4 ปี ที่วิทยาลัยแสงธรรม

สังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้ส่งเยาวชน 8 คน ไปเรียนที่วิทยาลัยแสงธรรมอำเภอสามพราน จ.นครปฐม โดยพักที่ศูนย์อบรมคริสตศาสนธรรม ระดับชาติ (NCC) ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2554 จนถึง เดือน มีนาคม 2558 บัดนี้ พวกเขาได้สำเร็จการศึกษาแล้ว พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ครูคำสอน…เชิญฟังความรู้สึก ของพวกเขานะครับ

บิชอปฟรังซิสเซเวียร์วีระ อาภรณ์รัตน์
ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่

นางสาวศตนันทน์ ชมไพรวัลย์

 

สำหรับประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยแสงธรรม ทำให้ได้เรียนรู้จัก การช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน ที่สำคัญคือชีวิตการภาวนาซึ่งเป็นการหล่อหลอมจิตใจให้ชิดสนิทและมีความเชื่อมากขึ้น รวมทั้งได้มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตเป็นหมู่คณะทำให้รู้จักยอมรับผู้อื่นและพร้อมที่จะปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ที่ต้องพบเจอในแต่ละวันอีกด้วย และทำให้ได้ฝึกฝนตนเองในการมีระเบียบวินัยต่อตนเองและผู้อื่น

ระยะเวลาการเรียนการสอนที่วิทยาลัยแสงธรรมนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักออกแรงและเอาชนะใจตนเองเพื่อข้าพเจ้าจะได้เข้าใจในบทเรียนและสิ่งที่บรรดาคณาจารย์สอน ช่วงเวลาในการเรียนทำให้ข้าพเจ้าเห็นถึงการดูแลเอาใจใส่ และความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างอาจารย์และเพื่อนๆในชั้นเรียน

ส่วนด้านการเรียนการสอน เนื้อหาวิชาก็ยากพอสมควรแต่การเรียนการสอนภายในห้องเรียนมีทั้งสนุกและน่าตื่นเต้นทุกครั้งที่เรียน บรรดาอาจารย์ผู้สอนจะสอนและติดตามเราอย่างใกล้ชิดรวมถึงการช่วยเหลือผู้เรียนในด้านต่างๆ สอนทั้งด้านเนื้อหาวิชาและรวมถึงชีวิตจิตที่อยู่ภายในของเราอีกด้วย และที่สำคัญในความหลากหลายทั้งนักบวช และฆราวาสทำให้เรารู้จักวางตนให้เหมาะสม และในรั้วแสงธรรมแห่งนี้ฝึกฝนเราในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้นำในการใช้ชีวิตให้เป็นประจักษ์พยานให้กับคนอื่นดังที่ปรัชญาของแสงธรรมมีไว้ คือ แสงธรรม นำปัญญา และชีวิต

นางสาวศตนันทน์ ชมไพรวัลย์

นางสาวน้ำฝน โว่ยแม้

 

ประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาที่วิทยาลัยแสงธรรมตลอดระยะเวลา 4 ปี

ด้านการศึกษา :ด้วยบรรดาคณาจารย์วิทยาลัยแสงธรรม มีความพร้อมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้และประสบการณ์ในการถ่ายทอด อบรมสั่งสอนให้กับบรรดานักศึกษา ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ และเกิดความเข้าใจในเรื่องราวและเนื้อหาวิชาเรียนด้านศาสนาอย่างลึกซึ้ง

ด้านความเชื่อความศรัทธา:อาศัยการ่วมทำกิจศรัทธา การทำวัตร ร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ พร้อมทั้งการได้เรียนรู้ และมีประสบการณ์ความเชื่อผ่านทางการดำรงชีวิตในแต่ละวัน ช่วยให้ข้าพเจ้าได้สัมผัสถึงพระเจ้าว่า พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างและอวยพรชีวิตของข้าพเจ้าเสมอ

ด้านการดำรงชีวิต: เนื่องจากนักศึกษาวิทยาลัยแสงธรรม มาจากหลายสังฆมณฑลทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้และสัมผัสถึงความหลากหลายในด้านวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ ขณะเดียวกัน อาศัยการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน ช่วยให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงการช่วยเหลือแบ่งปันและการอยู่ร่วมเป็นหมู่คณะของนักศึกษาวิทยาลัยแสงธรรม

สิ่งที่จะนำไปประยุกต์ใช้: ความรู้และประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้รับจากตลอดระยะเวลาการได้ศึกษาที่วิทยาลัยแสงธรรม ข้าพเจ้ามีความตั้งใจ จะนำไปใช้ในด้านการสอนคำสอน และด้านการประกาศข่าวดีของพระเจ้า โดยการเป็นประจักษ์พยานถึงพระเยซูเจ้าผ่านทางการดำเนินชีวิต อาศัยการนำและส่องสว่างจากพระจิตเจ้า

