วันระลึกถึง นักบุญยอห์น ที่ 23 พระสันตะปาปา (11 ตุลาคม)

วันระลึกถึง นักบุญยอห์น ที่ 23 พระสันตะปาปา (11 ตุลาคม)

ปีนี้งดฉลอง เพราะตรงกับวันอาทิตย์ (The memorial of St John XXIII, Pope, is not celebrated this year.)

“ขอให้สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดเข้ามาในพระศาสนจักร” เป็นคำตรัสของพระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 ซึ่งใช้สัญลักษณ์ของการเปิดหน้าต่างออกมา ในการประกาศเริ่มต้นสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1962 และตั้งแต่นั้นมาลมแห่งความเปลี่ยนแปลงก็ไม่เคยหยุดพัดเลย และไม่มีผู้สืบตำแหน่งจากพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 องค์ใดเลย ที่จะไปปิดหน้าต่างที่ลมแห่งความเปลี่ยนแปลงจะพัดเข้ามาในพระศาสนจักร แท้จริงแล้วพระศาสนจักรสากลยังคงตรวจสอบตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรื่องการประกาศพระวรสารและการถือปฏิบัติด้วย

นักบุญยอห์น ที่ 23 ทรงเป็นบุคคลที่มีความเฉียบแหลมมากในด้านต่างๆ การหยั่งรู้ล่วงหน้าอย่างคมชัดนำพาให้พระองค์ทรงเรียกประชุมสังคายนา ซึ่งนำไปสู่การปรึกษาหารือ การตัดสินใจและชี้นำแนวทางปฏิบัติต่างๆ ไปอย่างกว้างไกล ทรงชี้แจ้งให้เห็นชัดถึงแต่ละสถานะของบุคคลที่จะทำต้องทำหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่และบังเกิดผล ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือพระสังฆราช หรือพระอัครสังฆราช หรือพระคาร์ดินัล หรือพระสันตะปาปาก็ตาม พระองค์ทรงมีความเฉียบคมในการตัดสินซึ่งช่วยรักษาพระศาสนจักรในฝรั่งเศสให้รอดพ้นได้ คือเรื่องที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงในระหว่างพระสงฆ์ – กรรมกร (the priest – workers) ที่นำความกระอักกระอ่วนใจมาให้อย่างมาก ทรงมีความเฉียบคมในด้านมนุษยธรรมที่ได้ทรงช่วยชาวยิวประมาณ 24,000 คนจากการจะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทรงเฉียบคมในอารมณ์ขันที่ทรงหาหนทางหลีกเลี่ยงวิกฤติมากมายที่อาจเกิดขึ้นได้ ทรงเฉียบคมในพระญาณสอดส่องของพระที่ทรงทำให้พระองค์เป็นบุคคลตัวอย่างในการส่งเสริมให้มีการเสวนาใหม่ทางศาสนากับพวกโปรเตสตันท์ พวกออร์โธด๊อกซ์ พวกยิว และพวกมุสลิมด้วย และเหนืออื่นใด ทรงเฉียบคมในเรื่องเอกภาพของคริสตชน ซึ่งทำให้พระองค์ทรงสวดบทภาวนาของพระเยซูเจ้าเพื่อพระสงฆ์ “เพื่อให้เขาเป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยน 17:22) มาภาวนาเพื่อให้คริสตชนเป็นหนึ่งเดียวกันด้วย

