ยุวธรรมทูต (พระคัมภีร์ที่ฉันรัก) หมู่บ้านนาเกียน อ.อมก๋อย

ยุวธรรมทูต (พระคัมภีร์ที่ฉันรัก) หมู่บ้านนาเกียน อ.อมก๋อย

วันที่ 27 มิถุนายน 2020

วันที่ 27 มิถุนายน 2020 PMS รับผิดชอบโดย คุณพ่อสิริชัย บุหงาสวรรค์ ได้ไปจัดกิจกรรมยุวธรรมทูต ที่หมู่บ้านนาเกียน อ. อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มีเด็กๆ ยุวธรรมทูต จำนวน 31 คน และพี่เลี้ยงที่เป็นเยาวชนในหมู่บ้านอีก 3 คน ช่วยกันจัดกิจกรรมให้กับเด็กๆ ยุวธรรมทูต ทั้งวันเลย โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ภาค คือ ภาคเช้าและภาคบ่าย
ภาคเช้าให้เด็กได้ดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับการประกาศข่าวดีและประวัติยุวธรรมทูต เสร็จต่อด้วยให้เด็กได้ร่วมกันเขียนเป็นกลุ่ม หัวข้อ คือ “เพื่อนช่วยเพื่อน” และให้เด็กแบ่งปันกัน และต่อด้วยหัวข้อ ยุวธรรมทูต Laudato si’ ให้เด็กเขียนแบ่งปันกันถึงการรักธรรมชาติ
ส่วนภาคบ่าย ได้จัดกิจกรรมเล่นเกมส์พระคัมภีร์ และให้เด็กรู้จักรักพระคัมภีร์ และการสวดภาวนา สวดให้เพื่อนๆ และคนยากจน ที่อยู่ห่างไกล อยู่หมู่บ้านอื่นๆ สรุป คือให้เด็กๆ รักพระคัมภีร์และรักการภาวนา เข้าวัดสวดภาวนาสม่ำเสมอ

คุณพ่อ สิริชัย บุหงาสวรรค์

ทีมงานเวชบุคคลคาทอลิกฯ รณรงค์ป้องกันเชื้อโรค โคโรน่าไวรัส

วันที่ 1 มีนาคม 2020 ที่วัดแแม่พระลูกประคำ (โรซารีโอ) บ้านปางตอง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

ทีมงานเวชบุคคลคาทอลิกสังฆมณฑลเชียงใหม่รณรงค์ป้องกันเชื้อโรค โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 นำโดยคุณพ่อยอแซฟ ศราวุธ แฮทู จิตตาธิการแผนกสุขภาพอนามัยสังฆมณฑล คุณหมอเดชา คูวุฒยากร ประธานเวชบุคลคาทอลิกสังฆมณฑล ร่วมด้วยคุณพ่อสมยศ คุณหมอวนิดา นาจรุง คุณสัจจพร ศรีสวัสดิ์ ประสานงานโดยคุณประภา วงศ์จอมพร เจ้าหน้าที่ประสานงานแผนกสุขภาพอนามัยสังฆมณฑล

การจัดอบรมผู้นำคริสตชนเพื่อการสอนคำสอนและการอภิบาล

วันที่ ๒๗-๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ ศูนย์การเรียนรู้นักบุญฟรังซิสห้วยซอตือ ขุนยวม ศูนย์ประสานงานแพร่ธรรมฯ ร่วมกับคุณพ่อเจ้าวัด เขต ๔ จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้จัดการอบรมผู้นำคริสตชนเพื่อการสอนคำสอนและการอภิบาล มีผู้นำคริสตชนทั้งชายและหญิงเข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้น ๖๕ คน