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณ “บิดาผู้ใจดี” ที่ให้โอกาสข้าพเจ้าได้ไปศึกษาเรียนรู้และมีประสบการณ์ความเชื่อในพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม วอนขอพระพรจากพระเจ้า ขอพระองค์โปรดตอบแทนในน้ำใจดีของท่าน ความเสียสละและการทุ่มเทเอาใจใส่ด้านงานคำสอน

นางสาวน้ำฝน โว่ยแม้

นายบุญทวี กันทรค้ำฟ้า

การที่ผมได้ไปศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยแสงธรรม เป็นพระพรของพระเจ้าที่ทำให้ผมได้รับประสบการณ์ที่มีค่า สำหรับชีวิตเลยทีเดียว เพราะผมมีความตั้งใจไว้ว่าจะทำงานในด้านพระศาสนจักร แม้จะไม่เป็นนักบวชหรือบาดหลวงก็ตาม การได้เป็นครูคำสอนทำให้ความฝันเป็นจริงอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ ตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่ที่แสงธรรม ยอมรับว่าได้พบเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย ผมก็ได้พยายามต่อสู้กับปัญหาเหล่านั้นด้วยความอดทน อย่างไรก็ตามความสำเร็จในวันนี้ได้ลบล้างปัญหาต่างๆ กลายเป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับชีวิต

ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่สำเร็จการศึกษาครั้งนี้ เป็นความภาคภูมิใจของผมและกับครอบครัวของผมด้วย จากนี้ผมจะทำหน้าที่ในการเป็นครูคำสอนให้ดีที่สุด จะทำงานด้วยความรักและความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตน ผมรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งในน้ำใจของพระคุณเจ้าเป็นอย่างมาก ที่ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ คอยให้การอบรมและให้โอกาสผมตลอดมา และผมขอขอบคุณ บรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร์ คณะครูทุกท่าน ที่ได้ให้การอบรม ให้ความช่วยเหลือตลอดการอยู่ที่นั่น และขอบคุณทุกท่านที่ทำให้ผมได้มีวันนี้ ขอพระเป็นเจ้าได้ตอบแทนในน้ำใจดีของพระคุณเจ้า บรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร์ คณะครูอาจารย์ทุกท่าน ขอพระพรจากพระเจ้าโปรดอวยพรท่านทั้งหลาย พร้อมหน้าที่การงาน ตลอดจนครอบครัวของท่านให้ประสบสุขด้วยเทอญ

นายบุญทวี กันทรค้ำฟ้า

นางสาวโศรดา ภาคภูมิอนันต์

 

จากชีวิตคริสตชนธรรดาคนหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสสัมผัสถึง ความรัก ความเมตตา และความช่วยเหลือจากพระเจ้าโดยผ่านทางเพื่อมนุษย์ ทำให้ข้าพเจ้าได้ศึกษาเรียนรู้ทั้งด้านเนื้อหาวิชาความรู้และจิตตารมณ์ในการเป็นครูคำสอน ทำให้ข้าพเจ้าได้รับประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตในการทำหน้าที่การเป็นคริสตชน ได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับพระเจ้า และเกี่ยวกับเพื่อนมนุษย์

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ข้าพเจ้ามีทั้งความสุขและความทุกข์ บางครั้งรู้สึกท้อแท้ มีความกังวลและต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่เมื่อข้าพเจ้าผ่านพ้นมาได้ สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันเป็นประสบการณ์ เป็นบทเรียนและทำให้ข้าพเจ้าเข้มแข็งมากขึ้น ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากนั้นพระองค์ทรงเป็นแสงสว่างนำทางเสมอ พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งเพียงแต่ไม่ตามใจเราตามที่เราต้องการ ทำให้ข้าพเจ้ากล้าเผชิญกับสิ่งที่เข้ามาในชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น

ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณทุกท่านที่คอยให้ความรู้ ให้ความช่วยเหลือ คอยแนะนำ คอยส่งเสริมและคอยให้กำลังข้าพเจ้าในการทำหน้าที่การเป็นคริสตชน ที่สำคัญข้าพเจ้าขอขอบพระคุณ บิชอปฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ที่ช่วยเหลือและดูแลเอาใจใส่ข้าพเจ้ามาตลอด จากแบบอย่างของท่านทำให้ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานของพระในพระศาสนจักรและการเป็นคริสตชนที่ดีต่อไป

สุดท้ายนี้ วอนขอพระพรจากพระเจ้าโปรดตอบแทนในน้ำใจดีของทุกท่านที่ผลักดันให้ข้าพเจ้าได้มีวันนี้

นางสาวโศรดา ภาคภูมิอนันต์

นางสาวญานิน กุลศุภนิมิตร

 

…ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่หนูได้เรียนที่วิทยาลัยแสงธรรม ทำให้หนูไดรับประสบการณ์มากมาย พร้อมทั้งได้รับความรู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพระพรของพระเจ้า หนูเป็นคนที่เรียนไม่เก่ง ช่วงแรกๆมีความกังวลเป็นอย่างมาก ว่าหนูจะเรียนได้หรือไม่ แต่พระคุณเจ้าก็เป็นกำลังให้กับพวกเราเสมอ เกรดก็ไม่ได้วัดทุกอย่าง จึงทำให้หนูมีกำลังใจมากขึ้น

