มาถวายมิสซาที่ แจ้ห่ม

มาถวายมิสซาที่ แจ้ห่ม

หลังจากบวชสังฆานุกร  4 คน ที่วัดนักบุญเปาโล  ห้วยตอง จังหวัดเชียงใหม่  คุณพ่ออนุพงศ์  ดำรงอุษาศีล  กับผมเดินทาง บ่าย 2 โมง มาที่วัดราชินีแห่งสันติภาพ  อำเภอแจ้ห่ม  จังหวัดลำปาง   ใช้เวลาสามชั่วโมงกว่าๆ  พบคุณพ่อ  บรูโน  รอสซี  เจ้าอาวาส  และคุณพ่อ  ราฟาแอล  ผู้ช่วยเจ้าอาวาส  และคุณสเตฟาโน  อาสาสมัครชาวอิตาเลี่ยนอยู่เมืองไทย  เกือบ 10 ปี  แล้ว

            19.45  น. ร่วมสวดสายประคำกับเยาวชน 42 คน ที่ศูนย์คาทอลิกนี้

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน

            เนื่องจากไวรัสโคโรน่าช่วงสัปดาห์ศักดิ์  ไม่สามารถจัดพิธี  ศีลล้างบาปได้  คุณพ่อบรูโนจึงจัดในวันนี้  มีผู้ใหญ่  เยาวชน  และเด็กๆ  รับศีลล้างบาป  ประมาณ  10 คน  ผู้ใหญ่  และเยาวชน  รับศีลล้างบาป  ศีลกำลัง  และศีลมหาสนิท  ประมาณ 50 คน  จากหลายหมู่บ้าน  ทั้งอาข่า  ปกาเกอะญอ  ลาหู่  เมี้ยน  ฯลฯ งดงามดี

            พิธีมิสซาเริ่ม  10.15 น. เนื่องจากกลัวพายุฝนฟ้าคะนอง  จึงจัดในห้องประชุม มีสัตบุรุษประมาณ 300 คน หลังมิสซามีมอบสร้อยไม้กางเขน  แก่ ผู้รับศีลฯ  เด็กหญิงจิราภรณ์  แซ่ลี  ชั้น ป.3 เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณ  น่ารักมากพร้อมกับ ยาย (แต่เธอเรียกว่า แม่) เป็นผู้มอบของทีระลึก

            คุณพ่อบรูโน  กล่าวขอบใจครูคำสอน  และซิสเตอร์ที่ช่วยสอนคำสอน  และแจก ต้นโกโก้  คนละ 1 ต้น  โอกาสปีเลาดาโตซี

            คุณพ่อราฟาแอล  เสนอให้มิสซังจัดทำเนื้อหาคำสอน แก่เด็ก  และเยาวชนในศูนย์คาทอลิกของเราให้มีเนื้อหาเดียวกัน…  ผมรับไว้พิจารณา  แต่ก็เสนอไปว่า  บรรดาพระสงฆ์เรียนมาเยอะ  น่าจะช่วยสอนคำสอนทุกสัปดาห์  ก็จะดีไม่น้อย  เพราะปัญหาเยาวชนห่างวัด  ซึมเศร้า  เราตามแก้… ป้องกันไม่ทัน

คุณสเตฟาโน  ซาเวญาโก  ชาวอิตาเลี่ยน  อายุ  57 ปี อาสาสมัครช่วยทำอาหาร  อยู่เมืองไทยมาแล้ว 10 ปี  ทำให้ผมเห็นว่าเราต้องสำรวจ  ชาวคาทอลิกต่างประเทศที่มาอยู่เชียงใหม่  มีเท่าไหร่จะได้ช่วยกัน  อภิบาลพวกเขาบ้าง

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  รายงาน

เยี่ยมวัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม

11-12 มีนาคม 2020

เช้าวันพุธที่ 11 มีนาคม เวลา 7.15 น. คุณพ่อบรูโน ซอปเปลซ่า คุณพ่อศราวุธ แฮทู และผมเดินทางจากมิสซังเชียงใหม่ ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อเยี่ยมชมงานของวัดคาทอลิก ที่แจ้ห่ม จลำปาง