นักบุญยอห์น ที่ 23 พระสันตะปาปาทรงถือกำเนิดมาจากครอบครัวชาวไร่ชาวนาซื่อๆ ของหมู่บ้าน Sotto il Monte ใกล้กับเมืองแบร์กาโม ทางตอนเหนือของอิตาลี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1881 มีชื่อเดิมว่า อันเจโล จูเซปเป รอนคาลลี (Angelo Giuseppe Roncalli) ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ ในปี ค.ศ. 1904 ได้ถูกเกณฑ์ไปอยู่ในกองทัพในฐานะเด็กหามเตียงคนไข้ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 ต่อมาในปี ค.ศ.1921 ได้รับแต่งตั้งเป็น national director ของสมาคมเพื่อการเผยแผ่ความเชื่อ ได้รับอภิเษกเป็นพระสังฆราชในปี ค.ศ.1925 ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระอัครสังฆราชและไปเป็นทูตของพระสันตะปาปา ประจำประเทศบุลกาเรีย เป็นที่แรก ต่อมาเป็นประเทศตุรกี และสุดท้ายประจำประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1944 – 1953 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทรงสนิทสนมกับบรรดาผู้นำพระศาสนจักรออร์โธด๊อกซ์หลายคน ซึ่งก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศาสนจักรทั้งสอง ซึ่งยังคงเจริญเติบโตมาถึงทุกวันนี้

ในปี ค.ศ. 1953 ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัล และได้รับแต่งตั้งเป็นพระสังฆอัยกาของเวนิส (Patriarch of Venice) และสืบเนื่องจากการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1958 พระองค์ทรงได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาสืบแทน ในขณะที่มีพระชนมายุ 76 ปี ทรงเลือกชื่อยอห์นตามชื่อบิดาของท่าน และตามชื่อองค์อุปถัมภ์ทั้งสองของอาสนวิหารแห่งกรุงโรม กล่าวคือ นักบุญยอห์น ผู้นิพนธ์พระวรสาร และนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง นั่นเอง

พระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 ทรงเปี่ยมด้วยคุณลักษณะดีงามมากมายหลายด้านด้วยกัน ทรงเป็นบุคคลที่นุ่มนวลอ่อนหวาน สุภาพอย่างยิ่ง ซื่อๆ และมีพระทัยเปิดกว้าง ซึ่งทรงเผยให้เห็นลักษณะที่งดงามที่สุดเช่นนี้ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับคติพจน์ของพระองค์เมื่อทรงรับตำแหน่งพระสังฆราชว่า “นอบน้อมเชื่อฟัง และ สันติสุข” ( “Obedientia et Pax” ) และในความเป็นจริงพระองค์ทรงเป็นผู้ที่นอบน้อมเชื่อฟังตลอดชีวิตสงฆ์ของพระองค์ – ทรงนอบน้อมต่อพระประสงค์ของพระเจ้าในทุกสิ่ง – ทรงเป็นบุคคลแห่งความสันติสุข เป็นสันติสุขที่ถ่ายทอดจากพระองค์ไปยังผู้อื่นๆ นักหนังสือพิมพ์คนหนึ่งที่ชื่อ โจวานนา กล่าวว่า “ในการพูดคุยกับพระองค์ ประสบการณ์หนึ่งที่คุณจะได้รับ คือ ความรู้สึกผ่อนคลาย”

“พระสันตะปาปาแห่งสภาสังคายนา” ผู้สุภาพพระองค์นี้ ได้รับการเทิดเกียรติให้นำพระศพขึ้นมาไว้ที่พระแท่นหนึ่งภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร เมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ.2000 โดยนักบุญ ยอห์นปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา และทรงกำหนดวันฉลองของท่านให้เป็นวันที่ 11 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดประชุมสภาสังคายนาวาติกันที่ 2

(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day ; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ J.K. Mausolfe)

พระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ทรงลงพระนามสมณลิขิตที่ชื่อว่า “Fratelli tutti”

พระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ทรงลงพระนามสมณลิขิตที่ชื่อว่า "Fratelli tutti"

ณ อัสซีซี เช้าวันที่ 3 ตุลาคม 2020 ที่หน้าหลุมฝังศพของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี
 
พระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ทรงลงพระนามสมณลิขิตที่ชื่อว่า “Fratelli tutti” (เราทั้งผอง พี่น้องกัน) และวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งตรงกับ #วันฉลองนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี เวลาเที่ยงที่อิตาลี ( เวลาห้าโมงเย็นบ้านเรา) สมณลิขิตฉบับนี้
จะได้รับการเผยแพร่เป็นทางการ
 
