ประชุมเตรียมปีเยาวชน

การประชุมกรรมการอำนวยการ สมัยวิสามัญ ปี 2020 นำโดยบีชอปซิลวิโอสิริพงษ์ จรัสศรีในพร้อมกับบาดหลวงจิตตาธิการและผู้ประสานงานเยาวชนทั้ง 11 สังฆมณฑล หน่วยงานและองค์เพื่อจะนำเสนอกิจกรรมให้กับสภาบิชอปในที่ประชุมต่อไป. วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2020

ระหว่างเวลา 10.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารสภาบิชอปฯ
Reported by Togy Yuthachai Ngeanla

เยี่ยมนักศึกษาคาทอลิก แม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมาตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาคาทอลิกภาคเหนือ 7 คนได้ไปเยี่ยมนักศึกษาคาทอลิกที่แม่ฮ่องสอนเพื่อพบปะ พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์และดูสถานการณ์นักศึกษาว่าเป็นอย่างเพื่อที่จะได้เชื่อมงานด้วยกันและมีอะไรที่จะสามารถช่วยเหลือกันได้
(ตัวแทนนักศึกษาเครือข่าย:บร.ปี่, พี่ธีร์,พี่ตอจี, โจ้,โชค,หมิโพ, นูและมิก)
(ตัวแทนนักศึกษาแม่ฮ่องสอน:น้องมิน,น้องลี,น้องกิ่ง,น้องขวัญ,น้องพิช,น้องมะนาว,น้องออน,น้องเป้)
Repoertd by Togy Yuthachai Ngeanla

เยี่ยมนักศึกษาคาทอลิก แม่ฮ่องสอน

เสกโบสถ์นักบุญเปโตร ขุนแม่ลา

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2019 เขตโบสถ์กบุญเปโตร ขุนแม่ลาน้อย ได้จัดให้มีพิธิเสกโบสถ์หลังใหม่ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 350 ปีมิสซังสยาม และ 60 ปีสังฆมณฑลเชียงใหม่ด้วย โอกาสนี้มีคริสตชนจากหมู่บ้านใกล้เคียงเดินทางมาร่วมในพิธีเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องคริสตชนขุนแม่ลาเป็นจำนวนมาก

และก่อนวันเสกโบสถ์หลังใหม่ เขต 4 จังหโถบส์แม่ฮ่องสอน ได้จัดให้มีค่ายสำหรับกลุ่มเยาวชนเขต 4 ที่หมู่บ้านขุนแม่ลานี้ระหว่างวันที่ 24-27 เมษายน 2019 เพื่อเป็นการเตรียมจิตใจเยาวชนโดยเฉพาะกลุ่มที่จะรับศีลกำลังในโอกาสเสกโบสถ์หลังใหม่นี้ด้วย ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของสังฆมณฑลฯ ที่จัดให้มีพิธีโปรดศีลกำลัง 350 คน เพื่อเฉลิมฉลองครอบรอบ 350 ปีมิสซังสยาม และ 60 ปีสังฆมฑลเชียงใหม่ด้วย

 

ประวัติกลุ่มคริสตชน บ้านขุนแม่ลา

ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 1 ต.ขุนแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน  ในปี ค.ศ. 1955 ครองครัวของนายพะเหล่าวา ได้กลับใจมาเป็นคาทอลิกทั้งครอบครัว ต่อมา วันที่ 3 เมษายน 1957 นายพะเหล่าวา ได้รับศีลล้างบาปที่แม่ปอนเป็นคนแรก  โดยคุณพ่อยอแซฟ เซกีน๊อต สงฆ์คณะเบธารามเป็นผู้โปรดศีลล้างบาปให้

ปี ค.ศ. 2554 ในช่วงที่คุณพ่อสมพงษ์ กัมพลกูล เป็นเจ้าอาวาส เขตโบสถ์นักบุญยอห์นบัปติสต์ แม่โถ เห็นว่ามีพื้นที่กว้างและมีจำนวนหมู่บ้านที่จะต้องดูแลอภิบาลมีจำนวนมาก จึงเสนอสังฆมณฑลฯ ให้แบ่งเขตพื้นที่หมู่บ้านที่อยุ่ตำบลขุนแม่ลาน้อยกับตำบลแม่นาจางเป็นอีกเขตโถบส์หนึ่ง และได้บการอนุมัติสังหมณฑลฯ ตั้งเขตโถบส์นักบุญเปโตร ขุนแม่ลาน้อยนี้เป็นเขตโถบส์ทางการโดยมีโถสถ์นักบุญเปโตร บ้านขุนแม่ลาน้อยนี้เป็นศูนย์กลางเขตงานอภิบาล และแต่งตั้งคุณพ่อสมพงษ์ กัมพลกูล เป็นเจ้าโถบส์องค์แรก ปัจจุบันเขตโถบส์นักบุญเปโตร ขุนแม่ลาน้อยมีจำนวนหมู่บ้านที่จะต้องดูแลอภิบาลทั้งหมด 27 หมู่บ้าน มีโถบส์สาขาทั้งหมด 25 โถบส์ มีครอบครัวคริสตชนทั้งหมด  822 ครอบครัว รับศีลล้างบาปแล้ว 2,185 คน กำลังเรียนคำสอนเพื่อรับศีลล้างบาป 916 คน รวมทั้งหมด 3,101 คน

