สังฆมณฑลเชียงใหม่จัดงานวันอาหารโลก

สังฆมณฑลเชียงใหม่จัดงานวันอาหารโลก

วันอาทิตย์ที่11 ตุลาคม 2020 ฝ่ายงานสังคมสังฆมณฑลเชียงใหม่ร่วมกับมูลนิธิชาวดอยรู้รักสามัคคี จัดงานวันอาหารโลกที่มูลนิธิชาวดอยรู้รักสามัคคี จอมทองอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์วีระ อาภรณ์รัตน์ มุขนายกเขตศาสนปกครองเชัยงใหม่ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณและเปิดงานในครั้งนี้ โอกาสนี้พระคุณเจ้าได้ให้ข้อคิดว่า”เราต้องขอบคุณพระเจ้าเสมอที่พระองค์ประทานอาหาร น้ำ ดินฟ้าอากาสให้เราพระองค์เตรียมสิ่งสร้างธรรมชาติให้เราเพื่อดำเนินชีวิต รักพระองค์ เมื่อรักพระองค์ก็ต้องรักแบ่งปันอาหารการกินแก่กันและกันรวมทั้งบำรุงรักษาด้วย เช่นเดียวกันพระสันตะปาปาฟรังซิสได้สมณสาสน์เลาดาโตซีเชิญชวนให้เราตระหนักและรักสิ่งแวดล้อมสิ่งสร้าง และสรรเสริญพระเป็นเจ้าด้วยกัน เพราะพระองค์ดำรงอยู่กับเราในสิ่งสร้างต่างๆ เหล่านี้ เมื่อเราเห็นสิ่งสร้างและธรรมชาติต่างๆให้เราคิดถึงและสรรเสริญพระองค์ที่เลี้ยงดูเรา” เช่นเดียวกัน ภาราดาอนุรักษ์นิธิภัทราภรณ์ ได้ให้ข้อคิดว่า”

เวลาที่เราเห็นธรรมชาติสิ่งสร้างรอบตัวเราให้เราคิดถึงพระเป็นเจ้าว่าพระองค์ประทับอยู่กับเราตลอดเวลาประทานอาหารอากาศสิ่งแวดบ้อมให้เรามีชีวิตและรับใช้พระองค์ในเพื่อนมนุษย์ เพื่อนร่วมโลก และรักเคารพธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราต้องอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน แม้เรามีความกบากหลายของชนเผ่าแต่ล้วนมีพระบิดาเดียวกัน ดังนั้นเราต้องสรรเสริญพระเจ้าเสมอที่ประทานธรรมขาติให้เราดังที่พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ออกสมณสาสน์เลาดาโตซี เชิญชวนให้เราสรรเสริญพระเป็นเจ้าที่พระองค์ประทานสิ่งสร้างต่างๆให้เรา คือเมื่อเห็นธรรมชาติแล้วสรรเสริญพระเป็นเจ้าด้ายการดำเนินชีวิตรักและรับใช้ซึ่งกันและกัน”

หลังพิธีบูชาขอบพระคุณมีกิจกรรมฐานเรียนรู้ต่างๆ เช่น ฐานฐานเกษตร, ฐานสมุนไพร, ฐานสัตว์เลี้ยงชนิดต่างๆ,ฐานสัมผัสธรรมชาติสิ่งสร้างของพระเจ้าและฟังเสียงธรรมขาติ, ฐานย้อมสีธรรมชาติ และแต่ละชนผ่าแต่ละหมูบ้านได้นำเอาอาหารของแต่ละท้องถิ่นของตนมาให้บริการแก่ผู้มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

(คุณพ่อ ณรงค์ชัย หมั่นศึกษา)

ประกาศ เลขที่ ชม. 181/2020 เรื่อง การสํารวจประชากรคาทอลิก 2020

ที่ ชม. 181/2020
17 กันยายน ค.ศ. 2020

เรื่อง การสํารวจประชากรคาทอลิก 2020
เรียน คุณพ่อ บราเดอร์ ซิสเตอร์ และพี่น้องคาทอลิก ที่รัก
สิ่งที่ส่งมาด้วย แบบฟอร์มการสํารวจประชากรคาทอลิก