สัมมนาสตรีระดับชาติ 11 สังฆมณฑล

บรรยากาศ:คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒาสังคม แผนกสตรี(คคส.)20 ปีแผนกสตรี:ไตร่ตรอง บททวน พันธกิจสตรีคาทอลิก พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเปิดการสัมมนาโดยบาดหลวงพิเชฐ แสงเทียน -นำเสนอ “20 ปี คคส.:ไตรตรองทบทวน พันธกิจสตรีคาทอลิก”โดยซิวเตอร์วรนุช ประนอมมิตร
– หัวข้อ “สตรีกับการพัฒนาสังคมและการประกาศข่าวดี” โดยบาดหลวงนิพจน์ เทียนวิหาร
-แบ่งกลุ่มไตร่ตรอง “20 ปีสตรีกับการพัฒนาและการดูแลสิ่งสร้างของพระ”โดยดร.สุนทร วงศ์จอมพรและคณะ
…ช่วงบ่ายดูงานกิจกรรมและงานพัฒนาของสตรี
…ช่วงค่ำ กิจกรรมกลุ่มสรุปประเด็นการเรียนรู้จากการดูงาน. วันศุกร์ที่ 21- วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2020 ณ ศูนย์มิสซัง สังฆมณฑลเชียงใหม่.
Reported by Togy Yuthachai Ngeanla

สัมมนาสตรีระดับชาติ 11 สังฆมณฑล

ค่ายศาสนิกสัมพันธ์ 5 ศาสนาล้านนาภาคเหนือ

บาดหลวงสิริชัย บุหง่าสวรรค์ ตัวแทนศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกได้เป็นวิทยากร
ร่วมกับผู้นำศาสนาทั้ง 5 ได้แก่ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกข์และพราหมณ์-ฮินดูในโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม กิจกรรม ” วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2020 ณ โรงเรียนสันติศึกษา เชียงใหม่
มีนักเรียนประมาณ 300 คน

ค่ายศาสนิกสัมพันธ์ 5ศาสนาล้านนาภาคเหนือ

สัมมนาเชิงปฎิบัติการ เตรียมการรงณรงค์จิตตารมณ์มหาพรต ปี 2020

“ช่วงเวลาแห่งการคืนดีกับพระเจ้าและเปิดใจ ให้พระองค์ชำระจิตใจของเราเพื่อเราจะได้เห็นแสงสว่าง” บทเทศน์ส่วนหนึ่งของบาดหลวงบุญเลิศ สร้างกุศลในพสุธา …โอกาสสัมมนาเชิงปฎิบัติการ เตรียมการรงณรงค์จิตตารมณ์มหาพรต ปี 2020 ประเด็น “เราจึงขอร้องแทนพระคริสต์เจ้าว่าจงยอมคืนดีกับพระเจ้าเถิด” (2คร.5:20)
-สถานการณ์และแนวการทำงานอภิบาลเด็กและเยาวชนในบริบทสังคมปัจจุบันโดยบาดหลวงพิเชฐ แสงเทียน(SJ)
-“เราจึงขอร้องแทนพระคริสต์เจ้าว่าจงยอมคืนดีกับพระเจ้าเถิด” (2คร.5:20)โดยคุณพ่อพิพัฒน์ มือแป (SJ) ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 13- วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020 ณ ศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่
Reported by Togy Yuthachai Ngeanla

สัมมนาเชิงปฎิบัติการ เตรียมการรงณรงค์จิตตารมณ์มหาพรต ปี 2020

อบรมเยาวชนคาทอลิก

ศีลศักดิ์สิทธิ์กับชีวิตคริสตชน
เมื่อวันที่ 21-23 กันยายน 2018  คุณพ่อโจงชอล์ แก้วมา ได้มาอบรมน้องๆ เยาวชนศูนย์คาทอลิก และขอบคุณซิสเตอร์คณะมารีอาบัมบีน่าที่มาแบ่งปันกระแสเรียกให้กับน้องๆ ณ บ้านเลาดาโตซี แจ้ซ้อน ด้วยนะครับ

พระชุมร่วมสองสังหมณฑลเชียงใหม่และเชียงราย

วันที่ 8 สิงหาคม 2018 ได้มีการประชุมร่วมกันของบาดหลวงสังฆมณฑลเชียงใหม่และเชียงรายเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ประกาศจัดตั้งสังฆมณฑลเชียงรายออกจากสังฆมณฑลเชียงใหม่ โดยแต่งตั้งบิชอปยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม เป็นประมุขสังฆมณฑลเชียงรายองค์แรก

โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้ายอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม เป็นประธานร่วมกับคุณพ่อนพรัตน์ เรืองกูล (บาดหลวงใหม่คณะเยสุอิตที่บวชเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2018) และพระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์

