การเจริญชีวิตแห่งความรักซึ่งกันและกันทำให้เราเป็นซีเมนต์แห่งความรักที่ช่วยทำให้พระศาสนจักรเข้มแข็ง ยืนหยัดอยู่ได้ และสามารถที่จะผ่านความยากลำบากต่างๆ
ผ่านทางประสบการณ์ของสมาชิกที่ได้แบ่งปันถึงว่าเราในฐานะคริสตชนเรามีส่วนที่จะเสริมสร้างพระศาสนจักรได้อย่างไร
โอ๋ได้เล่าว่า “ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมการของสตรี และได้มีโอกาสในการร่วมมือกับคุณพ่อ ซิสเตอร์ของวัดในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อก่อให้มีความสามัคคี”
ชาลีเล่าว่า”มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสภาวัด ผมได้เป็นตัวประสานเพื่อให้กลุ่มชาติพันธ์ที่ลงมาทำงานในเมืองได้มีป่าช้าในบั้นปลายของชีวิต”
และทัศนีย์แบ่งปันถึงการที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับวัดในการทำกิจกรรมต่างๆ และมีโอกาสไปเยี่ยมคนป่วย พร้อมกับคุณพ่อ และที่สุดผู้ป่วยคนนั้นได้ขอรับศีลและสิ้นใจอย่างสงบ
ช่วงบ่ายเป็นช่วงกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆเพื่อที่จะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นถึงการเสริมสร้างพระศาสนจักรโดยผ่านทางศิลปะแห่งความรัก นอกจากนั้นยังเป็นช่วงแห่งการแบ่งปันความประทับใจ ความรู้สึกและประสบการณ์
พวกเราต่างมีประสบการณ์ด้วยกันว่า วันพบปะมารีอาโปลีครั้งนี้เป็นโอกาสที่เราสามารถเสริมสร้างพระศาสนจักรส่วนเล็กๆนี้ด้วยความรักซึ่งกันและกัน เพื่อจะทำให้พระศาสนจักรเป็นบ้านและเป็นโรงเรียนแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน สิ่งเล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆที่พวกเราสามารถทำเพื่อเสริมสร้างโลกที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น ทำให้เราเป็นประชากรของพระเป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น

Recommended Posts