และเนื่องจากโถสถ์หลังเดิมนั้นอยู่กลางหมู่บ้านที่คับแคบไม่สามารถบรรจุคริสตชนได้ แต่เนื่องจากว่ายังมีสภาพที่ดีแข็งแรง คริสตชนได้ตกลงกันที่จะใช้โถบส์เดิมนั้นสำหรับสวดเช้า เย็นของหมู่บ้าน ส่วนวันอาทิตย์นั้นให้มีการจัดสร้างโถบส์หลังใหม่ที่ใหญ่เพื่อรองรับสัตบุรุษหมู่บ้านใกล้เคียงที่จะมาร่วมสวดภาวนาในวันอาทิตย์ด้วยกัน ในปี ค.ศ. 2018  สังฆมณฑลฯ จึงเห็นควรให้มีการสร้างโถบส์หลังใหม่ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครอบรอบ 350 ปีมิสซังสยามและ 60 ปีสังฆมณฑลเชียงใหม่ด้วย และได้มีพิธีเสก ในวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2019 โดยคุณพ่อบุญเลิศ สร้างกุศลในพสุธา อุปมุขนายกสังฆมณฑลเชียงใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากพระคุณเจ้าติดภารกิจประชุมเกี่ยวกับพระคัมภีร์ที่กรุงโรม

ปิดค่ายเยาวชนคาทอลิดเขต 4 สังฆมณฑลเชียงใหม่ ณ ขุนแม่ลา

เมื่อ วันที่ 24-27 เมษายน 2019 วันนักบุญเปโตร บ้านขุนแม่ลา ได้มีการปิดค่ายเยาวชนคาทอลิดเขต  “350 ปี เยาวชนเขต 4 ก้าวติดตามพระคริสต์”  เขต 4. ประกอบด้วยเขตวัดดังต่อไปนี้  1.วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ แม่ฮ่องสอน  2.วัดแม่พระลูกประคำ ขุนยวม  3.วัดนักบุญเซซีลีอา ห้วยต้นนุ่น  4.วัดแม่พระมารีย์ หนองแห้ง   5.วัดนักบุญยอห์น บัปติสต์ แม่โถ   6.วัดนักบุญเปโตร ขุนแม่ลา  7.วัดนักบุญเปโตร แม่ลาน้อย   8.วัดนักบุญเปาโล แม่สะเรียง   9.วัดนักบุญเยนอเวฟา นาป่าแป๋   10.วัดนักบุญยอห์น อัครสาวก แม่เหาะ   11.วัดนักบุญ ลอเรนโซ หลุยส์ แม่หาด   มีจำนวนผู้เข้าร่วม 462 คน

คริสต์มาสแฟร์ เยาวชนคาทอลิกเขต 1

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2018 คุณพ่อทินกร ลาทู และคณะกรรมการเยาวชนเขต 1 ได้จัดคริสต์มาสแฟร์ ที่พระหฤทัยเชียงใหม่ โดยเยาวชนร่วมมิสซาช่วงเช้า แลกของขวัญและปิดท้ายด้วยกีฬา มีเยาวชนจากศูนย์ต่างๆ ในเชียงใหม่ เข้าร่วมกว่า 400 คน  สนุกสานกันไปครับ

1

แผนกพระคัมภีร์จัดกิจกรรม Bible games ประจำปี 2018

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2018 แผนกพระคัมภีร์ สังฆมณฑลเชียงใหม่ นำโดยคุณพ่อสิริชัย บุหงาสวรรค์ และทีมงานคณะกรรมการพระคัมภีร์ของสังฆมณฑลเชียงใหม่ ร่วมกับฝ่ายงานแพร่ธรรม ได้จัดให้มีกิจกรรรมแข่งขันพระคัมภีร์ขึ้นที่บ้านธิดารักษ์ จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธานถวายมิสซาเปิดกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมกับบรรดาบาดหลวงเขตวัดต่างๆ ที่ส่งเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