น่าจะเข้ากับสถานการณ์บ้านเราได้ดี เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อวานนี้พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ให้จดหมายเวียนหรือสมณลิขิต (Encyclical Letter) ฉบับใหม่ ชื่อว่า Fratelli Tutti (ทุกคนหรือเราทั้งผองเป็นพี่น้องกัน) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสมณสาสน์เกี่ยวกับสังคมฉบับล่าสุดของพระศาสนจักร
 
ขอแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่านคร่าวๆ (เป็นคำแปลแบบไม่เป็นทางการ) เฉพาะข้อ 13-14 ซึ่งพระสันตะปาปาฟรันซิสได้พูดถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ที่สำคัญเข้ากับสถานการณ์ในบ้านเมืองเรา ณ เวลานี้เลยทีเดียว

13. ด้วยเหตุนี้เอง เขาสนับสนุนการทำลายความหมายของประวัติศาสตร์ซึ่งทำให้เกิดการทำลายรากฐาน การตระหนักถึงการแทรกซึมทางวัฒนธรรมของสิ่งที่เรียกว่า “ทำลายนิยม” ซึ่งให้ทำให้เสรีภาพของมนุษย์แสร้งทำเป็นสร้างทุกสิ่งขึ้นมาใหม่โดยเริ่มจากศูนย์ เหลือไว้เพียงแค่ความปรารถนาที่จะบริโภคอย่างไม่มีขีดจำกัดและการเพิ่มรูปแบบของปัจเจกนิยมที่หลากหลายมากขึ้นอย่างไร้กรอบกำกับ ในสถานการณ์เช่นนี้เราขอเสนอคำแนะนำที่เราได้เคยให้ไว้กับบรรดาเยาวชนว่า “ถ้าหากคนคนหนึ่งยื่นข้อเสนอประการหนึ่งแก่พวกเธอ และบอกพวกเธอให้เมินเฉยต่อประวัติศาสตร์ ให้มองข้ามประสบการณ์ของผู้อาวุโส ให้ละเลยต่อทุกสิ่งในอดีตและมองเพียงแค่อนาคตที่เขาจะมอบให้แก่พวกเธอ นี่อาจจะไม่ใช่วิธีง่ายๆที่จะดึงดูดพวกเธอด้วยข้อเสนอของเขาเพื่อทำให้พวกเธอปฏิบัติตามในสิ่งที่เขาบอกพวกเธอหรือ? คนๆนั้นต้องการให้พวกเธอว่างเปล่า ไร้รากยึดเหนี่ยว ไม่เชื่อมั่นในสิ่งใดเลย เพื่อพวกเธอจะได้มั่นใจที่จะทำตามคำสัญญาของเขาและตกอยู่ภายใต้แผนการของเขาเท่านั้น อุดมคติของสิ่งที่ต่างกันทำงานในรูปแบบนี้ ซึ่งทำลาย (หรือ ล้มล้าง) ทุกสิ่งที่ต่างจากพวกของตนและด้วยวิธีการนี้เอง เขาสามารถครอบงำได้โดยไม่มีการต่อต้าน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ พวกเขาจึงต้องการเยาวชนที่เมินเฉยต่อประวัติศาสตร์ เยาวชนที่ปฏิเสธความร่ำรวยทางจิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์ที่ได้รับการส่งผ่านมาจากรุ่นสู่รุ่น เยาวชนที่เมินเฉยต่อทุกสิ่งที่ล่วงหน้าเขามาก่อน