สำหรับการประชุมร่วมกันของสองสังฆมณฑลครั้งนี้นอกจากมีการประชาสัมพันธ์ของสังฆมณฑลต่างๆ แล้ว ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการนักบวชไทยต่อต้านการค้ามนุษย์ นำโดยมาแมร์ฟรังซัวส์ ชีรานนท์ และทีมงานมาแบ่งปันเกี่ยวกับการรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ในนามของกลุ่มตาลีตากุม ให้กับบรรดาบาดหลวงด้วย เพื่อจะได้ร่วมกันช่วยเหลือและป้องกัน โดยเฉพาะบรรดาเด็กและเยาวชนทั้งสองสังฆมณฑลเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่มาในรูปแบบต่างๆโดยคณะกรรมการ (ตาลีตากุม) มีหลักในการทำงานเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ด้วยหลัก Prevention ป้องกัน Protection ปกป้อง Partnershipเครือข่าย Prosecutionการดำเนินคดี Punishmentการลงโทษและ Prayerและสวด

ร่วมฟังการนำเสนอสรุปบทเรียนการทำงานกว่า 40 ปี ของศูนย์สังคมพัฒนาและศูนย์วิจัยและฝึกอบรมศาสนาและวัฒนธรรมชุมชน

เมื่อที่ 25 กรกฎาคม 2018
ได้เข้าร่วมฟังการนำเสนอสรุปบทเรียนการทำงานกว่า 40 ปี ของศูนย์สังคมพัฒนาและศูนย์วิจัยและฝึกอบรมศาสนาและวัฒนธรรมชุมชน สังฆมณฑลเชียงใหม่ “การพัฒนามนุษย์ทั้งครบ” “Integral Human Development”
ณ ศูนย์มิสซังคาทอลิกเชียงใหม่
การนำเสนอของคุณพ่อนิพจน์ เทียนวิหารและทีมงาน ได้นำเสนอประวัติศาสตร์การทำงานโดยแบ่งเป็น 5 ช่วง 1) เริ่มต้นในปี(1931-1959)โดยมิสชันนารีแห่งกรุงปารีส และพรสงฆ์ไทยบางท่าน โดยทำงานแพร่ธรรม สร้างวัด สร้างโรงเรียน และช่วยเหลือคนยากจน การสร้างชุมชน ท่ามกลางชนพื้นเมือง
2) งานท่ามกลางชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยง (1959-1970จนถึงปัจจุบัน) โดยคุณพ่อคณะพระหฤทัยแห่งเบธารามผู้ทำงานต่อจากของบาดหลวง MEP และเริ่มแพร่ธรรมกับชาวกะเหรี่ยง (Pgaz K’Ngauz) ท่านใช้แนวทางแบบองค์รวม
(Holistic Approach) ในการทำงานพัฒนา การประกาศข่าวดี การศึกษา ปรับปรุงความเป็นอยู่ในการดำรงชีวิต ด้านสุขภาพและจัดตั้งชุมชนใหม่ ส่งเสริมการเกษตร
3) การจัดองค์กรชุมชน(Community Organization)ในปี1975-1995 พร้อมกับการสนับสนุนจากคุณพ่อคณะเบธาราม การจัดตั้งกลุ่มเครดิตยูเนี่ยน (CU) กลุ่มเยาวชนคาทอลิก กลุ่มครูคาทอลิก ฯลฯ
4) กลุ่มกองบุญข้าว พิธีกรรมเลี้ยงผีน้ำ เหมืองฝาย แนวทางการพัฒนาศาสนาวัฒนธรรมชุมชน เข้าไปเป็นแนวทางท่ามกลางชนชาติพันธุ์ และชุมชนคนพื้นเมืองยากจนในภาคเหนือ (1995 จนถึงปัจจุบัน)
5) การแลกเปลี่ยนระดับภูมิภาค การฝึกอบรม การให้การศึกษา ตามแนวทางศาสนาวัฒนธรรมในการพัฒนาร่วมกบนักวิชาการ ประชาสังคม องค์กรเอกชน กลุ่มนักบวช และองค์กรฆราวาสในประเทศใกล้เคียง (เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม) 2005-ปัจจุบัน
จากการเข้าร่วมฟังเห็นว่าประวัติศาสตร์การทำงานแต่ละช่วงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก จึงถามตัวเองว่าเราซึ่งเป็นลูกหลานชาวบ้านเราจะรับการสืบทอดสิ่งดีๆเหล่านั้นได้อย่างไร และเราจะทำงานกับพี่น้องชุมชนของเราในแนวทางศาสนาวัฒนาธรรมท่ามกลางกระแสสังคมปัจจุบันได้อย่างไรเป็นสิงที่ท้าทายเรา (การบ้านที่ต้องรับไปทำต่อ…)