สำหรับหนังสือพระคัมภีร์ที่ให้เด็กและเยาวชนศึกษาในปีนี้ เป็นจดหมายของนักบุญเปาโล (คร.1-2) มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน โอกาสนี้ต้องขอบคุณซิสเตอร์คณะซาเลเซียนที่ได้เป็นเจ้าภาพสถานที่สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้

1

ร่วมงานค่ายเยาวชน เขต 2

วัน พฤหัสบดีที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2018
พ่อเดินทางเวลา 11.00 น. จากเชียงใหม่ไปอมก๋อยและถึงนาเกียน เวลา 16.30 น. (ห้าชั่วโมงครึ่ง) เพื่อร่วมงานเยาวชน เขต 2 ระหว่างวันที่ 19-22 เมษายน ณ วัดนักบุญเปาโล นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ คุณพ่อธงชัย วิวัฒน์เชาว์พันธุ์ เป็นเจ้าอาวาส บรรดาบาดหลวงในเขตพาเยาวชนมาลงทะเบียนรับเสื้อประจำค่าย (คนละ 100 บาท) รวมจำนวน 671 คน มีบรรดาซิสเตอร์ สามเณรใหญ่เชียงใหม่ ครูคำสอน และทีมบริการ มากกว่า 30 คน
มิสซาเปิดค่ายเวลา 19.00 น. มีโปรดศีลกำลัง 72 คน
หลังมิสซา คุณพ่อสุธน คีรีวัฒนสกุล หัวหน้าเขต 2 ได้กล่าวต้อนรับ และมีทีมนำกิจกรรม
เช้าวันศุกร์ที่ 20 เมษายน เริ่ม 08.00 น. มีกิจกรรมทำความรู้จัก เวลา 08.30 น. พ่อแบ่งปันเรื่อง เยาวชนกับครอบครัว แนะนำเอกสารเตรียมสมัชชา เรื่อง เยาวชน ความเชื่อ และการไตร่ตรองกระแสเรียก และกฤษฎีกาสมัชชา 2015 ข้อ 20-21
เยาวชนเป็นปัจจุบันและอนาคตของพระศาสนจักรครับ ขอบใจบาดหลวงและนักบวชที่สนับสนุนค่ายเยาวชนครั้งนี้

บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์

1

ค่ายเยาวชนเขต 2 เริ่มแล้ว ณ นาเกียน

Open Mass for Chiang Mai Catholic Youth Camp of zone 2 ,19-22 April 2018 at Bann Nakiar ,Omkio Thailand.
“เราต้องให้อภัย เมตตา กรุณาเพื่อจะได้เกิดสันติสุขอย่างแท้จริง” ส่วนหนึ่งของบทเทศน์ของพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์
ค่ายคุณธรรม จริยธรรม คำสอนเยาวชน หัวข้อ “ครอบครัวคริสตชนเจริญชีวิต ติดตามพระคริสต์” ระหว่างวันที่ 19-22 เมษายน 2018 ณ บ้านนาเกียน อมก๋อย จ.เชียงใหม่จัดโดยคุณพ่อเขต 2 และทีมงาน จำนวนเยาวชน 671 คน บาดหลวง 15 องค์ มาเซอร์และซิสเตอร์ 9 คน บราเดอร์ 21 คน
โอกาสนี้มีเยาวชนรับศีลกำลังประมาณ 70 คน

Report by Togy Yuthachai Ngeanla

การทดสอบเยาวชนแบบง่ายๆของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส:

ในสถานการณ์เช่นนี้ พระเยซูจะทำอย่างไร?

“จงเป็นเยาวชนแบบชาวสะมาเรียผู้ไม่เคยทอดทิ้งคนที่นอนอยู่ข้างถนน เขาไม่นิ่งเฉย”
วันที่ 17 มกราคม ค.ศ.2018
วันพุธที่ 17มกราคม ค.ศ.2018 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงใช้วิธีง่ายๆทดสอบเยาวชนโดยถามว่า “พระเยซูจะทำอย่างไร?”

