Skip to content
4.2.7

วันสมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า
22 มิถุนายน 2014

บทอ่าน ฉธบ 8: 2-3, 14ข-16ก  ;   1 คร  10: 16- 17  ;   ยน  6: 51-58
พระวรสารสัมพันธ์กับ คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)  728, 787, 994, 1001, 1355, 1384, 1391, 1406, 1509, 1524, 2837
จุดเน้น พระเยซูเจ้ายังคงอยู่เคียงข้างเราเสมอในศีลมหาสนิท  ระหว่างการต่อสู้ทุกครั้งในชีวิต

ในปี ค.ศ. 1263  บาทหลวงชาวเยอรมันชื่อปีเตอร์แห่งปร๊าก  ได้สงสัยเกี่ยวกับการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท  ดังนั้นเขาได้ตัดสินใจเดินทางจาริกแสวงบุญไปกรุงโรม  และภาวนาขอให้พระเจ้านำทางผ่านอุปสรรคระหว่างการเดินทาง

ระหว่างทางไปกรุงโรม  เขาได้มาถึงเมืองเล็กๆ ใจกลางของประเทศอิตาลี  ชื่อเมืองบอลเซน่า  ขณะกำลังถวายมิสซาที่นั่น  ได้เกิดเรื่องมหัศจรรย์ขณะที่บาทหลวงองค์นั้นชูแผ่นศีลมหาสนิท  และสวดบทเสกศีล  ได้มีเลือดเริ่มไหลหยดจากแผ่นศีลมาที่มือและผ้ารองศีลบนพระแท่น

คุณพ่อได้ขอนำไปยังเมืองออร์วิเอโต้ซึ่งอยู่ใกล้ๆ  คุณพ่อรู้ว่าพระสันตะปาปาอูร์บัน ที่ 4  กำลังอยู่ที่นั่น  พระสันตะปาปาได้ให้สอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น  แต่ไม่พบคำอธิบายตามธรรมชาติได้  พระสันตะปาปาอูร์บันได้อนุญาตให้เก็บแผ่นศีลและผ้ารองศีลนั้น  แสดงในอาสนวิหารที่เมืองออร์วีเอโต้  ทุกวันนี้ยังมีสัตบุรุษไปเยี่ยมชมผ้ารองศีลนั้น

อัศจรรย์ศีลมหาสนิทครั้งนั้นทำให้พระสันตะปาปาอูร์บัน  ตั้งวันสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า  ซึ่งเรารู้จักในภาษาลาตินว่า Corpus Christi  ฉลองครั้งแรกในปีถัดมา ค.ศ. 1264

นักบุญโทมัส  อาไควนัส  ได้อยู่กับพระสันตะปาปาที่เมืองออร์วีเอโต้ในคราวเกิดอัศจรรย์นั้น  พระสันตะปาปาอูร์บันได้มอบหมายให้โทมัสแต่งบทภาวนา  และบทเพลงสำหรับวันฉลอง  เพลงโอ้ศีลบูชารักษาจิตใจ (O Salutaris Hostia)  และเพลง Tantum Ergo (ก้มกราบนมัสการ)  ที่เรายังใช้ร้องเวลานมัสการศีลมหาสนิทและก่อนรับพรศีลมหาสนิทในปัจจุบัน

เพลง Tantum Ergo (ก้มกราบนมัสการ)  มีวรรคหนึ่งที่ว่า Pange lingua gloriosi  ลิ้นของข้าพเจ้าสรรเสริญพระสิริรุ่งโรจน์  เรามักใช้ขับร้องในคืนวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์  เวลาแห่ศีลมหาสนิทจากพระแท่นไปยังสถานที่ตั้งศีล

เป็นเวลาประมาณ 750 ปี หลังจากอัศจรรย์ศีลมหาสนิทที่เมืองบอลเซน่า  ที่เราคาทอลิกฉลองและขับร้องเพลงต่อกันมา  ระลึกถึงพระเยซูเจ้าประทับใจศีลมหาสนิทอยู่เคียงข้างเรา  ในการจาริกแสวงบุญในโลกนี้สู่บ้านแท้ในสวรรค์