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ได้เรียน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับหนู และหนูคิดเสมอว่าเป็นพระพรของพระที่ทำให้หนูได้มีโอกาสเรียนรู้ความรักของพระ ความรู้ที่หนูได้รับไม่ใช่เพียงความรู้ในหนังสือเท่านั้น แต่หนูได้รับถึงความรักของโดยผ่านทางบุคคลรอบข้าง …ที่แสงธรรมได้สอนให้หนูเป็นคนดี มีคุณธรรม และที่สำคัญเสมอคือ ให้หนูได้สอนในสิ่งที่เราเป็น ในสิ่งที่เราเชื่อ และหนูก็เชื่อเสมอว่า ความเชื่อที่ดีที่สุดคือ แบบอย่างจากตัวผู้สอนเอง หนูเชื่อแบบนั้นเสมอ

สุดท้ายนี้ หนูขอบคุณพระคุณเจ้าที่ทำให้หนูได้มีโอกาสและคอยสนับสนุนทุนการศึกษาให้ ซึ่งมูลค่าเยอะพอสมควรและที่สำคัญพระคุณเจ้าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหนูเสมอ หนูขอสัญญาว่าจะสวดภาวนาให้กับคุณพ่อทุกวันค่ะ

นางสาวญานิน กุลศุภนิมิตร

นาวสาวบุศรินทร์ ศรชัยปัญญา

 

… ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่หนูได้ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยแสงธรรม หนูได้รับความรู้ด้านวิชาการ ทักษะกระบวนการเรียนการสอน ชีวิตหมูคณะ ชีวิตจิต และประสบการณ์อื่นๆอีกมากมาย

ด้านความรู้ –ได้รับความรู้ด้านวิชาการ ทั้งเรื่องพระคัมภีร์ ประวัติศาสตร์ พิธีกรรม และเทววิทยาบ้าง หนูมองว่าความรู้ที่ถูกต้องชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคำสอนเรื่องความเชื่อต้องไม่ผิดพลาด ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้อย่างถี่ถ้วน

ด้านทักษะและกระบวนการ -ได้เรียนวิชาหลักคำสอน วิชาครู วิชาการวิจัยในชั้นเรียน วิชาการพัฒนาหลักสูตร วิชาการสังเกตการณ์สอน และวิชาการฝึกสอนคริสตศาสนธรรม ซึ่งเป็นการฝึกฝนเรื่อง ทักษะ กระบวนการ และเทคนิกในการถ่ายทอดความรู้ที่ได้เรียนมาสู่นักเรียนให้เหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ของนักเรียน

ด้านชีวิตหมู่คณะ– การอยู่กับคนจำนวนมาก ทำให้ต้องปรับตัว ออกจากตัวเอง การมีส่วนร่วมต้องมาก่อน รู้จักการเสียสละ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ด้านชีวิตจิต – เมื่อเรียนรู้จักกับเพื่อนๆหลายๆคน ทำให้หนูได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น การภาวนาทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ทำให้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระ ทำให้ชัดเจนในกระแสเรียก แม้ไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ก็รู้ว่าพระอยู่เคียงข้างตนเองเสมอ

นอกจากนี้ยังได้รับประสบการณ์ต่างๆอีกมากมาย ซึ่งไม่อาจจะกล่าวได้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ได้เปิดมุมมองของตนเองให้กว้างขึ้น และหล่อหลอมให้ตนเองพร้อมที่จะทำงานของพระเป็นเจ้า

ขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนในความสำเร็จครั้งนี้ พระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ คุณพ่ออนุรักษ์ ประจงกิจ ซิสเตอร์เบอร์นาด ปราณี ตรีธารา ศูนย์คาทอลิกเวียงแก่น ครอบครัว วิทยาลัยแสงธรรมและเพื่อนๆทุกคน

“เรียนรู้เพื่อรักและรับใช้”

นาวสาวบุศรินทร์ ศรชัยปัญญา

นางสาวปลา หม่อโป๊กู่

 

ความรู้สึกตลอดระยะ 4 ปี ที่ศึกษาอยู่ที่วิยาลัยแสงธรรม รู้สึกดีใจที่ได้มาศึกษาอยู่ในสถาบันแห่งนี้ เพราะที่นี่สอนให้ดิฉันรู้บทเรียนตามเนื้อหา ที่สำคัญได้เรียนรู้แบบอย่างจากคุณพ่อ ซิสเตอร์ และอาจารย์

ปีแรกที่ไปเรียนดิฉันรู้สึกเกรงๆ กลัวว่าจะทำได้ไหม จะเรียนได้ไหม กลัวเรียนไม่จบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมาจนถึงจบปี 4 ไม่อยากเชื่อเลยว่าตนเองทำได้ ตลอด 4 ปี รู้สึกท้อแท้บ้าง แต่ก็พยายามให้กำลังใจตนเองเสมอ รวมถึงทุกครั้งที่ท้อก็จะมีกำลังใจขึ้นมาเมื่อคิดถึงทุกๆคน ที่ทำให้ดิฉันยืนอยู่ ณ จุดนี้ได้