10.00 น. คุณพ่อบรูโน รอสซี่ เจ้าอาวาส คุณพ่อราฟาแอล ซันโดนา ซิสเตอร์ และครูคำสอน 8 คนได้ร่วมประชุม โดยคุณพ่อบรูโน บรรยายถึงงานอภิบาลธรรมทูต 39 หมู่บ้านโดยมี 26 วัดน้อย ครูคำสอน 10 คน ดูแลชาวอีสาน ล้านนา ลาหู่ ปกาเกอะญอ อาข่า ม้ง และเมี่ยน มิสซาเดือนละครั้ง

มีศูนย์เด็ก 4 แห่ง คือ แจ้ห่ม (55 คน) บ้านกล้วย (45 คน) ศูนย์นักบุญเปาโล แม่แจ๋ม (ลาหู่) 19 คน และศูนย์ที่บ้านใหม่พัฒนา 7 คน รวม 126 คน มีสอนคำสอนทุกอาทิตย์

15.30 น. ซิสเตอร์คณะเมตตาธรรมแห่งนักบุญชานอังติด ตูเร มีซิสเตอร์ 3 คน ที่บ้านผาช่อ ดูแลเด็กพิการ ประมาณ 10 คน ซิสเตอร์ 2 คน ชาวลาว มีความลำบากเรื่องวีซาธรรมทูต

18.15 น. ถวายมิสซากับเด็กเยาวชนที่ศูนย์บ้านกล้วย และรับประทานอาหารเย็น

วันพฤหัสที่ 12 มีนาคม

6.30 น. มิสซาเช้า
8.30 น. ดูกิจการเกษตรที่ศูนย์แจ้ห่ม มีทำนา เลี้ยงแพะ แกะ หมู บ่อเลี้ยงปลา กาแฟ
10.30 น. เดินทางไปบ้านแม่แจ๋ม เยี่ยมศูนย์เด็ก นักบุญเปาโล มีครูดาวิดดูแล
14.30 น. เดินทางไปดูศูนย์อบรมเลาดาโตซี (แจ้ซ้อน)
15.00 น. ไปบ้านเข้าเงียบที่ป่าเมี้ยง ประมาณห้าโมงจึงเดินทางกลีบเชียงใหม่

คุณพ่อดูแลเรื่อง กาแฟบรูโน่ ชา ช่วยชาวบ้าน รายได้ช่วยทุนการศึกษาเด็กๆ ในศูนย์ และงานของมิสซัง มีเยาวชนอิตาเลี่ยน ชื่อ ดิน่า เรียนพูดภาษาไทยที่ประเทศอังกฤษ เรียนภาษาจีนที่ไต้หวัน กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับงานของวัดนี้ ทำวิทยานิพนธ์…เก่งจัง….มาหาข้อมูลในสนามงานที่เมืองไท

ขอบคุณคุณพ่ออาเล็กซานโดร โบดิญอง คุณพ่ออาดรีอาโนคณะปีเม ครูมุดี เจริญธรรม ผู้บุกเบิกงานธรรมทูตที่เขตนี้ จนมาถึงคุณพ่อตรีเวเนโต้ ในปัจจุบัน

ขณะทีไวรัสโคโรน่าระบาดที่อิตาลี ขอร่วมใจภาวนาให้ชาวอิตาเลี่ยน …เป็นพิเศษ ครับ

 

อบรมเยาวชนคาทอลิก

ศีลศักดิ์สิทธิ์กับชีวิตคริสตชน
เมื่อวันที่ 21-23 กันยายน 2018  คุณพ่อโจงชอล์ แก้วมา ได้มาอบรมน้องๆ เยาวชนศูนย์คาทอลิก และขอบคุณซิสเตอร์คณะมารีอาบัมบีน่าที่มาแบ่งปันกระแสเรียกให้กับน้องๆ ณ บ้านเลาดาโตซี แจ้ซ้อน ด้วยนะครับ

ประกาศสังฆมณฑลเชียงใหม่ เรื่อง อนุญาตให้รับศีลบวชเป็นบาดหลวง

สังฆนุกร มาระโก โจงชอส์ แก้วมา
พิธีบวชจะมีขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม 2017 ณ วัดม่าพระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม

ฉลองวัดนักบุญอันตน แห่งปาดัว บ้านแม่หมีนอก

วันที่ 13 มิถุนายน 2017 เขตวัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม นำโดยคุณพ่อบรูโน รอสซี่ (คุณพ่อเจ้าอาวาส) คุณพ่อราฟาแอล ซันโตนา ซึ่งทั้งสองเป็นบาดหลวงคณะตรีเวเนโต ได้จัดให้มีฉลองวัดนักบุญอันตน แห่งปาดัว บ้านแม่หมีนอก หมู่ 6 ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ได้เชิญคุณพ่ออนุพงษ์ ดำรงค์อุษาศิล มาเป็นประธานในพิธีบูชามิสซาฉลองวัดนักบุญอันตนแห่งปาดัว ที่บ้านแม่หมีนอก ครั้งนี้ โอกาสนี้มีสัตบุรุษจากหมู่บ้านใกล้เคียงมาร่วมฉลองวัดกว่า 90 คน คุณพ่อเจ้าอาวาสได้กล่าวตอนท้ายของมิสซาว่า คริสตชนที่นี่มีความศรัทธา เห็นได้จากคริสตชนที่มาแก้บาป รับศีลมหาสนิทเป็นจำนวนมากอย่างศรัทธายิ่ง

ค่ายอาสาพัฒนาของวิทยาลัยแสงธรรม

มื่อวันที่ 20 – 27 มีนาคม 2558 คุณพ่อธรรมรันต์ เรือนงาม ผู้อำนวยการค่ายอาสาพัฒนาของวิทยาลัยแสงธรรมและเจ้าหน้าที่ ได้นำนักศึกษาวิทยาลัยแสงธรรมซึ่งประกอบด้วยสามเณรใหญ่หลายคณะและนักศึกษาคริสตศาสตร์ จำนวน 31 คน ได้ออกค่ายสาอาฯ ครั้งที่ 15 ที่หมู่บ้านแม่หมีใน และแม่หมีนอก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยมีบิชอปฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ให้การต้อนรับและประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณเปิดการออกค่ายอาสาพัฒนาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 เวลา 18.30 ณ ศูนย์คาทอลิกบ้านกล้วย โดยมี คุณพ่อบรูโน รอสซี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส ได้ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ พร้อมทั้งชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านก็ได้ให้การต้อนรับและแบ่งปันประสบการณ์แห่งความเชื่อแบบคริสตชนให้กับเหล่าสามเณรใหญ่และครูคำสอนที่ออกค่ายครั้งได้อย่างน่าประทับใจ

คุณพ่อวีรศักดิ์ ยงศรีปณิธาน
ผู้เขียนข่าว

ไบเบิลเกมส์ พระวรสารนักบุญมัทธิว เขต 3 ลำปาง

ไบเบิลเกม พระวรสารนักบุญมัทธิว เขต 3
ณ ศูนย์คาทอลิกแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม วันที่ 1 เดือน พฤศจิกายน 2557

ผนกพระคัมภีร์สังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้จัดงานไบเบิลเกมส์ ในพระวรสารนักบุญมัทธิว เขต 3 ลำปาง ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2014 ณ ศูนย์คาทอลิกแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม โดยมี 7 หน่วยงานที่มาร่วม คือ
1.โรงเรียนอรุโณทัยลำปาง 2.โรงเรียนเทพพิทักษ์วิทยา แพร่ 3.บ้านสวนพระหฤทัย ลำปาง 4.วัดนักบุญเทเรซา น่าน 5.ศูนย์คาทอลิกแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม 6.วัดแม่พระแห่งภูเขาคาร์แมล งาว 7.ศูนย์แม่พระแห่งประตูสวรรค์
มีเด็กที่เข้าร่วม 165 คน และรวมจำนวนผู้ที่มาร่วมงานทั้งหมด 200 คน
มีการแห่พระคัมภีร์ สวดภาวนาแบบบิบลีโอดรามา ก่อนเริ่มกิจกรรม ในงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ
1. ช่วงเช้า เป็นกิจกรรมเข้าฐาน
2.ช่วงบ่าย กิจกรรมตอบคำถาม
ขอขอบคุณทุกท่านมีส่วนในการจัดงานไบเบิลเกมส์ครั้งนี้

เยี่ยมและอบรมเยาวชน ศูนย์คาทอลิก แม่พระประตูสวรรค์ เขตวัดแจ้ห่ม

เมื่อ วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2014 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่แผนกเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่นำโดยนายยุทธชัย เงินหล้า นายไชยวัฒน์ ออเปะและบราเดอร์ อภินันท์ สมศักดิ์ เดินทางไปเยี่ยมและอบรมเยาวชน ณ ศูนย์คาทอลิกแม่พระประตูสวรรค์ เขตวัดแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง มีเยาวชนทั้งสิ้น 47 คน พี่เลี้ยง 4 คน ทุกคนเป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ

หัวข้อในการอบรมครั้งนี้ คือ “เยาวชนกับจิตตารมณ์วิถีชุมชนวัด” โดยจัดกิจกรรมแบ่งเป็น 3 ช่วง ก่อนเริ่มกิจกรรมแต่ละช่วงจะมีกิจกรรมสันทนาการเพื่อกระตุ้นและเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา

ใน ภาค เช้า เริ่มด้วยกิจกรรมที่1 คือ พระวาจาประจำชีวิต จุดประสงค์ก็เพื่อให้เยาวชนรู้จักเปิดอ่านพระคัมภีร์และนำพระวาจาที่ประทับใจมาไตร่ตรองและนำไปดำเนินในชีวิต
กิจกรรมที่2 บทบาทหน้าที่เยาวชน เพื่อให้เยาวชนรู้จักบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนมากขึ้นรู้ว่าตนเองอยู่ในสถานะอะไรและกำลังทำอะไร

ภาคบ่าย กิจกรรมที่ 3 เพราะเราเป็นเพื่อนกัน กิจกรรมนี้ได้นำเอาทฤษฎีหน้าต่างโจฮารี มาประยุกต์ใช้ในการทำกิจกรรม โดยให้คำจำกัดความว่า เพื่อนคือกระจกปานหนึ่งของเรา กิจกรรมนี้เพื่อให้เยาวชนได้รู้จักตนเองมากขึ้น รู้จักและยอมรับตนเอง ทั้ง ข้อดี และข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุง

หลังจบกิจกรรมทั้งหมด พวกเราร่วมเล่นฟุตบอลด้วยกันอย่างสนุกสนาน เยาวชนทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดีมาก เรียกได้ว่าได้รับทั้งความสนุกสนานและเนื้อหาสาระไปพร้อมกัน

ครูคำสอนใหม่

เรา สังฆมณฑลเชียงใหม่ขอต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากวิทยาลัยแสงธรรม สาขาวิชาคริสตศาสนธรรม ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 4 ปี ค.ศ. 2010 – 2014

  1. ซิสเตอร์มารีอา มักดาเลนา ศรีออน ตระกูลวิวัฒน์ชัย คณะแม่ปอน
  2. ซิสเตอร์มารีอา ขวัญแก้ว ดุเจโต๊ะ คณะแม่ปอน
  3. นางสาว คลารา สุพัสตรา ใจเร็ว วัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม จ.ลำปาง
  4. นางสาว เทเรซา โฟสตินา พิชญาภัค เพียวเมียว ศูนย์คาทอลิกพระจิตเจ้า แม่สรวย จ.เชียงราย
  5. นาย ฟรังซิสเซเวียร์ ณัฐนิชิ เลาหาง ศูนย์โม้ง จ.เชียงใหม่

“ข้าวจะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย” (มธ 10:37)

บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์ รายงาน
21 มีนาคม 2014

รายงาน สิ่งที่ได้รับจากการฝึกสอน

 

“ก่อนนั้นเธอจำได้หรือเปล่า ก้าวแรก ณ บ้านหลังนี้พระเยซูถามความตั้งใจ เธอตอบอย่างมั่นใจและชัดเจน แต่แล้ววันคืนได้ผันผ่านความตั้งใจดีกลับจางหาย และไม่รู้ว่าหายไปแต่เมื่อไร แต่ไม่ไกลเกินจะเก็บกลับคืนมา…”

 

ขณะที่กำลังฟังเพลง “แด่พ่อ” ท่อนท้ายของบทเพลงนี้ที่ได้หยิบยกมากล่าวไว้ข้างต้นนี้ทำให้ย้อนคิดถึงวันเวลาตลอดระยะเวลา 4 ปีแห่งการเป็นนักศึกษาผู้เตรียมเป็น ครูคำสอน และวันนี้ฉันผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายและที่สุดวันนี้ก็ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นครูคำสอนป้ายแดง โดยระยะเวลา 4 ปีที่ได้เรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎีในห้องเรียนเป็นเวลาสามปีครึ่งและการปฏิบัติในสนามงานจริงอีกสี่เดือน ตลอดเวลาในช่วงสามปีครึ่งที่เรียนในรั้ววิทยาลัยแสงธรรมบนเส้นทางนี้หลายครั้งที่เกิดความสับสนและไม่เข้าใจกับสิ่งต่างๆที่พบเจอในชีวิต บางครั้งอยากจะละทิ้งและเดินออกจากเส้นทางนี้ไป แต่เมื่อก้าวสู่การฝึกปฏิบัติงานในสนามงานจริงทำให้ฉันเองได้เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่สับสนและไม่เข้าใจตลอดเวลาที่อยู่ในรั้ววิทยาลัยนั้นคือสิ่งที่พระกำลังเตรียมให้ฉันได้เรียนรู้ในสิ่งที่มากกว่านั้นอีก