สังฆมณฑลเชียงใหม่จัดสัมมนา“คริสตชนคาทอลิกกับการมีส่วนร่วมส่งเสริมประชาธิปไตย”

ที่ศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่ระหว่างวันที่19-20 กรกฎาคม2561 สังฆมณฑลเชียงใหม่โดยคณะกรรมการบริหารสังฆมณฑลฯได้จัดให้มีการสัมมนานักบวชบาดหลวงผู้นำคริสตชนหน่วยงานองค์กรและผู้น้ำท้องถิ่นเพื่อศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและบทบาทหน้าที่ของคริสตชนในฐานะคนไทยต่อการมีส่วนร่วมส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างไรในบริบทรัฐธรรมนูญ2560

โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากคุณพ่อนิพจน์เทียนวิหารผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมศาสนาวัฒนธรรมได้บรรยายให้หัวข้อ“การอ่านและวิเคราะห์เครื่องหมายแห่งกาลเวลาของพระศาสนนจักรในโลกสมัยใหม่”และ.ดร.ยศสันตสมบัติคณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้วิเคราะห์ประวัติศาสตร์การเมืองไทยประชารัฐประชานิยมไทยนิยม”และเจ้าหน้าที่ยส.ได้บรรยายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน 2560 และรู้ทันการเลือกตังโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ ได้บรรยายเกี่ยวกับรูปแบบการเลือกตั้ง สิทธิ หน้าที่การมีส่วนร่วมของประชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน 2560

เจ้าหน้าที่ กกต.ได้สรุปว่าประเทศไทยเร้ามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 85 ปีประชาธิปไตยไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับการเลือกตั้ง 25 ครั้ง รัฐบาล 61 คณะ นายกรัฐมนตรี 29 คน และเกิดการปฏิวัติ 13 ครั้ง ดังนั้นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้เราประชาชนชาวไทยต้องไม่ยอมโอนอ่อนหรือเป็นเครื่องมือให้กับการซื้อเสียง ขายเสียง การเลือกตั้งจะมีคุณภาพหรือไม่อยู่ที่คุณภาพของประชาชนด้วยว่าช่วยกันเลือกคนที่เห็นว่าดีรับใช้และรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมคุณภาพของผู้สมัครเป็นคนดีมีคุณภาพ และคุณภาพของ กกต.ที่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างสุจริตยุติธรรมมี 3 สาเหตุที่ทำให้ไทยเรามีความไม่โปร่งใส คือ 1. ไม่นำเอาความพอเพียงมาใช้ในชีวิต เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว 2. ไม่ตระหนักผลกระทบการทุจริตมากพอ 3. ขาดจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมและประโยชน์สาธารณะ

โอกานนี้ คุณพ่อนิพจน์ได้ให้ความเห็นว่าหลังสังคยานาวาติกันที่2เป็นต้นมาพระศาสนจักรได้ถือปฏิบัติตามคำสอนของสังคายานาวาติกันที่2 คือให้อ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลาและนำมาไตร่ตรองว่า ในแต่ละสถานการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นพระเป็นเจ้าต้องการให้พระศาสนจักรในโลกมีบาทบาทอย่างไรต่อสถานการณ์นั้นๆ