14. มันคือการล่าอาณานิคมเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ เราต้องไม่ลืมว่า “กลุ่มชนผู้แปลกแยกตัวเองออกจากวัฒนธรรมของตนเอง และ (โดยความบ้าคลั่งเชิงการเลียนแบบ, ความรุนแรงที่ถูกยัดเยียดให้, ความไม่ใส่ใจและความเฉื่อยชาที่เกินอภัยได้) ยอมทนให้วิญญาณถูกฉีกทิ้งนั้น ได้สูญเสียอัตลักษณ์ฝ่ายจิตวิญญาณ รวมทั้งรากฐานทางศีลธรรม และในที่สุดสูญเสียเสรีภาพทางอุดมคติ เศรษฐกิจ และการเมือง” วิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการทำลายมโนธรรมทางประวัติศาสตร์ ความคิดวิเคราะห์ และการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและกระบวนการรวมกลุ่มก็คือ การทำให้ความหมายว่างเปล่า และเปลี่ยนคำต่างๆเสียใหม่ ทุกวันนี้ คำว่า ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความยุติธรรม ความเป็นหนึ่งเดียว หมายความว่าอะไร? คำเหล่านี้ถูกครอบงำและเปลี่ยนรูปเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการครอบครอง ถูกทำให้เป็นชื่อที่ว่างเปล่าไร้เนื้อหา เพื่อจะได้ถูกนำไปใช้สร้างความชอบธรรมให้กับอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการ

(คุณพ่อบุญธรรม จากอิตาลี)

ปีเลาดาโต ซี

ปีเลาดาโต ซี

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ออกสมณสาส์น  เลาดาโตซี (ขอสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า)  เมื่อวันที่  24 พฤษภาคม ค.ศ. 2015  เราได้ฉลองสัปดาห์เลาดาโตซี  16 – 24  พฤษภาคม ค.ศ. 2020 โอกาส ครบ 5 ปี ของสมณสาส์นฉบับนี้  และที่สุดทางวาติกันถือเป็น  ปีเลาดาโตซี  ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม  2020 – 24 พฤษภาคม 2021  โดยมีกิจกรรมดังนี้

  1. มีบทภาวนาเพื่อโลก  และมนุษยชาติ  เพื่อรณรงค์ภาวนา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2020
  2. เทศกาลแห่งสิ่งสร้าง (1 กันยายน – 4 ตุลาคม)
  3. ข้อตกลงด้านการศึกษาระดับโลก (15 ตุลาคม 2020)  ที่กรุงโรม
  4. เศรษฐกิจของฟรังซิสโก ( 21 พฤศจิกายน 2020 )  ที่เมืองอัสซีซี
  5. การประชุมด้านเศรษฐกิจโลก, ที่ดาวอส (26 – 29  มกราคม  2021)
  6. (เสนอ) ประชุมผู้นำศาสนา (ต้นฤดูใบไม้ผลิ)
  7. วันน้ำโลก ( 22 มีนาคม 2021)
  8. ฉลองปิดปีเลาดาโตซี 20-22 พฤษภาคม 2021 จัดประชุมพิเศษ  การแสดงดนตรีของเยาวชน และมีการมอบรางวัล เลาดาโด ซี

(ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์)

โป๊ปฟรังซิสต้อนรับนายราอูล กัสโตร รุซ ประธานาธิบดีคิวบา

วาติกัน:   โป๊ปฟรังซิสจะต้อนรับนายราอูล กัสโตร รุซ ประธานาธิบดีคิวบา วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ที่วาติกัน

คุณพ่อเฟเดริโก้ ลอมบารดี (S.J.) ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารของสันตะสำนัก ได้แถลงสั้นๆ วันอังคารนี้ เวลา 08.00 น. (เวลากรุงโรม) เราทราบกันแล้วว่า ประธานาธิบดีได้ขอบคุณโป๊ปต่อสาธารณะที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคิวบาและสหรัฐอเมริกา โป๊ปจะเสด็จเกาะคาริบเบียน คิวบา ในเดือนกันยายน และเยี่ยมสหรัฐฯด้วย
โป๊ปยอห์น ปอล ที่ 2 ได้เสด็จเยือนคิวบา เมื่อ 21-25 มกราคม ค.ศ. 1998 เป็นครั้งแรกที่ประมุขพระศาสนจักรได้เสด็จเยี่ยม และเป็นครั้งแรกที่ ฟิเดล กัสโตร ได้ต้อนรับพระองค์ ตั้งแต่ได้ยึดอำนาจนำประเทศสู่การปฏิวัติคอมมิวนิสต์ใน ค.ศ. 1959
โป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 ได้เยือนเกาะนี้ 3 วัน ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2012
อย่างไรก็ดี โป๊ปฟรังซิสเสด็จเยือนครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะมีบทบาทช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และคิวบา

บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์ แปล
จาก http://www.aleteia.org/en/religion/article/pope-francis-to-meet-raul-castro-at-the-vatican-on-sunday-5896407764434944
7  พฤษภาคม  2015

โป๊ปฟรังซิสตรัสเกี่ยวกับมรณสักขีคริสตชน….

โป๊ปฟรังซิสตรัสเกี่ยวกับมรณสักขีคริสตชน
ไอเอสและคริสตสัมพันธ์ด้วยเลือด เรากำลังฟังหรือเปล่า

ไอเอสได้เผยแพร่วีดีทัศน์เกี่ยวกับคริสตชนอียิปต์ 21 คน ถูกฆ่าในลิเบีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
โป๊ปฟรังซิสตรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เลือดของพี่น้องชายหญิงคริสตชนเป็นพยานที่ร้องตะโกน พ่อได้อ่านข่าวเกี่ยวกับการประหารชีวิตคริสตชนคอปติก 21-22 คน คำพูดของพวกเขา คือ “พระเยซูเจ้า โปรดช่วยผมด้วย” พวกเขาถูกฆ่าเพียงเพราะความจริงที่พวกเขาเป็นคริสตชน พี่น้อง คำพูดของพวกเขาทำให้คิดถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในแผ่นดินของพระเยซูเจ้า เลือดของพี่น้องชายหญิงคริสตชนของเราเป็นพยานซึ่งร้องตะโกนให้เราได้ยิน ไม่แตกต่างว่าพวกเขาเป็นคาทอลิก ออร์โธดอกซ์ คอปติก หรือโปรเตสแตนท์ พวกเขาเป็นคริสตชน เลือดของพวกเขาเป็นหนึ่งและเหมือนกัน เลือดของพวกเขาประกาศความเชื่อในพระคริสตเจ้า ขณะที่เราระลึกถึงบรรดาพี่น้องชายหญิงเหล่านี้ที่ได้สิ้นชีวิตเพียงสาเหตุที่พวกเขาเชื่อศรัทธาในพระคริสตเจ้า พ่อขอให้เราให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อก้าวไปข้างหน้าในด้านคริสตศาสนสัมพันธ์ ซึ่งให้พลังแก่เรา คริสตศาสนสัมพันธ์ด้วยเลือด บรรดามรณสักขีเหล่านี้เป็นของคริสตชนทุกคน”

พระศาสนจักรคาทอลิกประกาศเสมอว่า การหลั่งเลือดของคนหนึ่งด้วยความซื่อสัตย์ต่อพระเยซูคริสตเจ้า เป็นพยานสูงสุดถึงความเชื่อคริสตชน หนังสือคำสอนของพระศาสนจักรยืนยันว่า

การเป็นมรณสักขี คือ การเป็นพยานยืนยันขั้นสูงสุดที่ให้กับสัจธรรมแห่งความเชื่อ เป็นพยานถึงยอมพลีชีพ มรณสักขีเป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้าผู้ได้มรณาและกลับเป็นขึ้นมา ซึ่งเขาเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ อาศัยความรักเมตตา เขาเป็นพยานถึงสัจธรรมแห่งความเชื่อและข้อความเชื่อคริสตชน เขาเผชิญความตายด้วยความกล้าหาญ” (CCC 2473)