คำแนะนำของพระองค์เกิดขึ้นในช่วงที่ทรงตรัสกับเยาวชนซึ่งพากันมารวมตัวกันที่สักการะสถานไมปูที่นครซันดีอาโกซึ่งเป็นการแวะเยือนในระหว่างการเดินทางไปยังประเทศชิลีและเปรู  พระองค์ทรงตั้งคำถามว่า “หากพระเยซุคริสต์เป็นข้าพเจ้า พระองค์จะทำอย่างไร?”  นี่เป็น “กฎทอง” ที่นักบุญ อัลแบร์โต ฮุร์ตาโด ได้ใช้ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาทรงเสด็จไปเยี่ยมหลุมศพของท่านเมื่อวานนี้

“พระองค์ทรงตรัสหลายครั้งแล้วว่าเยาวชนต้องเป็นพระเอกในการเปลี่ยนแปลงสังคม ในการทำให้สังคมมีความยุติธรมมากขึ้นเป็นใยต่อคนที่อ่อนแอ  ซึ่งนิยมชมชอบคุณค่าแห่งชีวิต  ซึ่งชอบรักพระเจ้าในตัวของบรรดาพี่น้อง  ซึ่งเกิดในประเทศของเราหือในอีกซีกหนึ่งของโลก”เยาวชนคนหนึ่งที่ชื่อ Ariel Rojas พูดเพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อพระดำรัสของพระสันตะปาปา “พวกเราเห็นแบบฉบับแห่งชีวิตในพระองค์นแบบฉบับแห่งความรัก  และแบบฉบับแห่งพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงชีวิต”

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงขอให้บรรดาเยาวชนเป็น “พระเอกในดวงใจของพระศาสนจักร” พระองค์ทรงแนะนำให้เอาแบบอย่างของชาวสะมาเรียผู้ใจดี ไซมอนแห่งไซรีนที่ช่วยพระคริสตเจ้าแบกไม้กางเขน ซักเคอุสที่สละทิ้งข้าวของเงินทอง และมารีย์มักดาเลนา “ที่พบว่าพระเยซูเจ้าเท่านั้นที่เป็นคำตอบแท้ของตน”

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงบอกเยาวชนว่าในพันธกิจฐานะที่เป็นบิชอปพระองค์ทรงเห็นว่า “เยาวชนมีความคิดที่ดีมากมาย ทั้งในความคิดและจิตใจ เยาวชนอยู่เฉยไม่เป็น  พวกเขาเป็นนักแสวงหาและเป็นนักอุดมการณ์” พระองค์ทรงยอมรับว่าผู้ใหญ่บางคนลืมไปแล้ว่า “สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเสมอนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร”

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสยังทรงเตือนในการประชุมสมัชชาชีน็อดครั้งที่ 15 ของบรรดาบิชอปซึ่งจะมีขึ้นในเดือนตุลาคม 2018 ในหัวข้อ “เยาวชน ความเชื่อ และการแยกแยะกระแสเรียก”

“โดยตระหนักดีถึงความสำคัญของเยาวชนและประสบการณ์ของพวกเขา ปีนี้พ่อต้องการให้มีการประชุมสมัชชาซีน็อด และก่อนหน้านั้นจะมีการ ประชุมเยาวชน เพื่อที่พวกเธอจะได้เกิดจิตสำนึกว่าพวกเธอเป็นพระเอกอย่างแท้จริงในดวงใจของพระศาสนจักร” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสตรัส “เพื่อที่จะได้รักษาความเป็นหนุ่มของพระศาสนจักรไว้โดยไม่ใช่ตบแต่งด้วยเครื่องสำอาง ขอให้พระศาสนจักรได้ยอมรับการท้าทายจากบุตรธิดาที่จะช่วยพระศาสนจักรในแต่ละวันให้มีความซื่อสัตย์ยิ่งขึ้นต่อพระวรสาร  พระศาสนจักรในประเทศชิลีต้องการพวกเธอมากเพื่อที่จะ “เขย่าฝุ่นใต้เท้าของเรา” และช่วยเราให้เข้าใกล้พระเยซูมากยิ่งขึ้น  คำถามของเธอ ความอยากรู้ของเธอ การต้องการที่จะเป็นคนใจกว้าง ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราที่จะต้องเข้าใกล้พระเยซู เราทุกคนได้รับการเชื้อเชิญใหม่ให้เข้าใกล้พระเยซู!

พระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปา

Ariel พ่อก็รู้สึกมีความสุขเช่นเดียวกันที่ได้อยู่กับเธอ ขอบใจในการกล่าวต้อนรับพ่อในนามของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ พ่อเองต่างหากที่ต้องรู้สึกกตัญญูที่สามารถแบ่งปันเวลาอยู่กับพวกเธอ สำหรับพ่อมีความสำคัญสำหรับเราที่จะต้องพบปะกันและเดินไปด้วยกันสักพักหนึ่งขอให้เราช่วยซึ่งกันและกันในการมองไปข้างหน้า!