สิ่งหนึ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้และได้รับคือ การเป็นครูไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย และยิ่งดิฉันจะเป็นครูคำสอน ก็รู้สึกว่าการเป็นครูคำสอนก็ยิ่งยากเข้าไปอีก เพราะการเป็นครูคำสอนไม่ได้สอนเพียงเนื้อหาและทฤษฎีเท่านั้น แต่เราต้องนำสิ่งที่สอนมาปฏิบัติในชีวิตเพื่อให้เป็นแบบอย่าง รวมถึงต้องมีความเชื่อในสิ่งที่สอน เพระเราสอนเรื่องพระเจ้า การเป็นครูคำสอนที่ดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เราต้องพยายามต่อไป

ขอขอบคุณพระคุณเจ้า บราเดอร์ยานี และทุกๆคนที่ให้โอกาสแก่ดิฉัน ให้ดิฉันมีวันนี้ ดิฉันจะตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวปลา หม่อโป๊กู่

นางสาวเรณู สินวรพร

 

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ได้ไปศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยแสงธรรม นับว่าเป็นพระพรจากพระเจ้าที่ได้ให้โอกาสข้าพเจ้าได้ไปศึกษา ที่วิทยาลัยแสงธรรม ได้รับประสบการณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน ด้านความเป็นอยู่ชีวิตหมูคณะ ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งนั้น วิทยาลัยแสงธรรมเป็นวิทยาลัยเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้ ความสุข เพราะได้รู้จักกันทั่วถึงทุกคน มีความเป็นพี่เป็นน้อง ทุกคนมีปฏิสัมพันธ์กันที่ดีมาก

ด้านความรู้ คณะคณาจารย์ คุณพ่อ ได้ให้ความรู้ข้าพเจ้าอย่างเต็มที่ สำหรับข้าพเจ้าแล้วได้รับความรู้มาตามความสามารถของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะพยายามที่จะไปถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาอย่างสุดความสามารถ

ด้านความเป็นอยู่ชีวิตหมู่คณะ เป็นชีวิตที่ดีมาก ได้ฝึกอะไรหลายๆอย่าง ได้ฝึกการเป็นผู้นำ ความเป็นผู้ใหญ่ การอยู่ในระเบียบวินัย การใช้ชีวิตหมูคณะเหล่านั้นทำให้ข้าพเจ้ามีความอบอุ่นใจมากมายค่ะ ขอบคุณกระแสเรียก ขอบคุณวันนั้นที่ทำให้มีวันนี้ ขอบคุณพระคุณเจ้าเป็นอย่างสูงที่ได้ให้โอกาส ให้กำลังใจ ดูแลข้าพเจ้าเป็นอย่างดี ขอพระองค์ทรงตอบแทนน้ำใจดี อวยพรให้คุณพ่อมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และต่อจากนี้ไปข้าพเจ้าจะพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสุดกำลังความสามารถของข้าพเจ้าค่ะ และขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าด้วยเทอญ

นางสาวเรณู สินวรพร

สามเณรใหญ่กับนักศึกษาคริสนธรรม มาคำนับอวยพรพระคุณเจ้า

มื่อวันที่ 22 ธันวาคม คุณพ่อ วีรศักดิ์ ยงศรีปณิธาน ผู้ดูแลสามเณรใหญ่ ได้นำสามเณรใหญ่สังฆมณฑลเชียงใหม่ พร้อมกับนักศึกษาคริสนธรรม มาคำนับอวยพรพระคุณเจ้า บรรดาบาดหลวงและซิสเตอร์ที่ประจำอยู่ที่สำนักมิสซังเชียงใหม่ โอกาสนี้พระคุณเจ้าได้ให้โอวาท ให้บรรดาสามเณร โดยการขอบใจพวกเขาที่ตอบรักการเรียกของพระเจ้าในการมาเป็นเณรและให้พวกเขาได้ไวต่อการความยากลำบากของเพื่อนพีน้องในโอกาสที่ไปร่วมคริสตมาสตามที่ต่าง ๆ ด้วย

ค่ายคำสอน “เพื่อนแท้ผู้แพร่ธรรม 2014”

ศูนย์ คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่นำนักศึกษาของศูนย์จัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนภายใต้ชื่อ “ค่ายเพื่อนแท้ผู้แพร่ธรรม 2014”วัดพระวิสุทธิวงศ์ บ้านห้วยบง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2-11 เมษายน 2014 โดยมีคณะกรรมการจัดค่าย 40 คน ซึ่งประกอบไปด้วย บาดหลวง 1 ท่าน เจ้าหน้าที่และนักศึกษาของศูนย์แม่ริมจำนวน 20 คน บราเดอร์คณะซาเลเซียน 2 คน สามเณรเล็กคณะซาเลเซียน 5 คน นักศึกษาคริสตศาสตร์จากวิทยาลัยแสงธรรม 5 คน เยาวชนและอาสาสมัคร 7 คน และมีนักเรียนที่มาเรียนคำสอนจำนวน 193 คน รวมสมาชิกค่ายทั้งสิ้น 233 คน ในค่ายมีกิจกรรมต่างๆ มากมายซึ่งช่วยให้นักเรียนได้รู้จักและรักพระเยซูเจ้ามากขึ้น อีกทั้งได้ฝึกดำเนินชีวิตคริสตชนที่เข้มข้น