พระเจ้าทรงเลี้ยงชาวอิสราเอลด้วยมานนาจากฟ้า  ตลอดการเดินทาง 40 ปี ผ่านถิ่นทุรกันดารไปสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา  ซึ่งเราได้ยินในบทอ่านที่หนึ่ง  พระองค์ได้เลี้ยงเราด้วยพระองค์เอง คือ ปังทรงชีวิต  ในขณะที่เราถูกทดลองด้วยความลำบากในชีวิตนี้

เรามิได้ต่อสู้ตามลำพัง  พระเยซูเจ้าประทับอยู่กับเรา  เป็นพิเศษในศีลมหาสนิท  ในพระวรกาย  พระโลหิต  พระวิญญาณ  และเทวภาพ  ในศีลมหาสนิทเราได้รับพละกำลังอย่างพอเพียงที่จะต่อสู้กับอุปสรรคที่ยากที่สุด

เรามิได้อยู่คนเดียว  เพราะว่าในศีลมหาสนิท  สัตบุรุษทุกคนมาอยู่ด้วยกัน  เป็นหนึ่งเดียวกันในพระกายของพระคริสตเจ้า  ดังที่นักบุญเปาโลเตือนใจเราในบทอ่านที่สองของวันนี้

ช่างเป็นความบรรเทาใจยิ่งใหญ่สำหรับเราที่องค์พระผู้เป็นเจ้าและสัตบุรุษมากมายอยู่ที่นี่  ทั่วโลกและในสวรรค์  เป็นหนึ่งเดียวกันจริงๆ กับเรา  เมื่อเราดำเนินชีวิตตามกระแสเรียกหน้าที่ของเราในแต่ละวัน

อย่างไรก็ดี  เราบางคนอาจสงสัยคำสัญญาของพระเยซูเจ้า  เหมือนผู้ฟังในศาลาธรรมที่เมืองคาเปอร์นาอุมในสมัยโน้น  หรือเราอาจเชื่อในการประทับอยู่ของพระองค์ในศีลมหาสนิทจริงๆ  แต่ดำเนินชีวิตราวกับว่าไม่มีอะไรแตกต่างในชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด  พ่อขอเชิญพี่น้อง  ในวันสมโภชยิ่งใหญ่นี้  ให้เราเปิดใจใหม่หาพระเยซูเจ้า  ยอมให้พระหรรษทานนำเรามาใกล้ๆ พระองค์ในศีลมหาสนิท

พ่อไม่สามารถสัญญากับพี่น้องได้ว่า  พระองค์จะทำอัศจรรย์เหมือนที่ได้ทำให้คุณพ่อปีเตอร์แห่งปร๊าก  แต่หากพระองค์ทำให้ความเชื่อของพี่น้องเข้มแข็งในการประทับอยู่จริงๆ ในศีลมหาสนิทแล้ว  พระองค์ได้ทำสิ่งน่ามหัศจรรย์ในโลกแล้วเช่นกัน

ให้เราใช้คำพูดของนักบุญเปโตรที่บอกพระเยซูเจ้า  ในตอนท้ายคำสอนของพระเยซูเจ้าเกี่ยวกับปังทรงชีวิต  ดังที่เราได้ยินในพระวรสารวันนี้  พระเยซูเจ้าได้ถามบรรดาอัครสาวกว่า  พวกเขาจะจากพระองค์ไปด้วยหรือ  เหมือนคนอื่นหลายคนที่สงสัยคำสอนของพระองค์  และนักบุญเปโตรทูลตอบว่า “พระอาจารย์  เราจะไปหาใครเล่า  พระองค์มีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร” (ยน 6:68)

บิชอปวีระ  อาภรณ์รัตน์  แปล
จาก  Homilies  โดย Catholic  Diocese  of  Lansing,
(เมษายน – มิถุนายน 2014), หน้า 264-267.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง