เหตุผลที่พระสันตะปาปาเสด็จอิรัก

เหตุผลที่พระสันตะปาปาเสด็จอิรัก

โดย คุณพ่อ Rif’at Bader
ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและสื่อ
จาก World Mission กุมภาพันธ์ 2021

อิรักเป็นประเทศศักดิ์สิทธิ์ประเทศหนึ่ง อับบราฮัม ได้เดินทางจากเมืองอูร์ แห่งคัลเดียน มุ่งสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ประกาศกโยนาห์ได้อาศัยในเมืองนินะเวห์ เทศน์ให้กลับใจและหันกลับมาหาพระเจ้า ยังเป็นประเทศที่ประชากรอพยพในพันธสัญญาเดิม ในระหว่าง “การอพยพ” สู่บาบิโลน (Barham Salih) ประธานธิบดีของอิรัก ได้เชิญโป๊ปฟรังซิสมาจาริกแสวงบุญสู่ดินแดนเมโสโปเตเมีย

ประการที่สอง พระศาสนจักรคาทอลิกในอิรักได้เชิญโป๊ปด้วย

พระศาสนจักร คาทอลิกในอิรักหมายถึง

  • พระศาสนจักรคัลเดียน ที่มีพระคาร์ดินัล หลุยส์ ราฟาแอล ซาโก
  • พระศาสนจักรซีเรีย ซึ่งมีมรณสักขีจากการระเบิดที่วัดแม่พระ (Our Lady of Salvation) เมื่อ 10 ปีก่อน
  • พระศานจักรละติน มารอไนท์ กรีก คอปติก และอาร์เมเนียน

การที่ โป๊ปฟรังซิสเสด็จอิรัก เพราะไม่นานมานี้ถูกพวก ไอซิส เบียดเบียน จนต้องหนีออกจากที่ราบนินะเวห์และเมืองโมซุล ออกไปประเทศอื่นๆ (ค.ศ. 2014-2019) โป๊ปจึงเสด็จเพื่อให้กำลังใจชุมชนคริสตชนที่นี่ที่ประสบความวุ่นวายทางการเมืองหลายประการ มีสงครามและการต่อสู้ภายในประเทศ โป๊ปทรงต้องการให้กำลังใจ บรรดาผู้ที่ยืนหยัดอยู่ในดินแดนของบรรพบุรุษ แม้มีการถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง

พระองค์จะเสด็จเยี่ยมประชาชนที่เมือง เออร์บิล (Erbil) ที่ได้อพยพมาจากเมือง โมซุล (Mosul) และที่ราบนินะเวห์

โมซุล และ การากอช (Garagosh)

โป๊ปต้องการส่งเสริมการเสวนา และการอาศัยอยู่รวมกันระหว่างหลายศาสนา กับชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ พระองค์ทรงต้องการเน้นความรู้สึก ถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบในการอาศัยอยู่ร่วมกันฉันท์พี่น้อง หลังจากที่ได้เซ็น เอกสาร “ทุกคนเป็นพี่น้องกัน” (Fratelli Tutti)

พระองค์จะส่งสารแห่งสันติภาพ การเสวนาภราดรภาพ ความร่วมมือเพื่อสร้างชาติให้เข้มแข็งหลังจากสงครามอันขมขื่น เพื่อความหวังท่ามกลางชาวอิรัก เป็นพิเศษสำหรับบรรดาเยาวชน

ฟ. วีระ อาภรณ์รัตน์ (แปล)

วัคซีน และ มโนธรรม

วัคซีน และ มโนธรรม

ชีวิตของเราคริสตชน มุ่งสู่อาณาจักรพระเจ้า เป็นพิเศษในเทศกาลมหาพรต แต่ช่วงเวลานี้หลายประเทศพูดถึง ‘วัคซีนโควิด -19’ มีรายการสัมภาษณ์ บาดหลวงคริสตีโน บูแวต (Fr. Cristino Bouvette) ที่ทำงานอภิบาลนักศึกษา ได้ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นในอเมริกา (Ken Yasinski) เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ผมเห็นว่าน่าสนใจ จึงขอสรุปมาเล่าสู่กันฟัง

ถาม       (Ken Yasinski) หากมีใครมาถามว่า เราควรฉีดวัคซีนไหม


ตอบ       (Fr. Cristino Bouvette) มันง่ายที่เราจะตอบว่า ‘ควร’ หรือ ‘ไม่’ หรือ ‘อนุญาต’ หรือ ‘ไม่’ แต่พระเจ้าสร้างเราให้มีภาพลักษณ์ของพระองค์ มีเสรีภาพมีเหตุผล เราจึงควรพยายามใช้เหตุผลก่อนตัดสินใจ เราควรรู้ว่าวัคซีนคืออะไร มีประโยชน์มีโทษอะไร มีงานวิจัยอะไร ผมจะถามว่าทำไมเราต้องฉีดวัคซีน?


ถาม       ชาวบ้านอาจจะไม่สามารถหางานวิจัยอ่าน เราจะหวังให้ทุกคน หาข้อมูลได้หรือ?


ตอบ       ผมไม่ได้หมายความว่า เราทำแบบเดียวกัน แต่เราอาศัยข้อมูลมากมาย เรามีพระหรรษทาน เราควรเริ่มด้วยการภาวนา เพื่อการไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ (discern) เรามีข้อมูลข่าวสารอาศัยโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ มากมาย แล้วฟังเสียงของพระจิตเจ้า หากยังไม่มีข้อมูล ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจ … ทุกคนทำได้


ถาม       โป๊ปฟรังซิสบอกว่า เราทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีน .. แล้วเราจะทำอย่างไร?


ตอบ       อะไรที่ไม่ลงรอยกัน (inconsistency ) โป๊ปตรัสก็จริง แต่คาร์ดินัล นิวแมน บอกว่าพระเยซูเจ้าเป็นผู้นำ โป๊ปเป็นผู้แทน (Vicar) … นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ตรัส ก็จริง แต่เราอย่าเกียจคร้าน เรามีคำสอนของสภาสังคายนา … เราปฏิเสธวัคซีนได้ โป๊ปตรัส เป็นความคิดเห็นของพระองค์ . เราอย่าให้พวกมากลากไป Relativism (สัมพัทธนิยม) เราต้องมีเหตูผล ตัดสินใจ … เราต้องรับผิดชอบเอง


ถาม       สื่อสารสังคม พูดถึงการฉีดวัคซีน … โป๊ปตรัส … แล้วมีคนมาถามบาดหลวงว่าเราควรฉีดวัคซีนไหม ในฐานะผู้อภิบาลควรจะตอบอย่างไร?


ตอบ       นี่เป็นสิ่งที่ขาดไปในสื่อ เพราะไม่ใช่การเสวนา คือพูดข้างเดียว เราเป็นสิ่งสร้างที่มีเหตุผล เราต้องเสวนา มีสโลแกนมากมาย บางครั้งเราไม่เข้าใจ (“วัคซีนโควิด -19 คืนรอยยิ้ม ประเทศไทย” วีระฯ) เราควรคุยกัน ไม่ใช่ส่งข้อความต่อกันไปโดยไม่รู้เหตุผล … ไม่รับผิดชอบ บาดหลวงส่งความคิดเห็นในสื่อต่างๆ ก็เป็นเพียงความคิดเห็น


ถาม       เราควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด หรือไม่


ตอบ       1. เราควรหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ผมศึกษามาว่า ‘ไม่ดี มันเร็วเกินไปไหม’ … ทั่วโลกต้องการวัคซีน . ทำให้เร่งรีบเกินไป
2. การทดลองเป็นอย่างไร ควรทดลองกับสัตว์ก่อนไหม มีบางคนมองว่าวัคซีนจะเปลี่ยน DNA ผมไม่เข้าใจก็ถามอาจารย์ ผู้รู้ ดูการทดลอง …
3. บางคนตอบว่า ยังไม่ต้องรีบฉีดวัคซีนก็ได้ … รอก่อน … ไม่ใช่ตอบง่าย ๆ โดยไม่คิด


ถาม       สื่อต่างบอกว่า ‘ต้องฉีดวัคซีน’ แต่คุณบอกว่า ‘รอก่อน’


ตอบ       ผมไม่สามารถวิจารณ์ แต่ผมเป็นผู้รับผิดชอบสุขภาพของผม คนอื่นจะบอกว่า ‘ต้องรีบ’ แต่เรายังไม่แน่ใจ ผมคิดว่า ช้าๆ ฟัง ถามคำถาม คุยกัน หากว่าสงสัย ไม่ถูกต้อง ก็ชี้แจงกัน



จงไว้ใจพระเจ้า สวดภาวนา รับศีลศักดิ์สิทธิ์ ทำสิ่งที่ให้พระเจ้าพอพระทัยเป็นอันดับแรกครับ
(ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์ แปลสรุป)

คาร์ดินัลมือเลอร์ประณามการรีเซทใหม่ครั้งใหญ่

คาร์ดินัลมือเลอร์ประณามการรีเซทใหม่ครั้งใหญ่

5 กุมภาพันธ์ 2021 Life Site News

พระคาร์ดินัลได้เตือนว่าเป้าหมายของพลังขับเคลื่อนใหม่  เป็นการร่วมมือระหว่างธาตุแท้นายทุนใหญ่กับจีน   เป็นการควบคุมล้วนๆด้านความคิด  คำพูด  และการกระทำ 

พระคาร์ดินัลเกอร์ฮาร์ด  มือเลอร์  สมณมณตรี(กิตติคุณ)กระทรวงข้อความเชื่อ  ได้วิจารณ์เรื่อง  การจัดใหม่ครั้งใหญ่  (Great  Reset) ที่ Davos  World  Economic  Forum  การประชุมเศรษฐกิจโลกที่ดาวอส   ได้สนับสนุน   โดยท่านกล่าวเตือนว่าหน่วยงานนายทุนชาติตะวันตกจับมือกับจีนคอมมิวนิสต์  จะเกิดระบบ สังคมนิยมรวมนายทุน ใหม่ 

บรรดานายทุนก็ได้กำไร  ประเทศชาติตะวันตก ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี  ร่วมือกับจีนคอมมิวนิสต์  จะรวบอำนาจควบคุมเศรษฐกิจโลก  เช่นที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 19 ทำให้มีการควบคุมเสรีภาพ  ใช้ วิกฤติสุขภาพ  เป็นข้ออ้าง 

การรีเซทครั้งใหญ่  เป็นโครงการที่อ้างวิกฤติโคโรน่า19 แล้วควบคุมการดำเนินชีวิตของเรา  ควบคุมเศรษฐกิจ  และพื้นฐานชีวิตสังคมได้ 

WEF จะสร้างระบบเศรษฐกิจ  และสังคม  แบบใหม่  เรียก  คำทำนาย  8 ประการ  สำหรับโลกปี 2030  

Davos เป็นชื่อเมืองในประเทศสวิส  ที่ได้จัดการประชุมนี้ใน ค.ศ. 2020  

ในวีดีโอ  บอกว่า “คุณจะไม่เป็นเจ้าของอะไรเลย  คุณจะมีความสุข  คุณต้องการอะไรก็เช่า  แล้วโดรนจะมาส่งให้  จะเลิกการมีสมบัติส่วนตัว (นี่ไงความคิดแบบสังคมนิยม) คุณค่าพื้นฐานด้านศาสนาคริสต์ ที่ชาติตะวันตก เคยมี จะถึงจุดจบ 

แล้วมนุษย์จะยึดคุณค่าอะไรในชีวิต…  มันจะควบคุมความคิด  คำพูด และการกระทำ  ดูผลของโลกดิจิตัลทุกวันนี้  มีผลกระทบชีวิตมนุษย์อย่างไร   มันกำลังสร้างมนุษย์ให้เป็นแบบเดียวกัน  ควบคุมได้ง่าย…  การเมืองยอมรับทฤษฎีนี้ว่าถูกต้อง…  การไว้ใจแบบตาบอดต่อทัศนคติของบรรดาผู้นำของสังคมเปิดแบบนี้  ปฏิเสธความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง…. นี่เป็นขบวนการแบบเผด็จการ  ที่จะสร้างมนุษย์ให้เป็นสัตว์ประหลาด  เหมือนการทดลองที่ โซเวียคอมมิวนิสต์เคยทำให้เกิดพร้อมกับการปฏิวัติอุตสากรรม 

…ในเดือนตุลาคม  2020 พระคาร์ดินัลมือเลอร์ได้ให้ข้อสังเกตการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ  ว่าจะเกิดผลร้ายต่อสหรัฐ  และประชาธิปไตยของโลก  เป็นพิเศษพลังเติบโตของจีน..เผด็จการของจีนจะเพิ่มอำนาจในโลกเหมือนสมัยนาซี   “คุณไม่เป็นอะไรเลย  รัฐเป็นทุกสิ่ง” หรือพูดอีกแบบหนึ่งทุกสิ่งเป็นของประชาชน  และรัฐอยู่คอยรับใช้ความดีส่วนรวม 

…เดือนมกราคม 2021  การปกครองของประธานาธิบดี โจ ไบเดิ้น  จะทำลายคุณค่าของศาสนาคริสต์ …เน้นอำนาจการเมือง  สื่อสารมวลชน  และเศรษฐกิจ   เขาเริ่มส่งเสริมการทำแท้ง  วาระ LGBT  การใช้ยาเสพติดให้ถูกกฎหมาย 

คริสตชนต้องขัดค้านวาระเหล่านี้  แม้เราไม่มีอำนาจพอในการพิจารณาอนุมัติกฎหมาย  แต่เราต้องไม่ร่วม  และไม่เฉยเมยกับสิ่งชั่วร้ายนี้ 

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  สรุป
6 กุมภาพันธ์ 2021

คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส
ต่อผู้เข้าประชุมสมัยสามัญของคณะกิจการพระมารดา “โฟโคลาเร่”

คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส ต่อผู้เข้าประชุมสมัยสามัญของคณะกิจการพระมารดา “โฟโคลาเร่”

ณ ห้องประชุมใหญ่เปาโลที่ 6 วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2021

พระคุณเจ้า และ ลูก ๆ พีน้องชายหญิงที่รัก  

พ่อขอต้อนรับทุกคนด้วยความยินดีในการประชุมซึ่งกำลังจะสิ้นสุดลงในขณะที่ท่านได้อภิปรายกันถึงหัวข้อที่มีความสำคัญและเลือกผู้นำคนใหม่ ขอขอบคุณมารีอา โวเช (Maria Voce) ประธานของคณะโฟโกลาเร ที่กำลังสิ้นสุดวาระ และมาร์กาเร็ต คาร์รัม (Margaret Karram) ประธานที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ และขอขอบคุณสำหรับมธุรสวาจาของท่าน สำหรับประธานคนเก่าเราต้องกล่าวว่า “ขอบคุณมาก” และสำหรับประธานคนใหม่ขอกล่าวว่าขอแสดงความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ซึ่งเราขอส่งความปรารถนาดีนี้ไปยังประธานร่วมและที่ปรึกษาทุกคนด้วย  เรารู้สึกกตัญญูต่อพระคาร์ดินัล เควิน ฟาร์เรล (Kevin Farrel) และต่อ ดร. ลินดา กีโซนี (Mrs. Linda Ghisoniที่มาร่วมประชุมกับพวกเรา ขอต้อนรับทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ และบุคคลที่ติดตามทางสื่อ ขอตอนรับสมาชิกทุกคนที่ทำงานของคณะกิจการของพระมารดาที่พวกท่านเป็นผู้แทน เพื่อเปนกำลังใจให้กัพวกท่านในการก้าวเดิน พ่อปรารถนาที่จะเสนอข้อคิดบางประการ ซึ่งพ่อขอแยกออกเป็นสามส่วนด้วยกัน กล่าวคือ ระยะหลังผู้ก่อตั้ง ความสำคัญแห่งวิกฤต และการดำเนินชีวิตฝ่ายจิตพร้อมกันในความจริง 

ระยะหลังผู้ก่อตั้ง สิบปีหลังจากที่เคียร่า ลูบิค (Chiara Lubich) จากโลกนี้ไปท่านถูกขอร้องให้เอาชนะกับความสับสนตามธรรมชาติ ที่จำนวนสมาชิกเริ่มลดน้อยลงเพื่อที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็ถึงพระพรพิเศษแห่งเจตนารมณ์ของการตั้คณะ ดังที่พวกเราทราบกัน ประเด็นนี้เรียกร้องให้ต้องมีความซื่อสัตย์อย่างมีพลวัต ที่สามารถตีความในเครื่องหมาย และความต้องการของกาเวลา และการตอบสนองต่อการเรียกร้องใหม่ของมนุษย์ พระพรพิเศษทุกอย่างเป็นสิ่งสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่อยู่นิ่งในพิพิธภัณฑ์ นี่เป็นเรื่องราวที่ต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อต้นตอ ต้องพยายามคิดใหม่ที่จะแสดงออกด้วยการเสวนากับสถานการณ์ของสังคมและวัฒนธรรมใหม่ ซึ่งต้องมีรากเหง้าที่มั่นคง ทว่าต้นไม้จะเติบโตด้วยการเสวนาในความจริง โฉมหน้าซึ่งต้องปรับให้เข้ากับเหตุการณ์นี้จะเกิดผลดีเพิ่มขึ้น หากว่าความคิดสร้างสรรค์ ปรีชาญาณ ความรู้สึกอย่างละเอียดอ่อน และความซื่อสัตย์ต่อพระศาสนจักรจะถูกนำมาสมานฉันกัน  ชีวิตฝ่ายจิตของพวกท่านที่มีคุณสมบัติในการเสวนาและเปิดใจกว้างต่อบริบทวัฒนธรรม สังคม และศาสนา แน่นอนว่าจะส่งเสริมเป้าหมายนี้ การเปิดใจกว้างสู่ผู้อื่นไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครจะต้องพยายามสร้างสรรขึ้นเสมอ พระวรสารนั้นมีไว้สำหรับทุกคน แต่ไม่ใช่นำสิ่งนี้ไปบังคับผู้อื่นให้ต้องเชื่อตาม นี่เป็นเหมือนเชื้อสำหรับมนุษยชาติใหม่ในทุกเวลาและทุกสถานที่ 