เนื่องจากจดหมายอภิบาลเรื่อง “เสริมสร้างชุมชน ศิษย์ธรรมทูต” เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2020 ได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อ โดยมีข้อแรก คือ “สํารวจสถิติคริสตชนที่ได้รับศีลล้างบาปใน เขตวัด ผู้ย้ายถิ่นและชาวต่างประเทศที่มาวัด” พ่อได้ติดตามเรื่องนี้ในการประชุมกรรมการที่ปรึกษาของสังฆมณฑลเชียงใหม่ (วันที่ 8 กันยายน 2020) และการประชุมพระสงฆ์ เขต 1 (วันที่ 16 กันยายน 2020) จึงได้ออก แบบสํารวจประชากรคาทอลิก 2020

เหตุผลเพราะที่ผ่านมา เราพิจารณาประชากรคาทอลิกจาก ทะเบียนศีลล้างบาป (ซึ่ง ทุกสังฆมณทลกําลังบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์) ส่วนพี่น้องที่ย้ายถิ่น และคาทอลิกชาวต่างประเทศที่มาอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลานาน เราไม่เคยสํารวจจนสําเร็จ จึงขอทําการสํารวจ 2 เดือนนี้ คือ ตุลาคม และพฤศจิกายน 2020 เพื่อสรุปจํานวนสัตบุรุษที่ย้ายมาจากวัดอื่น และชาวต่างประเทศ เพื่องานอภิบาลพี่น้องได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

จึงขอบรรดาพระสงฆ์ นักบวช และสภาภิบาลวัด ช่วยดําเนินการสํารวจนี้ และกรุณาส่งที่ สํานักมิสซังฯ ภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2020 ฉลองนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง

ขอบคุณในความร่วมมือ
ขอพระเจ้าอวยพร
(ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่

คณะกรรมการผู้สูงอายุสังฆมณฑลได้ประชุมพบปะครั้งที่ 2/2020

คณะกรรมการผู้สูงอายุสังฆมณฑลได้ประชุมพบปะครั้งที่ 2/2020

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2020
คณะกรรมการผู้สูงอายุสังฆมณฑลได้ประชุมพบปะครั้งที่ 2/2020 ณ ห้องประชุมศูนย์สังฆมณฑล เพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันกิจกรรมที่ดำเนินการก่อนสถานการณ์ COVID-19 และพิจาณากิจกรรมที่จะดำเนินการต่อหลังจากสถานการณ์ COVID-19 นำสวดเปิดการประชุมโดยคุณพ่อศราวุธ แฮทู จิตตาธิการแผนกสุขภาพอนามัยสังฆมณฑล และ ดำเนินการประชุมโดยคุณทัศนีย์ ทุมกานนท์ ประธานกรรมการผู้สูงอายุฯ โอกาสนี้ขอ ขอบคุณกรรมการทุกท่านที่เสียสละและมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

 
cURL error 28: Failed to connect to photoslibrary.googleapis.com port 443: Connection timed out

บาทหลวงต้องลาออกจากวัด หลังจากประกอบพิธีแต่งงานให้เลสเบี้ยน

บาทหลวงต้องลาออกจากวัด
หลังจากประกอบพิธีแต่งงานให้เลสเบี้ยน

            บาทหลวงผู้ประกอบพิธีให้เลสเบี้ยน  ต้องใช้เวลาที่เหมาะสม  สำหรับไตร่ตรองเพื่อหาความชัดเจน  และความยินดี  ในการปฏิบัติศาสนบริการสงฆ์  ให้เป็นรูปธรรม  สำหรับสังคมโลกปัจจุบัน

            ที่ซานโอเรสเต  ประเทศอิตาลี  23 กรกฎาคม  2020  สำนักข่าว LifesiteNews  รายงานว่า บาทหลวง  เอมมานูแอล  มอสกาเตลลี่  เจ้าอาวาสได้ประกอบพิธีแต่งงานทางบ้านเมือง  ระหว่างผู้หญิง 2 คน(เลสเบี้ยน)  เมื่อวันที่  11 กรกฎาคม ที่หอประชุมเทศบาล

            พระสังฆราช  โรมาโน  รอสซี่  ของสังฆมณฑลชีวีตา  กัสเตลาน่า  ได้ตกลงกับคุณพ่อมอสกาเตลลีให้พ้นจากหน้าที่เจ้าอาวาส  ในวันที่ 14  กรกฎาคม

            “เราตกลงให้คุณพ่อพักระยะเวลาหนึ่ง  เพื่อไตร่ตรองค้นหาความชัดเจน  และความยินดีในการปฏิบัติของศาสนบริการสงฆ์ สำหรับการให้เป็นรูปธรรมในสังคมโลกปัจจุบัน

            วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม   เราถวายมิสซาด้วยกันที่วัด  และพ่อได้ประกาศเรื่องนี้ให้ชุมชนทราบ  มันเป็นเรื่องสำคัญ  เราต้องชัดเจนต่อข้อความเชื่อ  ความสัมพันธ์ในด้านอภิบาล   เราต้องใส่ใจในเรื่องละเอียดอ่อนนี้กับบรรดาพี่น้องที่อยู่ในความลำบาก” พระสังฆราชกล่าว

            บาทหลวง  มอสกาเตลลี่  จะไม่กลับมาเป็นพระสงฆ์เจ้าอาวาส ที่วัดนักบุญโอเรสเตสอีก  แต่อาจจะกลับมาทำหน้าที่สงฆ์ได้  เมื่อถึงเวลาเหมะสม

            ตามกฎหมายพระศาสนจักร (CIC)  มาตรา 1369  ของประมวลกฎหมาย  ปี ค.ศ.1983   กล่าวว่า “บุคคลซึ่งในสถานที่หรือการชุมนุม  ในการเขียน พิมพ์โฆษณา  หรือในการใช้สื่อสารมวลชนอื่น  กล่าวคำผรุสวาท  ทำร้ายศีลธรรมอันดีงามอย่างรุนแรง กล่าวร้าย  หรือยุยงให้มีความเกลียดชัง  หรือการสบประมาทต่อศาสนา  หรือต่อพระศาสนจักร  ต้องถูกทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม”

เคยมีสังฆราชคาทอลิกบางองค์ได้สนับสนุนการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันทางบ้านเมือง  สมณกระทรวงข้อความเชื่อ (CDF) ได้สั่งสอนใน ค.ศ. 2003 ว่าเราคาทอลิกไม่ยอมรับพฤติกรรม”คู่ชีวิต”   แม้กฎหมายบ้านเมืองอาจยอมรับ  แต่เพราะมันขัดแย้งกับหน้าที่   เป็นกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง  ใครปฏิบัติเรื่องนี้ก็ขัดต่อคำสอนคาทอลิก… ทุกคนมีสิทธิคัดค้านแบบที่สมควร

            คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ( CCC 2357 ) สอนว่า “พฤติกรรมความใคร่ต่อเพศเดียวกันเป็นพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติในตัวเอง เป็นพฤติกรรมที่ขัดกับกฎธรรมชาติ พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ยอมให้กิจกรรมทางเพศเป็นการให้ชีวิต…พฤติกรรมนี้จึงไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้ว่าในกรณีใดๆ”

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  แปล

การรับไม้กางเขนในพิธีแต่งงาน

การรับไม้กางเขนในพิธีแต่งงาน

ตามประเพณีของชาวโครเอเชีย  เมื่อคู่บ่าวสาวแต่งงาน  พระสงฆ์ไม่บอกเขาว่าจะพบคนที่สมบูรณ์แบบ  แต่จะกล่าวว่า  “ท่านได้พบไม้กางเขนของท่านแล้ว  คือไม้กางเขนที่จะรัก  ที่คุณจะต้องแบก  ไม่ใช่ขว้างทิ้ง  แต่ต้องสงวนไว้เป็นของล้ำค่า”

            ในประเทศเฮเซโกวีน่า  (ใช้ภาษาโครเอเชีย)  ไม้กางเขนเป็นเครื่องหมายถึงความรักยิ่งใหญ่ที่สุด  และไม้กางเขนเป็นสมบัติล้ำค่าในบ้าน

            เมื่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเข้าวัดในวันพิธีแต่งงาน  พวกเขาถือไม้กางเขน  พระสงฆ์อวยพรไม้กางเขน  เมื่อถึงเวลาสัญญาต่อกัน  เจ้าสาวเอามือขวาจับไม้กางเขนนั้น  และเจ้าบ่าวเอามือขวากุมมือของเจ้าสาว  เพื่อทั้งสองเชื่อมกันบนไม้กางเขน

            พระสงฆ์เอาสโตลา (ผ้าคล้องคอพระสงฆ์ในพิธีกรรม) ปกคลุมมือของทั้งสอง  ขณะที่พวกเขากล่าวแลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญาตามพิธีของพระศาสนจักร ว่าจะซื่อสัตย์ต่อกัน  ทั้งยามสุขและยามทุกข์  ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย…จนกว่าชีวิตจะหาไม่