 

เนื่องจากการฝึกปฏิบัติสอนคริสตศาสนธรรมในโรงเรียนเป็นเวลาทั้งหมด 4 เดือน ที่ฉันเองได้ไปที่โรงเรียนยอแซฟอยุธยากับเพื่อนๆอีกสองคน เป็นสี่เดือนแห่งการเปิดโลกชีวิตครูคำสอนของฉันให้กว้างขึ้น เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีตำราเล่มไหนเขียนไว้  ไม่มีห้องเรียนไหนที่เปิดสอนบทเรียนนี้ เพราะนั่นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ฉันได้รับ ประการแรกเลยคือชีวิตของผู้ที่เป็น “ครู” ฉันได้เรียนรู้ว่าการเป็นครูนั้นต้องเป็นเหมือนสัปปะรด คือ ต้องรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์แห่งการเป็นครู การเตรียมพร้อมในกิจกรรมการเรียนการสอน ทั้งยังต้องดูแลนักเรียนมิใช่แต่เพียงในฐานะของ ครูกับศิษย์เท่านั้น แต่ต้องเป็นดังแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่ลูก นอกจากนี้ยังติดต่อประสานงานกับผู้ปกครองและบุคคลรอบข้าง ฉันจึงคิดว่าคติของการเป็นครูที่ดีนั้นต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ “เป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน” (Be All to All) ตามคำกล่าวของท่านนักบุญเปาโลเป็นคติที่เหมาะสมสำหรับชีวิตของผู้ที่เป็นครูมากที่สุด

 

ประการที่สองคือ การเป็น “ครูคำสอน” ไม่ใช่เพียงแต่สอนเรื่องของพระเยซูเจ้าด้วยวาจาเท่านั้นแต่ต้องสอนด้วยชีวิต นั่นคือการนำเอาคำสอนที่ได้เรียนรู้จากพระคัมภีร์และวิชาต่างๆในห้องเรียนลงมาสู่การปฏิบัติจริงในชีวิตและให้นักเรียนและบุคคลรอบข้างได้เห็นภาพลักษณ์ของพระเยซูเจ้าในตัวของเรา และสิ่งนี้เองคือสิ่งที่ยากที่สุดเพราะฉันเองแม้จะเลือกเดินบนเส้นทางนี้แต่ด้วยความเป็นมนุษย์บ่อยครั้งฉันไม่สามารถทำให้ภาพลักษณ์ของพระเยซูเจ้าเด่นชัดในตัวฉันได้ สิ่งเหล่านี้จึงสอนและย้ำเตือนให้ฉันหมั่นสวดภาวนาขอความช่วยเหลือจากพระมากขึ้นเพราะหากขาดความช่วยเหลือและความเชื่อไว้ใจในพระองค์แล้วเราไม่สามารถที่จะทำสิ่งใดได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นคือชีวิตของครูคำสอนหากไม่ยอมให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิตของตนมากกว่าตัวเองแล้วครูคำสอนก็เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น

 

ประการที่สามเป็นเรื่องของการเรียนรู้ระบบการทำงานของโรงเรียนและวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่ได้เรียนรู้งาน แต่ก็ทำให้ฉันได้รู้จักระบบการทำงานตามโครงสร้างและระเบียบต่างๆที่ครูพึงกระทำทั้งทางตรงและทางอ้อมซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ทำให้ฉันได้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่และเตรียมพร้อมที่จะทำงานในสนามงานจริงในอนาคตอันใกล้นี้มากขึ้น นอกจากระบบงานแล้วการได้ร่วมงานกับซิสเตอร์ คณะครู และพนักงานหลายท่านทำให้ได้เรียนรู้วิธีการทำงาน วิธีการแก้ปัญหาและการจัดการกับสิ่งต่างๆในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเองได้อย่างดี

 