ทัศนคติการเปิดใจกว้างและการเสวนาจะช่วยให้ท่านหลีกเลี่ยงการมุ่งอยู่กับตนเอง ซึ่งมักจะเป็นบาปเสมอ นี่เป็นการล่อลวงให้พวกเรามองไปเพียงที่กระจกเงา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ กระจกเงาใช้เพียงเพื่อหวีผมตอนเช้าเท่านั้นก็พอแล้ว การหลีกเลี่ยงการมองเพียงแต่ตนเองทุกประเภท ซึ่งไม่เคยเกิดจากเจตนารมณ์ที่ดีนั้นอันเป็นความหวังของพวกเราสำหรับพระศาสนจักรทั้งมวล นั่นคือการรับรู้ถึงการที่มักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง อันจะนำไปสู่การปกป้องสถาบันที่จะก่อความเสียหายให้กับปัจเจกบุคคลเสมอ และยังสามารถที่จะนำไปสู่การสร้างความชอบธรรมให้กับการปกปิดการล่วงละเมิดของตนเอง พวกเรามีประสบการณ์กับประเด็นนี้มาแล้วด้วยความเจ็บปวด พวกเราพบความเจ็บปวดในหลายปีที่ผ่านมานี้  การยึดเอาตัวตนเองเป็นศูนย์กลางจะกีดกั้นไม่ให้พวกเราเห็นความผิดบกพร่องของตน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญก้าวหน้า และทำให้ไม่มีการเปิดใจกว้างสู่การทบทวนกระวนการกระทำของสถาบัน และวิธีการดำเนินการปกครอง 

ตรงกันข้าม จะเป็นการดีกว่าที่พวกเราต้องกล้าหาญที่จะเผชิญอย่าตรงไปตรงมากับความจริง ทำตามคำแนะนำของพระศาสนจักรผู้เป็นมารดาที่แท้จริงเสมอ พร้อมกับตอบสนองต่อการเรียกร้องของความยุติธรรมและความรัก การชอบยกยอตนเองไม่ได้เป็นการรับใช้ต่อพระพรที่ดี ตรงกันข้ามต้องเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องให้การตอนรับในแต่ละวันด้วยสิ่งใหม่ๆ – จงอย่าลืมว่าสิ่งประหลาดใหม่จะแสดงถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าเสมอ – นี่เป็นของขวัญที่ได้รับมาแบบเปล่า ๆ ซึ่งพวกท่านได้รับมาด้วยการปฏิบัติตามอุดมการณ์แห่งชีวิตของพวกท่าน และโดยอาศัยความช่วยเหลือของพระเจ้าพวกท่านพยายามที่จะตอบสนองด้วยความเชื่อ ความสุภาพ และความกล้าหาญเฉกเชนพระแม่มารีย์พรหมจารีหลังจากที่ได้รับการแจ้งข่าวจากทูตสวรรค์ 

หัวข้อที่สองที่พ่อปรารถนาที่จะนำมาเสนอให้กับพวกท่านคือความสำคัญแห่งวิกฤต ท่านไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากวิกฤต วิกฤตเป็นพระพรแม้จะในระดับธรรมชาติ – วิกฤตขอการที่ทารกเจริเติบโตจนเป็นผู้ใหญ่นั้นมีความสำคัญ – แม้ในชีวิตของสถาบัน พ่อได้ปราศรัยเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้อย่างยืดยาวในคำปราศรัยต่อสมาชิกของโรมันคูเรีย ในชีวิตมักมีการล่อลวงเสมอที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นความขัดแย้ง ความขัดแย้งเป็นสิ่งน่ารังเกลียด สามารถเป็นสิ่งน่าชัง สามารถที่จะสร้างความแตกแยก  แต่วิกฤตก็สามารถเป็นโอกาสให้พวกเราเจริญก้าวหน้าเช่นเดียวกัน ทุกวิกฤตเรียกร้องให้พวกเรามีวุฒิภาวะใหม่ เป็นเวลาของพระจิตผู้ทรงกระตุ้นให้พวกเราเหนความจำเป็นที่ต้องมาทำการรื้อฟื้นกันใหม่โดยไม่ต้องเสียกำลังใจท่ามกลางความยุ่งยากซับซ้อนและความขัดแย้ง ทุกวันนี้มีการเน้นกันมากถึงความสำคัญของการยืดหยุ่นท่ามกลางความยากลำบาก กล่าวคือ ความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับวิกฤตและฉวยโอกาสจากความยุงยากซับซ้อน เพราะทุกวิกฤตเป็นโอกาสให้พวกเราเจริญก้าวหน้า ในอีกมุมมองหนึ่งวิกฤตฝ่ายจิตของปัจเจกบุคคล ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างบุคคลและในบริบทของมโนธรรมต้องได้รับการจัดการอย่างเฉลียวฉลาดจากผู้ที่ไม่มีตำแหน่งบริหารในทุกระดับภายใตกระวนการของคณะ นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่ดีสำหรับพระศาสนจักรตั้งแต่เวลาที่จำความไม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับบรรดานักพรต/ฤษี ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เวลาแห่งวิกฤตเท่านั้น แต่โดยทั่วไปในการติดตามการเดินทางฝ่ายจิตของพวกเขา อันมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างเวทีภายนอกและภายในที่ประสบการณ์แห่งธรรมประเพณีของพระศาสนจักรที่สอนพวกเราว่านี่เป็นสิ่งที่จะขาดเสียมิได้ ความจริงการนำทุกสิ่งมารวมกัน ซึ่งบริบทของการปกครองและบริบทของมโนธรรมจะก่อให้เกิดการใช้อำนาจไปในทางที่ผิดต่างๆ นานาดังที่พวกเราเห็นกันมาเมื่อมีการพบว่าปัญหาที่รบกวนจิตใจเหล่านี้ถูกค้นพบ 

สุดท้าย ประการที่สาม การดำเนินชีวิตจิตอย่างสม่ำเสมอคงแบบคงเส้นคงวาในความเป็นจริง ความคงเส้นคงวาและความจริงทำให้ “บุคคลผู้นี้มีอำนาจ… เหตุใดเขาจึงมีอำนาจ? เพราะว่าเขาเป็นคนคเส้นคงวา” บ่อยครั้งพวกเราจะพูดกันเช่นนี้ เป้าหมายสุดท้ายแห่งพระพรพิเศษของพวกท่านจะต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่มอบให้กับพระบิดาในการอธิษฐานภาวนาอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ “เพื่อที่พวกเขาจะได้เป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยน. 17: 21) พวกเราต้องรับรู้ว่าการเป็นหนึ่งเดียวกันนั้นเป็นการกระทำแห่งพระหรรษทานของพระตรีเอกภาพ “เฉกเช่นที่พระองคทรงประทับอยู่ในข้าพเจ้าและข้าพเจ้าดำรงอยู่ในพระองค์ ขอให้พวกเขาดำรงอยู่ในเราด้วย” (ibid) เป้าหมายนี้เรียกร้องหน้าที่ในสองมิติด้วยกัน กล่าวคือ ภายนอกคณะและภายในคณะ เกี่ยวกับพฤติกรรมนอกคณะฯ พ่อขอสนับสนุนให้พวกท่านต้องทำ และสำหรับประเด็นนี้เคียร่า ลูบิค (Chiara Lubich) ข้ารับใช้ของพระเจ้าได้มอบแบบฉบับไว้มากมาย – การเป็นประจักษ์พยานแห่งความใกล้ชิดด้วยความรักฉันพี่น้องที่จะเอาชนะต่ออุปสรรคทั้งสิ้น และการเข้าถึงทุกสภาพแห่งชีวิตมนุษย์ จงเอาชนะต่ออุปสรรค จงอย่าได้กลัวนี่เป็นหนทางแห่งความใกล้ชิดฉันพี่น้องที่ถ่ายทอดการประทับอยู่ของพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพสู่มนุษย์ชายหญิงแห่งยุคสมัยของพวกเราโดยเริ่มต้นจากคนยากจน บุคคลที่เป็นคนสุดท้าย บุคคลที่ถูกทอดทิ้ง โดยทำงานร่วมกับผู้ที่มีน้ำใจดีเพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและสันติสุข  จงอย่าลืมว่าความใกล้ชิด การอยู่ใกล้ชิดกันเป็นภาษาที่ถ่องแท้ของพระเจ้า จงคิดถึงข้อความในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติเมื่อพระเจ้าตรัสว่า “มีชาติยิ่งใหญ่ใดบ้างที่พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ชิดดุจพระเจ้าของเราทุกครั้งที่เราเรียกหาพระองค์” วิธีการอยู่ใกล้ชิดของพระเจ้ายิ่งวันยิ่งจะไปไกลจนกระทั่งบรรลุถึงความใกล้ชิดอันยิ่งใหญ่นั้น พระวจนาตถ์ทรงเสด็จมารับสภาพมนุษย์ และทรงทำให้พระองค์เองเป็นหนึ่งท่ามกลางพวกเรา ขอจงอย่าได้ลืมว่า ความใกล้ชิดเป็นรูปแบบของพระเจ้า เสมือนเป็นภาษาที่ถ่องแท้ที่สุดในความคิดของพ่อ 

เกี่ยวกับความมานะพยายามของพวกท่านภายในคณะฯ พ่อขอสนับสนุนให้พวกท่านส่งเสริมการก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality) ให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น เพื่อว่าสมชิทุกคนซึ่งมีพระพรพิเศษด้วยกันจะได้มีความรับผิดชอบร่วมกันในการมีส่วนร่วมในชีวิต และกิจการของของพระแม่ และเป้าหมายพิเศษต่างๆ ผู้มีหน้าที่ในการปกครองบริหารถูกเรียกร้องให้ต้องส่งเสริมพร้อมกับให้คำแนะนำที่โปร่งใสไม่เพียงแค่ในกลุ่มบุคคลที่บริหารเท่านั้น แต่ในทุกระดับด้วยพลังในตรรกะแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งทุกคนสามารถใช้พระพรและความคิดของตนในการรับใช้ผู้อื่นในความจริงด้วยเสรีภาพ 

ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รัก ในการเลียนแบบฉบับของเคียร่า ลูบิค (Chiara Lubich) จงฟังเสียงร้องของพรเยซูคริสต์ในการที่พระองค์ทรงถกทอดทิ้งบนไม้กางเขนซึ่แสดงให้เห็นถึงมาตรการแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ซึ่งหลั่งไหลออกมาจนสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเรา ผู้เป็นบุคคลอ่อนแอ เป็นคนบาปแถมยังสร้างโศกนาฏกรรมให้กับบ่อเกิดแห่งความสว่าง และความหวังสำหรับมนุษย์ การผ่านความตายสู่การมีชีวิตเป็นหัวใจแห่งคริสศาสนา และยังเป็นพระพรของพวกท่านด้วย ขอบคุณมากสำหรับการเป็นประจักษ์พยานด้วยใจเบิบานต่อพระวรสารที่พวกท่านยังคงมอบให้กับพระศาสนจักรและแก่ชาวโลก  ได้มีการกล่าวกันว่าชาวโฟโคลาเร่มักจะยิ้มอยู่เสมอ พวกเขามีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า พ่อจำได้ว่าครั้งหนึ่งพ่อได้ยินมีคนพูดถึงการไม่รู้ของพระเจ้าพวกเขาบอกพ่อว่า “แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าพระเจ้านั้นช่างเขลา?”  เพราะว่ายังมีอยู่อีกสี่อย่างด้วยกันที่พระเจ้าไม่อาจรู้ได้ คือ พวกเยสุอิตคิดอะไรอยู่ ซาเลเซียนมีเงินมากน้อยแค่ไหน มีคณะซิสเตอร์กี่คณะ และโฟโคลาเร่เขายิ้มทำไม?”  พ่อขอมอบการมีเจตนารมณ์ที่ดีและโครงการต่าง ๆ ของพวกท่านไว้ในการวอนขอของพระแม่มารีย์มารดาของพระศาสนจักร และพ่อขออวยพรทุกคนจากใจ โปรดอย่าลืมภาวนาสำหรับพ่อด้วย พ่อเองต้องการคำภาวนา ขอขอบคุณทุกคน 

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บคำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิสมาแบ่งปันและไตร่ตรอง) 