            แทนที่จะจูบกัน  ทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวจูบไม้กางเขน  ผู้ร่วมพิธีเข้าใจว่า  ถ้าใครละทิ้งใคร  ก็หมายความว่าละทิ้งพระคริสตเจ้าบนกางเขน

            หลังพิธี  คู่แต่งงานใหม่นำกางเขนนี้กลับบ้าน  ตั้งไว้ในที่มีเกียรติ  เป็นที่ระลึกถึงวันแต่งงานและเป็นสถานที่สวดภาวนาในครอบครัว  ในเวลาประสบความลำบาก  ครอบครัวไม่ไปหาทนายความ  หรือจิตแพทย์  แต่จะคุกเข่าด้วยกันต่อหน้าไม้กางเขน  วอนขอความช่วยเหลือจากพระเยซูคริสตเจ้า  คุกเข่าด้วยกันและบางครั้งก็ร้องไห้  เปิดใจขอพระเจ้าทรงให้อภัย  และขออภัยต่อกัน  ทั้งสองจะไปนอนอย่างมีสันติสุข

            สามีและภรรยาจะสอนลูกๆ ให้จูบไม้กางเขนทุกวันก่อนเข้านอน  โดยขอบคุณพระเยซูเจ้า  เพราะรู้ว่าพระองค์กำลังโอบกอดพวกเขา  จึงไม่ต้องกลัวสิ่งใด

เขียนโดย “แม้ปีศาจก็กลัวพระนางมารีย์”

แปลโดย ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์
20 /7/2020

พระสัญญา 12 ข้อ ต่อผู้ถวายเกียรติแด่พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า

พระสัญญา 12 ข้อ
ต่อผู้ถวายเกียรติแด่พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า

  1. เราจะประทานพระคุณทุกๆ ประการที่จำเป็นตามสถานภาพแห่งชีวิตของเขา
  2. เราจะนำสันติสุขมาสู่ครอบครัวของเขา
  3. เราจะปลอบบรรเทาใจเขา ในความทุกข์ยากต่างๆ
  4. เราจะเป็นที่ลี้ภัยอันปลอดภัย ของผู้ที่อยู่ในภยันตรายของศัตรูแห่งชีวิต  และเป็นต้นเมื่อใกล้จะตาย
  5. เราจะประทานพระพรอย่างอุดมสมบูรณ์มายังกิจการงานทุกอย่างของเขา
  6. คนบาปจะพบท่อธารและมหาสมุทรแห่งความเมตตาที่ไม่มีขอบเขตในพระหฤทัยของเรา
  7. วิญญาณที่ศรัทธาร้อนรน จะก้าวไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ที่สูงขึ้น
  8. เราจะอวยพรทุกบ้านที่มีรูปพระหฤทัยของเราตั้งไว้เป็นที่เคารพบูชา
  9. วิญญาณที่เย็นเฉยจะกลับเป็นวิญญาณที่ร้อนรน
  10. เราจะประทานพระพรให้บาดหลวงสามารถเข้าถึงจิตใจของผู้มีใจแข็งกระด้าง
  11. เราจะจารึกชื่อของผู้ที่เผยแผ่ความศรัทธานี้ไว้ในพระหฤทัยของเราตลอดไป
  12. ผู้ที่รับศีลมหาสนิทในวันศุกร์ต้นเดือน 9 ครั้ง ต่อเนื่องกัน จะได้รับพระหรรษทานความเป็นทุกข์ถึงบาปในวาระสุดท้าย

ขอให้เรากลับมาเข้าวัด

ขอให้เรากลับมาเข้าวัด

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา  คือ  ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม  ถึงวันที่  7 มิถุนายน 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ทำให้เราต้องงดพิธีกรรม  ร่วมมือกับคำสั่งของรัฐบาลไทย  และฝ่ายปกครองท้องถิ่น  จนในที่สุดเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น  เราจึงสามารถเปิดวัด  กลับมาร่วมพิธีกรรมได้  ตั้งแต่  วันอาทิตย์สมโภชพระจิตเจ้า  ที่ 31  พฤษภาคม ค.ศ. 2020  เป็นต้นไป  โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ  และแนวทางภาคปฏิบัติ  ที่สภาประมุขบาทหลวงฯ ได้ประกาศ  ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าอาวาส  เช่นอาสนวิหารพระหฤทัย  เชียงใหม่  เริ่มวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน

            ประสบการณ์ของการต้อง “กักตัว”  อยู่บ้าน  หยุดเชื้อ  เพื่อชาติ  และเคอร์ฟิว ทำให้หลายคน ศรัทธามากขึ้น  คือ ร่วมพิธีสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์  เทศกาลปัสกา ทางออนไลน์ สวดสายประคำตลอดเดือนพฤษภาคม  ตามคำเชิญชวนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส  เ พื่อขอให้เราพ้นวิกฤติครั้งนี้   และกลับมาสู่วิถีชีวิตปกติใหม่

            ทำให้ธรรมชาติสะอาดขึ้น  (เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว และงดการเดินทาง ทำให้อากาศสะอาด บริสุทธิ์  หาดทรายชายทะเล  สวยสดงดงาม-7ho

            ในสัปดาห์เลาดาโตซี  16-24  พฤษภาคม  2020  โอกาสครบ  5 ปีของสมเณสาสน์  ขอสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า  (Laudato  si ) เกี่ยวกับการดูแลรักษาโลก  บ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน  สังฆมณฑลของเราร่วมมือเต็มที่  แม้จะเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ  แต่เราก็ทวีขนมปัง ปันความช่วยเหลือ  กันและกัน 

            บ้านของเราเป็นวัดน้อยมากขึ้น  อย่างไรก็ดี  บัดนี้ขอเชิญพี่น้องกลับมาเข้าวัดสู่วิถีชีวิตปกติใหม่  …เพราะคิดถึงกันครับ

เสกป่าต้นน้ำที่ฮากเกี๊ยะ ต.ดอยแก้วและแม่ยะน้อย ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง

เสกป่าต้นน้ำที่ฮากเกี๊ยะ ต.ดอยแก้วและแม่ยะน้อย ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสังคมสังฆมณทลเชียงใหม่ไปร่วมงานสัปดาห์เลาดาโต ซี โดยเสกป่าต้นน้ำสองแห่ง ในเขตอำเภอจอมทอง ทั้งคุณพ่อ พระภิกษุ ซิสเตอร์ ชาวบ้าน

วิ่งเพื่อความเป็นหนึ่ง 2563 … ออนไลน์

วิ่งเพื่อความเป็นหนึ่ง ออนไลน์

เด็กๆ Gen 3 ก็มาร่วมด้วย

น้องๆ เยาวชนก็ร่วมกันมาในกิจกรรมครั้งนี้ โดยได้นำอุปกรณ์จักรยาน พาหนะต่างๆ มาร่วมการวิ่งออนไลน์ครั้งนี้ด้วย

เทคโนโลยีกับมิตรภาพ

เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด ก็ไม่อาจหยุดเจตนารมณ์การต้องการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไปได้

นำทีมเต้นหน้ากล้อง

นำโดยคุณดาวิน แห่งบ้านโฟโคลาเรชายเชียงใหม่ นำทีมเยาวชนเป็นตัวแทนประเทศไทย และเชียงใหม่ เต้นหน้ากล้อง

เยาวชนของคณะโฟโคลาเร ได้มีโอกาสจัดงานสัปดาห์เพื่อโลกที่เป็นหนึ่ง  กิจกรรมนี้เกี่ยวข้องกับสมาชิกทุกคนของคณะโฟโคลาเร ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ กิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่พิเศษเพราะมีสถานการณ์โคโรน่าไวรัส 19 เข้ามา เราจึงจัดงานในรูปแบบออนไลน์ ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา พวกเรากลุ่มเยาวชนที่เชียงใหม่มีโอกาสติดต่อกับกลุ่มเยาวชนที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีซึ่งกันและกัน และวันที่ 3 พฤษภาคม พวกเราในเขตโซนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีโอกาสติดต่อกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เต้นสด ร้องเพลง โดยผ่านทางวีดีโอ มีผู้คนจำนวนมากจาก 11 เมือง ใน 8 ประเทศในเขตโซนของเรา แต่ละกิจกรรมถูกถ่ายทอดโดยผ่านทาง Facebook Youtube Zoom และ Line เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามและเป็นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วทุกภาคพื้นที่ในโลกมากยิ่งขึ้น  ในปัจจุบันพวกเราต่างเผชิญกับสถานการณ์โคโรน่าไวรัส ซึ่งทำให้พวกเราไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้  แต่ความคิดสร้างสรรค์ของพวกเรา และเทคโนโลยีที่ช่วยให้พวกเราได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และด้วยความรักของพวกเราที่พยายามสร้างให้โลกของเรามีความรักและเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น