มองย้อนกลับไปจากการที่ประชาคมโลกรวมทั้งประเทศไทยเราเองได้จัดให้มีแผนพัฒนาฉบับต่างๆโดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเช่นแผนพัฒนาชาติฉบับที่9-10ผลที่ตามมาก่อให้เกิดปัญหาคอร์รับชั่นปัญหาสังคมครอบครัวสภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายอันเกิดจากการขยายพื้นที่การเกษตรความวุ่นวายทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อมาแผนพัฒนาฉบับที่11ก็ยังเกิดวิกฤตทางสังคม/ครอบครัววิกฤตธรรมชาติสิ่งแวดล้อมวิกฤตความมั่นคงทางอาหารวิกฤตการเมืองเกิดการยึดอำนาจในที่สุดก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจการเมืองเกิดกลุ่มสีเสื้อต่างๆในที่สุดแผนพัฒนาชาติฉบับที่12ได้ก่อให้เกิดกพรรคการเมืองใหม่กำหนดให้การพัฒนาประเทศแต่ละด้านให้เป็น4.0 ในที่สุดเศรษฐกิจการผลิตแบบพืชเชิงเดี่ยวเข้าสู่ชุมชนก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมสังคมผู้สูงอายุปัญหายาเสพติดและทำให้ครอบครัวแตกแยก

ในที่สุดจากสถานการณ์และวิกฤติที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเช่นนี้พระศาสนจักรไทยจึงได้จัดให้มีแผนอภิบาลชุมชนศิษย์พระคริสต์ (2010-2015) และออกกฤษฎีกา(2015) “ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่”ได้มีการจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมคริสตชนกับการเลือกตั้งรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและรณรงค์ครอบครัวให้เข้มแข็งเพื่อนำไปสู่การพัฒนามนุษย์ทั้งครบนำมิติความศักดิ์สิทธิ์ด้านจิตวิญญาณมาสู่โลกจักรวาลนำคุณค่าศาสนาวัฒนธรรมมาอยู่ในระบบการเมืองเศรษฐกิจสังคมฯ การศึกษา และคุณพ่อได้สรุปความคาดหวังว่า2020 จะต้องยกระดับการศึกษาฝึกอบรมวิจัยศาสนวัฒนธรรมประชาชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนามนุษย์ทั้งครบตามแนวทางพระวรสารคำสอนของพระศาสจักรการเสวนากับวัฒนธรรมต่างๆและศาสนาต่างๆของประชาชนเอเชียโดยเฉพาะคนยากจนเพื่อการประกาศข่าวดีเรื่องอณาจักรพระเจ้าในบริบทของการเปลี่ยนผ่านเราไม่ได้อยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงแต่เราต้องเปลี่ยนแปลงยุค”

ศ.ดร.ยศสันตสมบัติได้วิเคราะห์“ประวัติศาสตร์การเมืองไทยประชารัฐประชานิยมไทยนิยม”สรุปได้ว่าจริงๆแล้วความสบสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศของเราที่ผ่านมานั้นเกิดจากการไม่เคารพสิทธิ กฎกติกา บางกลุ่มบางพวกที้ต้องการให้เกิดขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ดังนั้นเราต้องกลับมามองว่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยเราและทำความเข้าใจกับคำว่า“วัฒนธรรม”ซึ่งมีทั้งด้านดีและด้านลบที่ถูกกระทำซ้ำฯ จึงเรียกว่าวัฒนธรรม และเมื่อโลกเปลี่ยนวัฒนธรรมก็เปลี่ยนรวมทั้งวัฒนธรรมทางการเมืองด้วย

ดังนั้นเพื่อเราจะได้เปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมได้ก็ด้วยการทำความเข้าใจปัญหาความเป็นมาว่าการเมืองไทยเราเป็นมารยาการแสดงผลประโยชน์ระบบอุปถัมภ์และความเหลื่อมล้ำในที่สุดก็นำไปสู่ปัญหาเกิดความขัดแย้งและถ้ารัฐที่มีอนาจรับใช้นายทุนก็จะก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนมากขึ้น

คำถามว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อสร้างความเป็นธรรมอย่างแท้จริงแบบคริสตชนจริงๆถ้าเราเชื่อในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เป็นพี่น้องอย่างแท้จริงดังนั้นการเมืองในช่วงต่อไปนี้มีคำสำคัญอย่างไรเช่นกลุ่มไหนพรรคไหนที่เน้นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์การให้สิทธิ์แก่ผู้คนให้เท่าเที่ยมกันทำอย่างไรการเมืองไม่ใช่เรื่องปัจเจกแต่เป็นเรื่องของชุมชนที่จะต้องรวมกลุ่มกันยืนหยัดในความถูกต้องไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้กับผู้มีอิทธิพลหรือผลประโยชน์ รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและความถูกต้อง แม้บางทีดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่ให้เราสวดภาวนาด้วยความเชื่อเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่อไป

1