วันสากลเพื่อภราดรภาพของมนุษย์
4 กุมภาพันธ์ 2021

วันสากลเพื่อภราดรภาพของมนุษย์ 4 กุมภาพันธ์ 2021

สหประชาชาติได้ประกาศในการประชุมสามัญเดือนธันวาคม 2020 ว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นวันสากลเพื่อภราดรภาพ

ท่านสามารถดูข้อมูลได้ที่เวบไซต์ www.humanfraternityday.org

พระคาร์ดินัล มีเกล อังเกล อายูโซ่ กวีโซ ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา ได้เขียนจดหมาย (1 กุมภาพันธ์ 2021) เสนอเราให้ศึกษาสมณสาส์น ทุกคนเป็นพี่น้องกัน เพื่อสร้างเอกภาพในพระศาสนจักร ใช้ภาวนา ไตร่ตรอง เทศน์สอน หรือให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้

ประวัติที่มา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2019 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จประเทศสาธารณรัฐเอมิเรส ทรงพบปะอิหม่ามแห่งอัลอัซซาร์ ที่ไคโร และได้เซ็นเอกสารเพื่อภราดรภาพ สันติภาพ และการอยู่ร่วมกัน

3 ตุลาคม 2020 โป๊ปฟรังซิส ได้อนุมัติสมณสาส์นทุกคนเป็นพี่น้องกัน (Fratelli Tutti) เกี่ยวกับภราดรภาพและมิตรภาพในสังคม

21 ธันวาคม 2020 สหประชาชาติได้ประกาศให้มีวันสากลเพื่อภราดรภาพของมนุษย์

4 กุมภาพันธ์ 2021 ที่เมืองอาบู ดาบี จะมีการฉลองทางออนไลน์ โดยโป๊ปฟรังซิส และพระคาร์ดินัล อายูโซ่ กวีโซ่ จะร่วมงานด้วย เวลาที่กรุงโรม 14.30 น. เวลาที่ประเทศไทย 19.30 น.

ในระหว่างการพบปะฉันพี่น้องนี้ ซึ่งข้าพเจ้าเก็บความทรงจำที่สุขใจไว้ ท่านอิหม่าม อะห์เหม็ด อัล-ดาเยบ (Ahmad Al-Tayyeb) และข้าพเจ้าประกาศ “อย่างแน่วแน่ว่าศาสนาต่างๆ ไม่เคยยุยงให้เกิดสงคาม และมิได้เชิญชวนให้เกิดความรู้สึกเกลียดชัง ความเป็นศัตรู ความคิดหัวรุนแรง หรือเชิญชวนให้เกิดความรุนแรง หรือการนองเลือด ความชั่วร้ายเหล่านี้เป็นผลมาจากการเบี่ยงเบนคำสอนทางศาสนา การใช้ศาสนาในทางการเมือง และในบางช่วงของประวัติศาสตร์ กลุ่มคนในศาสนาได้ใช้อิทธิพลความรู้สึกทางศาสนาที่มีต่อจิตใจของมนุษย์ไปในทางที่เกินเลย […] อันที่จริง พระเจ้าผู้ทรงอำนาจไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องจากใคร และไม่ทรงต้องการให้พระนามของพระองค์ถูกใช้เพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว” (284) ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องการเรียกร้องให้เกิดสันติภาพ ความยุติธรรม และภราดรภาพ (Fratelli Tutti ข้อ 285)

(ฟ. วีระ อาภรณ์รัตน์)

คณะธรรมทูตอิเดนเตส

คณะธรรมทูตอิเดนเตส

30 มกราคม 2021 (9.30 น.)

คณะธรรมทูตอิเดนเตส ก่อตั้งโดยฆราวาสชาวสเปญ ชื่อแฟร์นันโด เรียโลว์ ปาร์ดาล เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2502(ค.ศ.1959) เข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2522(ค.ศ.1979) และมาเชียงใหม่ พ.ศ.2545 (ค.ศ. 2002)

คณะธรรมทูตอิเดนเตส มีทั้งบ้านพระสงฆ์ และบ้านซิสเตอร์ ตั้งอยู่ บ้านยอแซฟแห่งปวงเทวา บ้านเลขที่ 180 หมู่ 4 บ้านหนองแฝก ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 50140 www.idente.org บริเวณบ้านยอแซฟแห่งปวงเทวา มีวัดน้อยพระเมตตา คุณพ่อทินกร อยู่ประจำ มีมิสซาทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.00 น. คุณพ่อทินกร เป็นผู้รับผิดชอบแผนกเยาวชน สังฆมณทลเชียงใหม่ และจิตตาธิการ ของซิสเตอร์คณะกลาริส (สารภี) ซึ่งอารามกลาริส อยู่ใกล้กัน

คุณพ่อทินกร ลาทู อยู่ประจำที่สารภี คุณพ่อทนงค์ศักดิ์ บิโข่ (ช่วยงานที่วัดนักบุญเทเรซา เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย) และบราเดอร์ เรืองเดช สมบูรณ์พูลเพิ่ม (กำลังศึกษาเทววิทยาที่วิทยาลัยแสงธรรม จ.นครปฐม) ได้มาพบพระสังฆราชวันนี้ แจ้งว่า ทางผู้ใหญ่ของคณะแต่งตั้งให้บราเดอร์ เรืองเดช เป็นอธิการ เมื่อวันพฤหัส ที่ 28 มกราคม ค.ศ.2021

บราเดอร์ยอห์น บอสโก เรืองเดช สมบูรณ์พูลเพิ่ม เกิดวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2521 อายุ 42 ปี มาจาก วัด(สาขา) นักบุญเปโตร หมู่บ้านโป่งขนุน ต.แม่สึก อ.แม่แจ่ม เขตวัดนักบุญปาตริก ป่าตึง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้ถวายตัวครั้งแรกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2007 ถวายตัวตลอดชีพเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 (ที่สหรัฐอเมริกา) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ก่อนไปรับการศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา 3 ปี และกลับมาเมืองไทย เรียนที่วิทยาลัยแสงธรรม เพื่อจะบวชเป็นพระสงฆ์

ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์ รายงาน

เฮลิคอปเตอร์ตกทำให้ทหารคนหนึ่งกลับมาสู่ความเชื่อ

เฮลิคอปเตอร์ตกทำให้ทหารคนหนึ่งกลับมาสู่ความเชื่อ

พลทหาร  ดิลเลียน  บีตสัน หนุ่มชาวออสเตรเลีย อายุประมาณ  20 ปี ประกาศตนไม่เชื่อพระเจ้าพูดดูหมิ่นศาสนา  แต่เมื่อเฮลิคอปเตอร์ตก  ขณะฝึกซ้อมในตะวันออกกลาง เขากลับร้องขอพระเจ้าให้ช่วย 

เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว EWTN (21 มกราคม 2021) “มันน่าขำที่  มันทั้งรวดเร็ว  และช้า  ในเวลาเดียวกัน” 

“ผมกำลังจับยึดบางสิ่ง  เมื่อเราปะทะลงทางด้านซ้าย  เครื่องเฮลิคอปเตอร์พุ่งลงทราย  มันยังคงเคลื่อนไปข้างหน้า  ผลักผมไปในทราย  ใบพัดยังคงหมุนอยู่  เสียงดังมากอย่างเหลือเชื่อ  ผมคิดว่า ผมต้องจบชีวิต…  ผมได้ร้องเรียกพระเจ้าว่า  “พระเจ้า  อย่าให้ผมตายเลย” 

ขณะนั้นพลทหารบีตสัน เป็นหน่วยวิทยุในกองทหารออสเตรเลีย  เขาประหลาดใจที่  เขาภาวนาออกมาแบบธรรมชาติ 

“ตอนนั้น  ผมสับสน…เพราะผมไม่เชื่อในพระเจ้า  คิดว่าเป็นเพียงนิยาย เหตุการณ์นี้จึงทำให้ใจผมเริ่มแสวงหา”  เพื่อนทหารคนหนึ่งได้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้  แต่บีตสันไม่ได้รับบาดแผลอะไรเลย ทำให้เขาใช้เวลาหนึ่งปี  แสวงหาความหมายของชีวิต 

“ผมได้รับศีลล้างบาปเป็นคาทอลิก  เรียนชั้นประถมในโรงเรียนคาทอลิก แต่ก็ไม่ศรัทธามากนัก  รู้จักพระเจ้า และพระเยซูเจ้าเล็กน้อยมาก  เมื่อสำเร็จชั้นมัธยมในออสเตรเลีย  ก็เหมือนหนุ่มสาวหลายคน  “ไม่สนใจศาสนา”  ไม่ขึ้นกับนิกายศาสนาใดๆ   วันเสาร์-อาทิตย์  ก็ “ดื่มเหล้า”  ปาร์ตี้  เมื่อพูดถึงศาสนา  กถือเป็นเรื่องตลก  ชอบดูหมิ่นคนที่ศรัทธา  ชอบโจมตีสถาบันศาสนา 

พลทหารบีสันได้ตัดสินใจกลับมาร่วมมิสซา  เมื่อเขาเฉียดตาย เขาสมัครเรียนคริสตศาสนธรรมร่วมพิธีรับผู้ใหญ่เป็นคริสตชน  (RCIAและได้รับศีลกำลังในพระศาสนจักรคาทอลิก  เดือนสิงหาคม  2019   

“ผมไปร่วมมิสซาภาษาละติน  ไม่รู้เลยว่ายังมีมิสซาละติน  ผมชอบ..  ผมรู้สึกขาดอะไรไปในวัยเด็ก  ทำให้มิได้เติบโตในความรักพระคริสตเจ้า  ขาดคำสอน  และศีลธรรมในวัยรุ่น” 

บัดนี้พลทหารบีตสันเป็นคาทอลิกที่ปฏิบัติศาสนา  “ความเชื่อเป็นขุมทรัพย์”  ที่เขาต้องการแบ่งปันแก่คนอื่น 

“บัดนี้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป  เพราะผมไม่แค่ดำเนินชีวิตเพื่อตนเองอีกต่อไป  ผมกำลังพยายาม… ผิดพลาดก็หลายครั้ง…  แต่ผมกำลังพยายามดำเนินชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้า  ผมกำลังพยายามรู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้น...  ยอมรับความรักของพระองค์ ให้ส่องสว่างในตัวผม  ผมรู้สึกได้ถึง  สันติสุข” 

วัฒนธรรมในปัจจุบัน  เป็นพิเศษหนุ่มสาว  เราถูกเลี้ยงดูด้วยการโกหกมากมายเกี่ยวกับว่าวัยรุ่นควรเป็นอะไร  ที่จริงแบบอย่างล่ำเลิศสำหรับมนุษย์  คือพระเยซูเจ้า  เป็นความรู้สึกเหลือเชื่อ  และความรักที่เหลือเชื่อ  ความรักและพระหรรษทานของพระองค์ได้เปลี่ยนชีวิตของผม  และก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณได้เช่นกัน”       “ประโยชน์ล้ำค่าคือการรู้จักพระคริสตเยซู”  (ฟป 3:8) 

(ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  แปล )

คุณพ่ออัตตีลีโอ เด บัตติสตี

คุณพ่ออัตตีลีโอ เด บัตติสตี

8 มกราคม 2021

คุณพ่ออัตติลิโอ เด บัตติสตี เคยเป็นธรรมทูตที่ประเทศเอควาดอร์ (ตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้) 12 ปี ประมาณ ค.ศ. 1996 -2008 ก่อนมาประเทศไทย และมาที่สังฆมณทลเชียงใหม่

อยู่สังฆมณฑลเชียงใหม่ 12 ปี (2008 – 2021) เคยเป็นเจ้าอาวาสที่วัดนักบุญฟรังซิส อัสซีซี ตั้งแต่ ค.ศ. 2017 – 3 มกราคม 2021

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม ได้มีพิธีต้อนรับคุณพ่อ เฟอร์ดินานโด ปิสตอเร มาเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส และอำลา คุณพ่ออัตติลิโอ ซึ่งจะเดินทางกลับสังฆมณฑลปาดัว ประเทศอิตาลี ใน คืนวันที่ 9 มกราคม 2021 และคุณพ่อ บรูโน ซอปเปลซา เป็นเจ้าอาวาส

เช้าวันนี้ คุณพ่ออัตติลิโอ มาลาผม และพระสงฆ์ที่สำนักมิสซัง ขอบคุณคุณพ่ออย่างมากนะครับ