อนึ่ง ในระหว่างการจัดค่ายคือวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2014 สมาชิกชาวค่ายคำสอนได้ต้อนรับบิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ซึ่งมาเยี่ยมและเป็นประธานในพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของเด็กในค่ายจำนวน 17 คน และรับศีลกำลังจำนวน 24 คน โอกาสนี้พระคุณเจ้าได้เสกหอประชุมใหม่ “พระสันตะปาปาบอห์นที่ 23” ด้วย ซึ่งคุณพ่ออูโก โดนินี เจ้าอาวาสเป็นผู้ก่อสร้างเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆของวัดและของชุมชน จบค่ายนี้ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มาเรียนคำสอนในครั้งนี้ได้ประสบการณ์มากมายและเรียนคำสอนสนุก ทำให้รักพระเป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น

ครูคำสอนใหม่

เรา สังฆมณฑลเชียงใหม่ขอต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากวิทยาลัยแสงธรรม สาขาวิชาคริสตศาสนธรรม ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 4 ปี ค.ศ. 2010 – 2014

  1. ซิสเตอร์มารีอา มักดาเลนา ศรีออน ตระกูลวิวัฒน์ชัย คณะแม่ปอน
  2. ซิสเตอร์มารีอา ขวัญแก้ว ดุเจโต๊ะ คณะแม่ปอน
  3. นางสาว คลารา สุพัสตรา ใจเร็ว วัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม จ.ลำปาง
  4. นางสาว เทเรซา โฟสตินา พิชญาภัค เพียวเมียว ศูนย์คาทอลิกพระจิตเจ้า แม่สรวย จ.เชียงราย
  5. นาย ฟรังซิสเซเวียร์ ณัฐนิชิ เลาหาง ศูนย์โม้ง จ.เชียงใหม่

“ข้าวจะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย” (มธ 10:37)

บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์ รายงาน
21 มีนาคม 2014

รายงาน สิ่งที่ได้รับจากการฝึกสอน

 

“ก่อนนั้นเธอจำได้หรือเปล่า ก้าวแรก ณ บ้านหลังนี้พระเยซูถามความตั้งใจ เธอตอบอย่างมั่นใจและชัดเจน แต่แล้ววันคืนได้ผันผ่านความตั้งใจดีกลับจางหาย และไม่รู้ว่าหายไปแต่เมื่อไร แต่ไม่ไกลเกินจะเก็บกลับคืนมา…”

 

ขณะที่กำลังฟังเพลง “แด่พ่อ” ท่อนท้ายของบทเพลงนี้ที่ได้หยิบยกมากล่าวไว้ข้างต้นนี้ทำให้ย้อนคิดถึงวันเวลาตลอดระยะเวลา 4 ปีแห่งการเป็นนักศึกษาผู้เตรียมเป็น ครูคำสอน และวันนี้ฉันผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายและที่สุดวันนี้ก็ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นครูคำสอนป้ายแดง โดยระยะเวลา 4 ปีที่ได้เรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎีในห้องเรียนเป็นเวลาสามปีครึ่งและการปฏิบัติในสนามงานจริงอีกสี่เดือน ตลอดเวลาในช่วงสามปีครึ่งที่เรียนในรั้ววิทยาลัยแสงธรรมบนเส้นทางนี้หลายครั้งที่เกิดความสับสนและไม่เข้าใจกับสิ่งต่างๆที่พบเจอในชีวิต บางครั้งอยากจะละทิ้งและเดินออกจากเส้นทางนี้ไป แต่เมื่อก้าวสู่การฝึกปฏิบัติงานในสนามงานจริงทำให้ฉันเองได้เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่สับสนและไม่เข้าใจตลอดเวลาที่อยู่ในรั้ววิทยาลัยนั้นคือสิ่งที่พระกำลังเตรียมให้ฉันได้เรียนรู้ในสิ่งที่มากกว่านั้นอีก

 