ประการที่สี่คือหน้าที่ของผู้อภิบาลและแพร่ธรรมในฐานะครูคำสอนการพบปะผู้คนมากมาย หลากหลายวัยและหลากหลายความเชื่อ ทำให้ฉันคิดว่าการทำงานในมุมนี้ควรเรียกว่า “บวร” อันมาจากคำว่า บ้าน วัด และโรงเรียน ซึ่งครูคำสอนนั้นจะต้องทำให้ภาพลักษณ์ของพระเยซูเจ้าปรากฏชัดเจน เพราะทั้งบ้านหรือครอบครัว วัด คือวิหารของพระเจ้า และโรงเรียนหมายถึงสนามแพร่ธรรม เป็นสถาบันพื้นฐานของมนุษย์ที่จะหล่อหลอมมนุษย์ให้เติบขึ้นในความรักของพระคริสตเจ้า และหากครูคำสอนสามารถทำให้ทั้งสามสถาบันนี้ตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงก็จะสามารถสร้างเครือข่ายและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพี่น้องต่างความเชื่อและรวมถึงผู้ที่ละทิ้งความเชื่อไปแล้วด้วยให้สามารถเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันในความรักของพระเจ้า

 

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติการสอนคริสตศาสนธรรมตลอดระยะเวลาสี่เดือนนี้หากให้ฉันเล่านั้นคงไม่สามารถเขียนทั้งหมดได้เพราะนั่นคือประสบการณ์การเรียนรู้และความประทับใจกับสิ่งต่างๆที่ได้พบเจอในโรงเรียนและวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา แต่สิ่งต่างๆที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ฉันได้เรียนรู้และตระหนักดีว่าการทำงานในสนามงานจริงนั้นไม่ได้เหมือนกับสนามงานในอุดมคติและมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้อุดมการณ์เป็นจริงในการทำงาน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการไว้วางใจในพระและมอบทุกสิ่งให้พระองค์ดูแล หากมีวันไหนที่รู้สึกท้อแท้หรือพบเจอกับอุปสรรคต่างๆเราจะสัมผัสได้ถึงความรักของพระองค์ และเราก็จะสามารถตอบพระองค์ได้อย่างมั่นใจดังเดิมว่าเราพร้อมที่จะเดินไปกับพระองค์

 

ท้ายที่สุดนี้ฉันอยากขอบพระคุณพระเจ้าที่นำพาให้ฉันก้าวเดินมาจนถึงจุดนี้อันเป็นจุดสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาแต่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า และขอขอบพระคุณบรรดาบาดหลวง ซิสเตอร์ คณาจารย์ ที่ได้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ ขอบคุณผู้ที่คอยสนับสนุนในด้านต่างๆและเป็นแรงผลักดันให้ฉันก้าวมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณคณะครู บุคลากร สัตบุรุษ ตลอดจนเด็กๆและเยาวชนโรงเรียนและวัดนักบุญยอแซฟอยุธยาทุกท่านที่คอยดูแลเอาใจใส่และเป็นกำลังใจให้ตลอดระยะเวลาที่ฝึกปฏิบัติการสอนฯ

 

 

นางสาว สุพัสตรา  ใจเร็ว

รายงาน สิ่งที่รับจากการฝึกสอน

 

โรงเรียนอันนาลัย เป็นโรงเรียนคาทอลิกแห่งเดียวในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งตัวผมได้เข้ามาเป็นสมาชิกของโรงเรียนนี้เป็นระยะเวลา 4 เดือนกว่าๆ หรือ 1 ภาคเรียน ความรู้สึกก่อนที่จะได้เข้ามาทำการฝึกสอนอยู่ที่นี่ ทั้งตื่นเต้นและกังวลเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องมาเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ  แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนอันนาลัย ความรู้สึกที่เคยตื่นเต้นและกังวลก็ค่อยๆหมดไป  ได้รับหน้าที่ในการเป็นครูแบบเต็มตัว รับผิดชอบในการสอนวิชาคริสต์ศาสนาซึ่งเป็นวิชาที่ต้องสอนเกี่ยวพระเยซูเจ้าให้กับเด็กนักเรียนที่ส่วนมากนับถือศาสนาพุทธประมาณ  98 % ของนักเรียน จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

 