กำลังเกิดอะไรกับพี่น้องคริสตชนในตะวันออกกลาง และอาฟริกา มรณสักขีคริสตชนในมือของกลุ่มไอเอส ลัทธิจิฮัด ติดอาวุธ เราต้องไม่ประเมินค่าต่ำ มีสิ่งพัวพันที่สำคัญ

  • เราต้องตื่นตัวต่อกิจการรุนแรง และชั่วร้ายของไอเอสที่ไม่ลดลงเลย มันกำลังเพิ่มขึ้นและขยายตัว
  • เราต้องดำเนินชีวิตเตรียมพร้อม

ปัจจุบันมีกลุ่มไอเอสติดอาวุธหัวรุนแรง อัลเคดา โบโกฮารัม เรากำลังสนใจเรื่องนี้หรือไม่    แตร์ตูเลียน นักประวัติศาสตร์ศตวรรษที่ 2 เคยกล่าวว่า “โลหิตของบรรดามรณสักขีเป็นเมล็ดพันธุ์ของพระศาสนจักร” เรากำลังอยู่ในยุคธรรมทูตใหม่ พระเยซูเจ้าสัญญาว่า “ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้” (มธ 16:17-19) ให้เราภาวนาเพื่อพี่น้องในตะวันออกกลางและอาฟริกา อย่ากลัว จงภาวนาและเตรียมพร้อม (สังฆานุกร Keith A. Fournier, Catholic online 17/2/2012)

บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์ แปลสรุป
18 กุมภาพันธ์ 2015

จาก http://www.catholic.org/news/international/middle_east/story.php?id=58827

ทำไมโป๊ปจึงเสด็จเยี่ยมฟิลิปปินส์

ระองค์ทรงต้องการอยู่ใกล้ชิดกับเหยื่อพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน (โยลันดา) ซึ่งนำความเสียหายใหญ่หลวงแก่หมู่เกาะวิซายาส ตอนกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 อย่างน้อยประชาชน 10 ล้านคน ได้รับผลกระทบ ไม่นานหลังจากเกิดไต้ฝุ่น โป๊ปได้ส่งสาส์นแสดงความเห็นใจและอยู่ใกล้ชิดกับผู้รับเคราะห์ ครั้งแรกทางทวิตเตอร์ และตรัสหลังสวดบทเทวทูตตอนเที่ยงวันอาทิตย์ กล่าวคือ 2 วันหลังจากนั้น
ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร โอกาสแต่งตั้งนักบุญเปโดร กาลุงสด เป็นนักบุญชาวฟิลิปปินส์องค์ที่สอง โป๊ปได้กล่าวแสดงความเห็นใจอีกครั้ง พระคาร์ดินัลหลุยส์ ตาเกล อัครสังฆมณฑลมะนิลาอยู่ ณ ที่นั้นด้วย
การเสด็จเยือนฟิลิปปินส์ครั้งนี้ก็เป็นการให้กำลังใจแก่ชาวฟิลิปปินส์อีกครั้ง หัวข้อที่สภาบิชอปฟิลิปปินส์ (CBCP) กำหนดสำหรับการเยี่ยมของพระองค์ คือ Mercy and Compassion “ความเมตตาและความเห็นใจ” ดังที่โป๊ปได้เขียนในสมณสาส์นเตือนใจ ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร ว่า “พระศาสนจักรต้องเป็นสถานที่แห่งความเมตตากรุณาแบบให้เปล่า ซึ่งทุกคนรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับ ได้รับความรัก การให้อภัย และกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตที่ดีตามพระวรสาร (ข้อ 114)”
พระศาสนจักรในฟิลิปปินส์หวังว่าการเสด็จของโป๊ปจะช่วยเพิ่มพูนความเมตตาและความเห็นใจของชาวฟิลิปปินส์ต่อกันและกัน และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้าท่ามกลางความยากจน ความขัดแย้ง และความทุกข์ทั้งปวง
อาร์ชบิชอปโสคราเตส วีเลกัส กล่าวว่า “เมื่อโป๊ปฟรังซิสมา พระองค์จะแสดงพระพักตร์ของพระเจ้าแก่เรา เมื่อโป๊ปเห็นเราชาวฟิลิปปินส์ขอให้พระองค์เห็นพระเจ้าทรงชีวิตในพวกเรา”

16 มกราคม ค.ศ. 2015 บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์ แปล
จาก นิตยสาร World Mission (มกราคม 2015), หน้า 17-19.