ขอพระอวยพร และคุ้มครองให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย

(ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์)

จดหมายเปิดผนึก
9 ธันวาคม 2020

จดหมายเปิดผนึก

9 ธันวาคม 2020

พ่อได้รับเมลจดหมายของพระคาร์ดินัล อันโตนีโอ หลุยส์ ตากเล สมณมณตรีกระทรวงการประกาศข่าวดีสู่ปวงชน (ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2020) กล่าวว่า “ในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสนี้ วิกฤติยังคงต่อเนื่อง และมีผลกระทบต่อชีวิตของพระศาสนจักรทุกระดับ สมณองค์กรการสนับสนุนงานแพร่ธรรม (PMS) ได้พยายามช่วยเหลือสนับสนุนสังฆมณฑลที่ยากจน โดยผ่านกองทุนพิเศษ

            ในเวลาเดียวกัน การแพร่ระบาดนี้ก็ท้าทายพันธกิจของสมณองค์กรฯ PMS ด้วย ทำให้บรรดาผู้อำนวยการ PMS ของระดับชาติและผู้รับผิดชอบสังฆมณฑล ไม่สามารถทำหน้าที่เต็มที่ได้ มีผลต่อเงินบริจาควันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล (18 ตุลาคม 2020) จำกัดลง เพราะเหตุเรื่องความเคร่งครัดในการมีส่วนร่วมพิธีกรรมวันอาทิตย์ และบางกรณีต้องปิดวัด

            พี่น้องทราบแล้วว่า สมณองค์กร PMS ขึ้นอยู่กับความใจกว้างของผู้บริจาค ไม่มีรายได้จากแหล่งอื่น และเงินบริจาคต้องรอปีหน้า จำนวนสำหรับช่วยเหลือได้ในปี 2021 ก็ยังไม่ทราบ เพราะเหตุการณ์แพร่ระบาด จำนวนเงินปี 2020 สำหรับช่วยในปี 2021 จึงลดลงกว่าจำนวนที่ได้รับในปี 2019 และช่วยในปี 2020 นี้

            สมณองค์กร PMS ปรารถนาสนับสนุนพันธกิจเขตต่างๆด้วย การอธิษฐานภาวนา และความร่วมมือด้านวัตถุ อย่างไรก็ดีในปี 2021 จึงขัดข้องมาก ขอท่านโปรดเข้าใจ

            ในที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ผมขอพระคุณเจ้า ลดจำนวน หรือ ยกเลิก การขอสนับสนุนปกติ ต่อหน่วยงานแต่ละสังฆมณฑล และโปรดแจ้งการตัดสินใจต่อเลขาธิการ PMS คือ คุณพ่อทัดเดอุส โนวัค ความต้องการของพระศาสนจักรท้องถิ่น ขึ้นอยู่กับการบริจาคที่ได้รับ ซึ่งมีพอสำหรับสังฆมณฑลที่จำเป็นต้องรับการสนับสนุนมากที่สุด เราจำเป็นต้องจำกัดโครงการในสังฆมณฑลของท่าน เพราะกองทุนลดลง

            วิกฤติระดับโลกครั้งนี้ ช่วยให้เรามีประสบการณ์ พิจารณามากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือมากที่สุด ขอขอบคุณท่านที่เข้าใจ และเห็นใจ

            ขอให้ช่วงเวลาเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ให้ท่านได้รับพระพร

ด้วยความเคารพในพระคริสตเจ้า

            พ่อจึงรีบแปล และประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องพระสงฆ์ นักบวช และทุกท่านทราบ จะได้เข้าใจและช่วยกัน ประหยัด พึ่งตนเอง และช่วยเหลือกันในสังฆมณฑลของเรา

ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์
สังฆมณฑลเชียงใหม่

พระศาสนจักรฟิลิปปินส์ประกาศ 2021
ปีอภิบาลเพื่อการฟื้นฟูงานธรรมทูต

พระศาสนจักรฟิลิปปินส์ประกาศ 2021 ปีอภิบาลเพื่อการฟื้นฟูงานธรรมทูต

Vatican News ,28/11/2020

ใน 2021 พระศาสนจักรฟิลิปปินส์ฉลอง 500 ปี พระวรสารมาถึงแผ่นดิน บรรดาบิชอปฟิลิปปินส์เลือกหัวข้อปีอภิบาล 2021 ว่า “พันธกิจสู่ปวงชน”
วันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1521 ที่มีการถวายพิธีขอบพระคุณครั้งแรก ในแผ่นดินฟิลิปปินส์ ที่เกาะสิมาซาวา ภาคใต้ของเลย์เต (Leyte) พระศาสนจักนคาทอลิกในฟิลิปปินส์ เตรียมการฉลอง 5 ศตวรรษ ตั้งแต่ ค.ศ. 2012 เป็นเวลา 9 ปี
อาร์คบิชอปโรมูโล วัลเลส แห่งดาเวา ได้เขียนจดหมายอภิบาล เริ่มปีอภิบาล เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน

ได้รับพระพรเพื่อแบ่งปัน” (Gifted to give)
ความเชื่อคริสตชน มาถึงเราด้วยความเสียสละของบรรดาธรรมทูตชายหญิง เราจึงต้องกลายเป็นศิษย์ธรรมทูตของพระเยซูเจ้า ดังพระวาจาที่ว่า “ท่านได้รับมาโดยไม่เสียค่าตอบแทน ก็จงให้เขาโดยไม่รับค่าตอบแทนด้วย (มธ 10:8)

ความยินดี (Joy) ตามสมณสาส์น Evangelii Gaudium (ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร) ผู้ประกาศข่าวดีต้องไม่ดูเหมือนบางคนที่เพิ่งกลับมาจากพิธีปลงศพ

เมตตาธรรม (Mercy) พระเจ้าทรงเมตตา เป็นบ่อเกิดแห่งความปิติยินดี ความสงบ และสันติ ขอให้ทุกคนพบโอเอซิสแห่งเมตตา
จึงขอให้เรามีความกระตือรือร้นแบบธรรมทูตในชีวิต

ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์ แปลสรุป
https://www.vaticannews.va/en/church/news/2020-11/philippine-bishops-valles-pastoral-letter-2021-pastoral-year.html