เนื่องจากการฝึกปฏิบัติสอนคริสตศาสนธรรมในโรงเรียนเป็นเวลาทั้งหมด 4 เดือน ที่ฉันเองได้ไปที่โรงเรียนยอแซฟอยุธยากับเพื่อนๆอีกสองคน เป็นสี่เดือนแห่งการเปิดโลกชีวิตครูคำสอนของฉันให้กว้างขึ้น เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีตำราเล่มไหนเขียนไว้  ไม่มีห้องเรียนไหนที่เปิดสอนบทเรียนนี้ เพราะนั่นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ฉันได้รับ ประการแรกเลยคือชีวิตของผู้ที่เป็น “ครู” ฉันได้เรียนรู้ว่าการเป็นครูนั้นต้องเป็นเหมือนสัปปะรด คือ ต้องรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์แห่งการเป็นครู การเตรียมพร้อมในกิจกรรมการเรียนการสอน ทั้งยังต้องดูแลนักเรียนมิใช่แต่เพียงในฐานะของ ครูกับศิษย์เท่านั้น แต่ต้องเป็นดังแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่ลูก นอกจากนี้ยังติดต่อประสานงานกับผู้ปกครองและบุคคลรอบข้าง ฉันจึงคิดว่าคติของการเป็นครูที่ดีนั้นต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ “เป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน” (Be All to All) ตามคำกล่าวของท่านนักบุญเปาโลเป็นคติที่เหมาะสมสำหรับชีวิตของผู้ที่เป็นครูมากที่สุด

 

ประการที่สองคือ การเป็น “ครูคำสอน” ไม่ใช่เพียงแต่สอนเรื่องของพระเยซูเจ้าด้วยวาจาเท่านั้นแต่ต้องสอนด้วยชีวิต นั่นคือการนำเอาคำสอนที่ได้เรียนรู้จากพระคัมภีร์และวิชาต่างๆในห้องเรียนลงมาสู่การปฏิบัติจริงในชีวิตและให้นักเรียนและบุคคลรอบข้างได้เห็นภาพลักษณ์ของพระเยซูเจ้าในตัวของเรา และสิ่งนี้เองคือสิ่งที่ยากที่สุดเพราะฉันเองแม้จะเลือกเดินบนเส้นทางนี้แต่ด้วยความเป็นมนุษย์บ่อยครั้งฉันไม่สามารถทำให้ภาพลักษณ์ของพระเยซูเจ้าเด่นชัดในตัวฉันได้ สิ่งเหล่านี้จึงสอนและย้ำเตือนให้ฉันหมั่นสวดภาวนาขอความช่วยเหลือจากพระมากขึ้นเพราะหากขาดความช่วยเหลือและความเชื่อไว้ใจในพระองค์แล้วเราไม่สามารถที่จะทำสิ่งใดได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นคือชีวิตของครูคำสอนหากไม่ยอมให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิตของตนมากกว่าตัวเองแล้วครูคำสอนก็เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น

 

ประการที่สามเป็นเรื่องของการเรียนรู้ระบบการทำงานของโรงเรียนและวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่ได้เรียนรู้งาน แต่ก็ทำให้ฉันได้รู้จักระบบการทำงานตามโครงสร้างและระเบียบต่างๆที่ครูพึงกระทำทั้งทางตรงและทางอ้อมซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ทำให้ฉันได้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่และเตรียมพร้อมที่จะทำงานในสนามงานจริงในอนาคตอันใกล้นี้มากขึ้น นอกจากระบบงานแล้วการได้ร่วมงานกับซิสเตอร์ คณะครู และพนักงานหลายท่านทำให้ได้เรียนรู้วิธีการทำงาน วิธีการแก้ปัญหาและการจัดการกับสิ่งต่างๆในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเองได้อย่างดี

 

ประการที่สี่คือหน้าที่ของผู้อภิบาลและแพร่ธรรมในฐานะครูคำสอนการพบปะผู้คนมากมาย หลากหลายวัยและหลากหลายความเชื่อ ทำให้ฉันคิดว่าการทำงานในมุมนี้ควรเรียกว่า “บวร” อันมาจากคำว่า บ้าน วัด และโรงเรียน ซึ่งครูคำสอนนั้นจะต้องทำให้ภาพลักษณ์ของพระเยซูเจ้าปรากฏชัดเจน เพราะทั้งบ้านหรือครอบครัว วัด คือวิหารของพระเจ้า และโรงเรียนหมายถึงสนามแพร่ธรรม เป็นสถาบันพื้นฐานของมนุษย์ที่จะหล่อหลอมมนุษย์ให้เติบขึ้นในความรักของพระคริสตเจ้า และหากครูคำสอนสามารถทำให้ทั้งสามสถาบันนี้ตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงก็จะสามารถสร้างเครือข่ายและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพี่น้องต่างความเชื่อและรวมถึงผู้ที่ละทิ้งความเชื่อไปแล้วด้วยให้สามารถเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันในความรักของพระเจ้า

 

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติการสอนคริสตศาสนธรรมตลอดระยะเวลาสี่เดือนนี้หากให้ฉันเล่านั้นคงไม่สามารถเขียนทั้งหมดได้เพราะนั่นคือประสบการณ์การเรียนรู้และความประทับใจกับสิ่งต่างๆที่ได้พบเจอในโรงเรียนและวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา แต่สิ่งต่างๆที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ฉันได้เรียนรู้และตระหนักดีว่าการทำงานในสนามงานจริงนั้นไม่ได้เหมือนกับสนามงานในอุดมคติและมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้อุดมการณ์เป็นจริงในการทำงาน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการไว้วางใจในพระและมอบทุกสิ่งให้พระองค์ดูแล หากมีวันไหนที่รู้สึกท้อแท้หรือพบเจอกับอุปสรรคต่างๆเราจะสัมผัสได้ถึงความรักของพระองค์ และเราก็จะสามารถตอบพระองค์ได้อย่างมั่นใจดังเดิมว่าเราพร้อมที่จะเดินไปกับพระองค์