พ่อดีใจที่การพบปะกันของเราครั้งนี้เกิดขึ้นที่ Maipu ในผืนแผ่นดินนี้ ณ ที่ซึ่งประวัติศาสตร์ของประเทศชิลีเริ่มรักกันฉันท์พี่น้องในสักการะสถานนี้ซึ่งเกิดขึ้น ณ หัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างเหนือกับใต้ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างหิมะกับทะเลและเป็นบ้านของทั้งสวรรค์และโลก  นี่เป็นบ้านของชิลี เป็นบ้านของเธอซึ่งเป็นคนหนุ่มสาว ณ ที่ซึ่งแม่พระแห่งภูเขาคาร์เมลรอคอยต้อนรับเธอด้วยใจกว้าง  เฉกเช่นที่แม่พระทรงประทับอยู่พร้อมกับการเกิดของประเทศชิลีและได้ติดตามชาวชิลีตลอดมาในช่วงสองร้อยปีที่แล้ว พระแม่ก็ยังทรงปรารถนาที่จะติดตามความฝันที่พระเจ้าทรงวางไวในดวงใจของพวกเธอ นั่นคือความฝันที่จะมีอิสรภาพ ที่จะมีความชื่นชมยินดี ที่จะมีอนาคตที่ดีกว่า นี่เป็นความฝันอย่างที่ Arielกล่าวไว้ “ที่จะเป็นพระเอกของการเปลี่ยนแปลง” แม่พระแห่งภูเขาคาร์เมลจะติดตามพวกเธอไปเพื่อที่เธอจะได้เป็นพระเอกของประเทศชิลีซึ่งดวงใจของเธอมีความใฝ่ฝัน  พ่อทราบดีว่าดวงใจของหนุ่มสาวชาวชิลีมีความใฝ่ฝัน พวกเขาฝันเขื่อง  เพราะแผ่นดินนี้ได้ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่แพร่ขยายเพิ่มทวีขึ้นไปยังประเทศต่างๆทั่วทวีปของเรา  ใครเล่าเป็นแรงบันดาลความฝันเช่นนั้น?  เป็นคนหนุ่มสาวเฉกเช่นพวกเธอนั่นแหละที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับประสบการณ์ที่จะผจญภัยในความเชื่อ  เพราะความเชื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับการผจญภัยที่จูงใจให้พวกเขาท่องไปยังภูมิทัศน์อันเหลือเชื่อที่เต็มไปด้วยขวากหนามและเป็นหลุมเป็นบ่อ  จะอย่างไรก็ตามทีพวกเธอจะรู้สึกเบื่อหน่ายหากไม่มีการท้าทายซึ่งจะทำให้เธอตื่นเต้น  เรามองเห็นประเด็นนี้ชัดเจนมากอย่างเช่นตอนที่มีภัยธรรมชาติ พวกเธอมีความสามารถที่น่าทึ่งมากในการแก้ไขปรับตัวซึ่งเป็นเครื่องหมายชัดถึงความเป็นคนที่มีใจกว้าง

ในพันธกิจของพ่อฐานะที่เป็นบิชอปพ่อเห็นความคิดที่ดีมากมายในจิตใจของคนหนุ่มสาว  คนหนุ่มสาวอยู่นิ่งไม่เป็น พวกเขาต่างแสวงหาและเป็นนักอุดมการณ์  ปัญหาที่ผู้ใหญ่มีก็คือ บ่อยครั้งเหมือนกับข้าฯรู้ทุกอย่าง “พวกเขาคิดเช่นนั้นเพราะว่าพวกเขายังคงเป็นคนหนุ่มสาว พวกเขายังจะต้องเติบโตขึ้น”  ราวกับวาการเติบโตขึ้นหมายความถึงการยอมรับความอยุติธรรมโดยเชื่อว่าไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เพราะนี่เป็นสิ่งที่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน

เพราะตระหนักดีว่าคนหนุ่มสาวและประสบการณ์ของพวกเขามีความสำคัญมากแค่ไหน ปีนี้พ่อจะเรียกประชุมสมัชชาซีน็อด และก่อนที่จะมีการประชุมนี้ จะมีการประชุมของเยาวชนเพื่อที่พวกเธอจะได้รู้สึกว่าพวกเธอเป็นพระเอกจริงในดวงใจของพระศาสนจักร เพื่อช่วยหน้าตาของพระศาสนจักรให้คงไว้ซึ่งความหนุ่มแน่น ไม่ใช่ด้วยเครื่องสำอาง  แต่ด้วยการที่ถูกท้าทายจากบรรดาบุตรธิดาเพื่อที่จะช่วยพระศาสนจักรให้มีความซื่อสัตย์ต่อพระวรสารมากยิ่งขึ้นทุกวัน  พระศาสนจักรในชิลีต้องการพวกเธอมากในการ “สะบัดฝุ่นใต้เท้า” และช่วยพวกเราให้เข้าใกล้ชิดพระเยซูคริสต์มากยิ่งขึ้น!  คำถามของเธอ ความอยากที่จะรู้ของเธอ ความปรารถนาที่จะเป็นคนใจกว้างของเธอล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราที่จะต้องเข้าใกล้พระเยซู  เราทุกคนได้รับการเชื้อเชิญใหม่เสมอให้ต้องเข้าใกล้พระเยซู

พ่ออยากแบ่งปันเรื่องหนึ่งกับพวกเธอ  วันหนึ่งขณะที่กำลังคุยอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง พ่อถามเขาว่าเรื่องอะไรที่ทำให้เขาไม่มีความสุข เขาตอบพ่อว่า “เมื่อแบตโทรศัพท์มือถือของผมหมดหรือผมติดต่อทางอินเตอร์เน็ตไม่ได้” พ่อถามเขาว่า “เพราะเหตุใด?” เขาตอบว่า “เพราะผมทำอะไรไม่ได้สักอย่างเรื่องที่กำลังดำเนินอยู่ คล้ายๆผมถูกตัดขาดจากโลก ในเวลานั้นผมจะรีบลุกขึ้นวิ่งไปหาเครื่องชาร์จหรือเครือข่ายไวไฟและหาพาสเวิร์ดเพื่อเชื่อมโยงกับเน็ตเวิร์ค” เรื่องนี้ทำให้พ่อคิดว่าเรื่องเดียวกันอาจเกิดขึ้นได้กับความเชื่อของเรา  หลังจากเดินทางไปชั่วครู่หนึ่งหรือหลังจากที่ได้รับแรงกระตุ้นเบื้องต้นไปพักหนึ่งจะมีช่วงเวลาที่เรานึกไม่ถึง ลมเริ่มเปลี่ยนทิศทาง แล้วเราก็เสียการเชื่อมโยงไป เมื่อนั้นเราจะรู้สึกไม่มีความสุขแล้วเราก็เสียความเชื่อไป  เรารู้สึกถูกกดดันอยู่ไม่เป็นสุข เราเริ่มมองทุกสิ่งในมุมมืด เมื่อเราขาด “การเชื่อมโยง” ซึ่งทำให้ความฝันของเราหลุดไป ใจเราก็จะเริ่มสั่นคลอน   เมื่อแบตเตอรี่เราหมดเรารู้สึกอย่างที่เพลงกล่าวไว้ “เสียงและความเหงาแห่งนครตัดเราขาดออกจากทุกสิ่ง”  โลกหมุนกลับ  และพยายามที่จะโถมใส่ข้าพเจ้าจนทำให้ความคิดความตั้งใจของข้าพเจ้าจมหายไป” [1]

เมื่อไม่มีการเชื่อมโยงกับพระเยซูคริสตเจ้า  ชีวิตเราก็จบเห่กับความคิดความฝันและความเชื่อของเรา ดังนั้นเราจึงเกิดอาการอาลัยตายอยากและน่ารำคาญ  ในฐานะพระเอกดังที่เราเป็นและอยากจะเป็น เราสามารถมาถึงจุดที่ทำให้ไม่มีความแตกต่างว่าเราจะทำหรือไม่ทำอะไร  เรารู้สึกว่าเรา “ถูกตัดออกจากโลก” ดังที่ชายหนุ่มคนนั้นบอกพ่อ ซึ่งทำให้พ่อเป็นห่วงว่าพอเขาสูญเสีย “การเชื่อมโยง” ไปแล้ว พวกเขาหลายคนคิดว่าพวกเขาไม่มีอะไรจะมอบให้อีกแล้ว พวกเขารู้สึกว่าตนหมดท่าไปแล้ว  ขออย่าไปคิดว่าเธอไม่มีอะไรเหลือที่จะมอบให้หรือคิดไปว่าไม่มีใครให้ความสนใจเธออีกแล้ว

จงอย่าได้คิดเช่นนั้นเป็นอันขาด!  อย่างที่นักบุญอัลแบร์โต ฮูร์ตาโด(Alberto Hurtado)มักจะพูดว่า “นี่เป็นเสียงของปิศาจหรือเปล่า” ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไร้ค่า… และให้คงไว้เหมือนเดิมอย่างที่เป็นอยู่  เราทุกคนเป็นความจำเป็นและมีความสำคัญ เราทุกคนมีอะไรบางอย่างที่จะมอบให้