ประสบการณ์ต่างๆมากมาย ที่ผมได้รับไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในการสอนวิชาคริสต์ศาสนาซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ที่ต้องถ่ายทอดให้กับบรรดาเด็กๆที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ การพบเจอกับเด็กหลายๆวัยซึ่งแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน การได้อยู่ร่วมกับผู้อื่น การได้รับฟังเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ละวัน เป็นประสบการณ์ที่ดีและมีค่าที่ผมได้พบเจอและจดจำไว้เสมอเพื่อเป็นบทเรียนและเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไป ถึงแม้จะเป็นเพียงเวลาที่ไม่นานนัก ที่ผมได้มาอยู่ในโรงเรียนอันนาลัยแห่งนี้ ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ทุกอย่างล้วนเป็นความหมายและความรู้สึกดีๆ ที่ทำให้ผมได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์ และความรู้สึกต่างๆมากมายผ่านทางบุคคลรอบข้าง บรรดาเด็กนักเรียนที่ได้สอนและพบเจอ สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่นี่ ล้วนเป็นสิ่งที่บ่มเพาะและเป็นพลังในการทำหน้าที่ต่อไปของผม ถึงแม้การเป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนอันนาลัยแห่งนี้จากจบลงเพียงไม่กี่เดือน แต่หน้าที่ของการเป็นครูคำสอนของผมจะยังคงดำเนินและก้าวเดินต่อไป เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักและความรักของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ประสบการณ์ดีๆมากมายจากการมาฝึกสอนครั้งนี้ ทำให้ผมมีความอดทนและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเติบโตมากยิ่งขึ้นในหลายๆด้านด้วย

 

ความสุขอีกมุมหนึ่งที่ผมไดรับนอกจากที่สอนในโรงเรียนอันนาลัย คือ การได้สอนคำสอนให้กับเด็กพม่า – มอญ ตามศูนย์ต่าง ๆ ประกอบด้วย  ศูนย์อันนาลัย   ศูนย์ยออากิมและศูนย์มาริสเพื่อให้พวกเขามารู้จักกับพระเยซูเจ้า  เด็กเหล่านี้บางคนอาจจะยังมองไม่เห็น หรืออีกหลายๆคนในสังคมยังไม่เข้าใจ มันเป็นสิ่งที่ผมได้รับและถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนานและความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเด็กๆเหล่านี้ที่ยังต้องการความช่วยเหลือและอยู่ในมุมที่ไม่มีใครสนใจและละเลยไม่ได้นึกถึง แต่มุมเล็กๆนี้ก็เป็นมุมแห่งความสุขและความประทับใจที่ยิ่งใหญ่มากๆที่ผมได้รับมา หลายๆครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อแท้กับสิ่งที่ผมไม่คุ้นชิน และไม่เคยพบเจอ แต่ผมก็อาศัยความอดทนความเข้มแข็งและทำทุกอย่างให้ดีที่สุด    เพราะผมเชื่อว่าพระเป็นเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งผม และพร้อมที่จะเดินเคียงข้างกับผมด้วยความรักและความใจดีของพระองค์  ขอเพียงแค่ผมฝากทุกอย่างไว้กับพระองค์ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในพระองค์จะเป็นพละกำลังและทำให้ผมสามารถผ่านเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตได้อย่างง่ายดาย

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคุณพ่อวิทยา  ลักลอยและซิสเตอร์น้ำทิพย์  งามสุทธา  ที่ให้โอกาสผมได้ไปฝึกสอน   ขอขอบคุณคุณครูทัศนา  ชาวปากน้ำ (ครูอ้อ) ครูพี่เลี้ยงที่คอยให้การช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอดการฝึกสอนครั้งนี้จนประสบความสำเร็จขอพระเป็นเจ้าทรงตอบแทนในน้ำใจดีของพวกท่าน

 

 

นายณัฐนิธิ เลาหาง
19 มีนาคม 2556

ฉลองวัดแม่พระประจักษ์แห่งลูร์ด ลำปาง 2014

เมื่อ วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2014 คุณพ่อธนู กระทอง เจ้าอาวาสวัดแม่พระประจักษ์แห่งลู ร์ด ลำปาง ได้จัดฉลองวัดประจำปี 2014 โดยบิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณพ่อสุรสิทธิ์ ชุ่มศรีพันธุ์ คุณพ่อดุรงค์ฤทธิ์ กระบวนศิริ คุณพ่อเปียร์ลุยจี ซีวีเอโร คณะบาดหลวง คณะซิสเตอร์และสัตบุรุษร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ

Ampa Wannalert