 

ท้ายที่สุดนี้ฉันอยากขอบพระคุณพระเจ้าที่นำพาให้ฉันก้าวเดินมาจนถึงจุดนี้อันเป็นจุดสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาแต่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า และขอขอบพระคุณบรรดาบาดหลวง ซิสเตอร์ คณาจารย์ ที่ได้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ ขอบคุณผู้ที่คอยสนับสนุนในด้านต่างๆและเป็นแรงผลักดันให้ฉันก้าวมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณคณะครู บุคลากร สัตบุรุษ ตลอดจนเด็กๆและเยาวชนโรงเรียนและวัดนักบุญยอแซฟอยุธยาทุกท่านที่คอยดูแลเอาใจใส่และเป็นกำลังใจให้ตลอดระยะเวลาที่ฝึกปฏิบัติการสอนฯ

 

 

นางสาว สุพัสตรา  ใจเร็ว

รายงาน สิ่งที่รับจากการฝึกสอน

 

โรงเรียนอันนาลัย เป็นโรงเรียนคาทอลิกแห่งเดียวในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งตัวผมได้เข้ามาเป็นสมาชิกของโรงเรียนนี้เป็นระยะเวลา 4 เดือนกว่าๆ หรือ 1 ภาคเรียน ความรู้สึกก่อนที่จะได้เข้ามาทำการฝึกสอนอยู่ที่นี่ ทั้งตื่นเต้นและกังวลเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องมาเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ  แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนอันนาลัย ความรู้สึกที่เคยตื่นเต้นและกังวลก็ค่อยๆหมดไป  ได้รับหน้าที่ในการเป็นครูแบบเต็มตัว รับผิดชอบในการสอนวิชาคริสต์ศาสนาซึ่งเป็นวิชาที่ต้องสอนเกี่ยวพระเยซูเจ้าให้กับเด็กนักเรียนที่ส่วนมากนับถือศาสนาพุทธประมาณ  98 % ของนักเรียน จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

 

ประสบการณ์ต่างๆมากมาย ที่ผมได้รับไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในการสอนวิชาคริสต์ศาสนาซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ที่ต้องถ่ายทอดให้กับบรรดาเด็กๆที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ การพบเจอกับเด็กหลายๆวัยซึ่งแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน การได้อยู่ร่วมกับผู้อื่น การได้รับฟังเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ละวัน เป็นประสบการณ์ที่ดีและมีค่าที่ผมได้พบเจอและจดจำไว้เสมอเพื่อเป็นบทเรียนและเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไป ถึงแม้จะเป็นเพียงเวลาที่ไม่นานนัก ที่ผมได้มาอยู่ในโรงเรียนอันนาลัยแห่งนี้ ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ทุกอย่างล้วนเป็นความหมายและความรู้สึกดีๆ ที่ทำให้ผมได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์ และความรู้สึกต่างๆมากมายผ่านทางบุคคลรอบข้าง บรรดาเด็กนักเรียนที่ได้สอนและพบเจอ สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่นี่ ล้วนเป็นสิ่งที่บ่มเพาะและเป็นพลังในการทำหน้าที่ต่อไปของผม ถึงแม้การเป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนอันนาลัยแห่งนี้จากจบลงเพียงไม่กี่เดือน แต่หน้าที่ของการเป็นครูคำสอนของผมจะยังคงดำเนินและก้าวเดินต่อไป เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักและความรักของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ประสบการณ์ดีๆมากมายจากการมาฝึกสอนครั้งนี้ ทำให้ผมมีความอดทนและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเติบโตมากยิ่งขึ้นในหลายๆด้านด้วย

 

ความสุขอีกมุมหนึ่งที่ผมไดรับนอกจากที่สอนในโรงเรียนอันนาลัย คือ การได้สอนคำสอนให้กับเด็กพม่า – มอญ ตามศูนย์ต่าง ๆ ประกอบด้วย  ศูนย์อันนาลัย   ศูนย์ยออากิมและศูนย์มาริสเพื่อให้พวกเขามารู้จักกับพระเยซูเจ้า  เด็กเหล่านี้บางคนอาจจะยังมองไม่เห็น หรืออีกหลายๆคนในสังคมยังไม่เข้าใจ มันเป็นสิ่งที่ผมได้รับและถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนานและความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเด็กๆเหล่านี้ที่ยังต้องการความช่วยเหลือและอยู่ในมุมที่ไม่มีใครสนใจและละเลยไม่ได้นึกถึง แต่มุมเล็กๆนี้ก็เป็นมุมแห่งความสุขและความประทับใจที่ยิ่งใหญ่มากๆที่ผมได้รับมา หลายๆครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อแท้กับสิ่งที่ผมไม่คุ้นชิน และไม่เคยพบเจอ แต่ผมก็อาศัยความอดทนความเข้มแข็งและทำทุกอย่างให้ดีที่สุด    เพราะผมเชื่อว่าพระเป็นเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งผม และพร้อมที่จะเดินเคียงข้างกับผมด้วยความรักและความใจดีของพระองค์  ขอเพียงแค่ผมฝากทุกอย่างไว้กับพระองค์ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในพระองค์จะเป็นพละกำลังและทำให้ผมสามารถผ่านเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตได้อย่างง่ายดาย