คนหนุ่มสาวในพระวรสารที่เราไดยินได้ฟังวันนี้ต้องการ “การเชื่อมโยง” นั้นเพื่อช่วยพวกเขาให้รักษาโคมใฟให้ลุกโชติช่วงในดวงใจ  พวกเขาต้องการทราบว่าจะต้องชาร์จแบตเตอรี่แห่งหัวใจของพวกเขาอย่างไร อัครสาวกอันดรูว์และศิษย์อีกคนหนึ่งที่ไม่มีการเอ่ยชื่อ  ดังนั้นเราจึงอาจจินตนาการได้ว่าเราแต่ละคนเป็นศิษย์คนนั้น เรากำลังหาพาสเวิร์ดเพื่อที่จะเชื่อมกับผู้ซึ่งเป็น “หนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน. 14: 6) เป็นยอห์นบัปติสต์ที่ชี้ให้พวกเขาเห็นทางพ่อเชื่อว่าพวกเธอก็เช่นเดียวกันต่างมีนักบุญที่คอยช่วยชี้นำเธอ นักบุญที่ทำชีวิตตนเองเป็นบทเพลง “ข้าพเจ้าเป็นสุข ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าเป็นสุข” Alberto Hurtado มีกฎทอง เป็นกฎที่ทำให้หัวใจของเขาลุกเป็นไฟด้วยไฟที่ทำให้ความชื่นชมยินดีของเขามีชีวิต พระเยซูคริสต์คือไฟนั้น ใครที่เข้าใกล้ไฟนั้นจะลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที

พาสเวิร์ดของ อัลแบร์โต ฮูร์ตาโด นั้นง่ายมาก หากเธอเปิดโทรศัพท์พ่ออยากให้เธอกดสิ่งนี้เข้าไป เขาถามว่า “พระคริสตเจ้าจะทำอย่างไรหากพระองค์เป็นข้าพเจ้า?”  ที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย เมื่ออยู่นอกห้องเรียน อยู่ที่บ้าน อยู่กับเพื่อน กำลังทำงาน และเมื่อถูกประจญ “พระคริสตเจ้าจะทำอย่างไรหากพระองค์เป็นข้าพเจ้า?”  เมื่อเธอไปงานเต้นรำ เมื่อเล่นหรือดูกีฬา “พระคริสตเจ้าจะทำอย่างไรหากพระองค์เป็นข้าพเจ้า?”

พระองค์ทรงเป็นพาสเวิร์ด เป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จดวงใจของเรา จุดประกายให้กับความเชื่อของเรา ทำให้ดวงตาเราลุกเป็นประกาย นี่คือสิ่งที่หมายถึงการเป็นพระเอกแห่งประวัติศาสตร์ ตาของเราลุกเป็นประกายเพราะเราพบว่าพระเยซูคริสต์เป็นบ่อเกิดแหงชีวิตและความชื่นชมยินดี เราเป็นพระเอกแห่งประวัติศาสตร์เพราะเราอยากส่งต่อประกายนั้นไปยังดวงใจของผู้ที่กลายเป็นคนใจเย็นเฉยและขาดชีวิตชีวา เพราะพวกเขาลืมไปว่าความหวังนั้นคืออะไรสำหรับวิญญาณทุกดวงที่ “ถูกทำให้ตายไป” และรอคอยใครสักคนที่จะมาเปลี่ยนพวกเขาด้วยบางสิ่งที่มีคุณค่า  การเป็นพระเอกหมายถึงทำสิ่งพระเยซูทรงกระทำ

ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน จะอยู่กับใคร และเมื่อใดที่เธออยู่พร้อมหน้ากัน “พระเยซูจะทรงทำอย่างไร?” ทางเดียวที่จะไม่ลืมพาสเวิร์ดก็คือต้องใช้บ่อยๆ ใช้วันแล้ววันเล่า  เวลาจะมาถึงเมื่อเธอจำได้จนขึ้นใจ และวันนั้นจะมาถึงโดยที่ไม่รู้ตัวดวงใจของเธอจะเต้นเหมือนกับดวงใจของพระเยซูคริสต์