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคุณพ่อวิทยา  ลักลอยและซิสเตอร์น้ำทิพย์  งามสุทธา  ที่ให้โอกาสผมได้ไปฝึกสอน   ขอขอบคุณคุณครูทัศนา  ชาวปากน้ำ (ครูอ้อ) ครูพี่เลี้ยงที่คอยให้การช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอดการฝึกสอนครั้งนี้จนประสบความสำเร็จขอพระเป็นเจ้าทรงตอบแทนในน้ำใจดีของพวกท่าน

 

 

นายณัฐนิธิ เลาหาง
19 มีนาคม 2556

กีฬาชาติพันธุ์เกมส์ครั้งที่ 22

วัน ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2014 ทางหน่วยงานอภิบาลเยาวชนชาติพันธุ์วิทยาลัยแสงธรรม ได้จัดกีฬาชาติพันธุ์เกมส์ครั้งที่ 22 วิทยาลัยแสงธรรม โดยมีบราเดอร์จาก สังฆมณฑลเชียงใหม่ นครสวรรค์ คณะเบธารามและนักศึกษาจากศูนย์คริสตศาสนธรรม ร่วมกันเป็นผู้จัดงานและคณะกรรมการ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองของเยาวชนไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ ซิสเตอร์ มาเซอร์ จากวัดและโรงเรียนต่าง ๆ และเยาวชนที่สนใจ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน มีกีฬา 3 ชนิด คือ ฟุตบอล 8 ทีม วอลเลย์บอล 13 ทีม และตะกร้อ 12 ทีม

การแข่งขันเป็นไปอย่างมิตรภาพ เพราะเยาวชนส่วนใหญ่รู้จักกัน นอกจากเยาวชนแล้วยังมีคุณพ่อและซิสเตอร์มาร่วมให้กำลังใจด้วย งานกล่าวนี้เปิดงานโดยคุณพ่อจีรภัทร์ รักสีขาว และ ปิดงานโดยคุณพ่อบุญเลิศ สร้างกุศลในพสุธา ในนามของคณะกรรมการผู้จัดงาน พ่อถือโอกาสนี้ขอบคุณ บรรดา คุณพ่อ ซิสเตอร์ มาเซอร์ ที่ให้การสนับสนุน และขอบคุณเยาวชนทุกท่านที่มาร่วมงาน  ปีหน้าพบกันใหม่ที่แสงธรรม

แสงธรรมจัดชุมนุมเยาวชนชาติพันธุ์ ครั้งที่ 23

รายงาน จากคุณพ่อบุญเลิศ สร้างกุศลในพสุธา ว่าเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2013 หน่วยงานอภิบาลเยาวชนชาติพันธุ์ วิทยาลัยแสงธรรม  ได้จัดชุมนุมเยาวชนชาติพันธุ์ครั้งที่ 23

เริ่มด้วยพิธีบูชาขอบพระคุณ โดยได้รับเกียรติจากคุณพ่อธวัช  สิงห์สา เป็นประธาน  หลังพิธีบูชาขอบพระคุณมีบรรยายในหัวข้อ “การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และผลกระทบต่อพี่น้องชาติพันธุ์” โดยคุณ อัจฉรา  สมแสงสรวง  ผู้อำนวยการแผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.)  และหลังจากนั้นเป็นกิจกรรมการแสดงบนเวที  ต่อด้วยอาหารเที่ยงแล้วจึงมีกิจกรรมสันทนาการ  โดยในช่วงเวลาอาหารเที่ยงพระคุณเจ้า ยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ พร้อมกับคุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อม ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่บรรดาเยาวชนด้วย โอกาสนี้ทีมงานขอขอบพระคุณพระคุณเจ้าแล้วคุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อมมา ณ ที่นี้ด้วยครับ สำหรับกิจกรรมชุมนุมเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ปีนี้มีเยาวชนเข้าร่วมเกือบ 400 คน คณะกรรมการและทีมงานขอถือโอกาสนี้ขอขอบพระคุณบรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร์และมาเซอร์ ที่อนุญาตให้เยาวชนที่อยู่ในความดูแล เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดีเสมอมาพร้อมสนับสนุนกิจกรรมในด้านอื่นๆ ด้วย ขอพระองค์ประทานพระพรแด่ทุกท่านครับ