ไม่เพียงพอที่จะฟังเทศน์หรือรู้คำตอบจากการเรียนคำสอน เราต้องการที่จะเจริญชีวิตเฉกเช่นพระเยซู เพื่อที่จะทำเช่นนี้ได้เยาวชนในพระวรสารถามว่า “ข้าแต่พระอาจารย์ พระองค์อาศัยอยู่ที่ไหน?” (ยน. 1: 38)พระองค์ทรงดำเนินชีวิตอย่างไร?  เราอยากเจริญชีวิตอย่างพระเยซูด้วยคำว่า “ตกลงพระเจ้าข้า” ซึ่งทำให้หัวใจเราเต้นแรง  การที่จะปฏิบัติตนในแนวนี้เป็นการเสี่ยงอย่างหนึ่ง  มิตรสหายที่รัก จงมีความกล้า กล้าที่จะออกไปพบเพื่อน ผู้คนที่เธอไม่รู้จัก หรือคนที่มีปัญหา

จงออกไปพร้อมกับคำสัญญาแต่ประการเดียวที่เราได้รับ คือ ไม่ว่าเธอจะอยู่ ณ ที่ใด ในทะเลทราย ในการเดินทาง ในความตื่นเต้น เธอจะได้รับ “การเชื่อมโยง” เสมอ และเธอจะมีแบตเตอรี่เสมอ เราจะไม่มีวันที่จะอยู่โดยลำพัง  เราจะมีพระเยซูพร้อมกับพระมารดาของพระองค์และขุมชนอยู่เป็นเพื่อนเสมอ แน่นอนละ ชุมชนจะไม่ครบครัน แต่นั่นไม่ไดหมายความว่าพวกเขาไม่มีความรักที่จะมอบให้กับผู้อื่น

เยาวชนที่รัก  “ขอให้เธอเป็นชาวสะมาเรียผู้ใจดีผู้ซึ่งไม่เคยเดินผ่านคนที่นอนอยู่ข้างถนน จงเป็นเช่นหนุ่มไซมอนแห่งไซรีนที่ช่วยพระเยซูแบกไม้กางเขนและช่วยบรรเทาความทุกข์ของบรรดาพี่น้องชายหญิง จงเป็นเหมือนซักเคอุสที่ตัดใจจากวัตถุแล้วกลายเป็นผู้ที่มีความเอื้ออาทร จงเป็นเหมือนมารีย์มักดาเลนผู้แสวงหาความรักอย่างหลงใหลและพบว่ามีแต่พระเยซูเท่านั้นที่จะให้คำตอบต่อสิ่งที่เธอต้องการได้  จงมีหัวใจของเปโตรเพื่อเธอจะได้สามารถทิ้งอวนไว้ริมทะเลสาบ  จงมีความรักเหมือนยอห์นเพื่อที่เธอจะได้วางความกังวลทุกอย่างไว้กับพระองค์ จงมีใจกว้างดุจพระแม่มารีย์ เพื่อที่เธอจะได้สามารถร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีและทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

มิตรสหายที่รัก  พ่ออยากจะอยู่ให้นานกว่านี้ ขอบคุณทุกคนสำหรับการพบปะกันครั้งนี้และสำหรับความชื่นชมยินดีของพวกท่าน พ่อขอร้องพวกเธออย่างหนึ่ง สวดให้พ่อด้วย

(วิษณุ ธัญญอนันต์ เก็บเรื่องนี้มาเพื่อการไตร่ตรอง)

__________________
[1] LA LEY, Aquí. [2] CARD. RAÚL SILVA HENRÍQUEZ, Mensaje a losjóvenes (7 October 1979). [00058-EN.01] [Original text: Spanish]

เยาวชนจากฟอนดาซีโอ มาเยี่ยม

บ่ายวันที่ 1 พฤศจิกายน
ฟอนดาซีโอ เป็นสถาบันอบรมผู้นำเยาวชนเอเชีย ที่ประเทศฟิลิปปินส์ มีหลักสูตรอบรม 9 เดือน แล้วกลับไปทำงานอภิบาลในประเทศของตน 2 ปี ทำรายงานจึงจะจบหลักสูตร
ผู้รับผิดชอบ 3 คน ได้พาเยาวชนผู้กำลังรับการอบรม รุ่นที่ 11 จำนวน 16 คน มาสัมผัสชีวิตที่เชียงใหม่ 1 อาทิตย์ และไปสามพรานอีก 1 อาทิตย์ นายไชยวัฒน์ ออเปะ เป็นศิษย์รุ่นที่ 9 มาต้อนรับ ในรุ่นที่ 11 มีเยาวชนไทย 2 คน หลังจากพบปะสนทนากับพ่อ คุณสนทร วงศ์จอมพร ให้การต้อนรับต่อไป

บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์

1