อาสาสมัครเกาหลีมาเชียงใหม่

เนื่อง จากมีคนไทยไปทำงานที่เกาหลีเป็นจำนวนมากพอสมควร ค.ศ. 2009 สภาบิชอปคาทอลิกเกาหลีตระหนักในสภาพเช่นนี้ ได้ขอให้คณะพระมหาไถ่ในเกาหลีและประเทศไทย ร่วมมือกันช่วยดูแลเรื่องนี้
คณะพระมหาไถ่มีนโยบายสนองตอบคำเชิญชวนของสมเด็จพระสันตะปาปา ที่ให้มีการประกาศพระวรสารแบบใหม่ (New Evangelization) คุณพ่ออภิสิทธิ์ กฤษราลัมณ์ เจ้าคณะ และคุณพ่อเปโตร เจริญ เวียงศิรินันทโชติ ซึ่งเป็นสงฆ์คณะพระมหาไถ่ธรรมทูตในประเทศเกาหลี 16 ปี ได้ติดต่อให้อาสาสมัครคาทอลิกเกาหลีมาเรียนภาษาไทย ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีคุณพ่อพงษ์ศักดิ์ นารินรักษ์ คณะพระมหาไถ่ เจ้าอาวาสวัดแม่พระบังเกิด เชียงราย ได้เดินทางมาติดต่อบิชอปเชียงใหม่ ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2014 พาฆราวาสสตรีเกาหลีไปเยี่ยมวัดที่เชียงราย
ที่สุดวันที่ 16 กันยายน คุณพ่อพาฆราวาสเกาหลี 18 คน มาหาพ่อที่สำนักมิสซังเชียงใหม่ ตั้งแต่เช้า เวลา 07.30 น. สนทนากันและถวายมิสซาที่วัดน้อย 08.15 น. หลังมิสซารับประทานอาหารว่างและเดินทางชมเมืองเชียงใหม่ และไปต่อที่จังหวัดเชียงราย
จูเลีย ฆราวาสอาสาสมัครที่จะมาอยู่มีสามี มีลูก และเพิ่งมีหลานได้ 2 เดือน แต่ก็มุ่งมั่นจะมาเรียนภาษาไทย และเป็นพยานชีวิตคริสตชน
ขอเราให้การต้อนรับ และอธิษฐานเพื่อกิจการนี้ด้วย

“เยาวชนเอเชีย จงตื่นเถิด! ความรุ่งโรจน์ของมรณสักขี กำลังทอแสงมายังเธอ”

“เยาวชนเอเชีย จงตื่นเถิด! ความรุ่งโรจน์ของมรณสักขี  กำลังทอแสงมายังเธอ”

พระวรสาร “เราเชื่อว่าถ้าเราตายพร้อมกับพระคริสตเจ้าแล้ว เราจะมีชีวิตพร้อมกับพระองค์ด้วย (รม 6:8)

10 -13 สิงหาคม 2014 สัมผัสชีวิตในสังฆมณฑลชุนชอน
เต็มไปด้วยความรัก มิตรภาพที่มีค่า และการเอาใจใส่ดูแลอย่างดี ที่สำคัญได้สัมผัสคริสตชนกลุ่มแรกๆที่มีความเชื่อความศรัทธาที่แรงกล้าจากการไปสักการะสถานยังยังเชอร์จ และลงมาถึงยุคนี้ในปัจจุบัน

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2557

ช่วง เช้าเป็นการเตรียมตัวครั้งสุดท้าย ในการศึกษาคู่มือตารางเวลาต่างๆ พร้อมทั้งเอกสารต่างๆ   และเตรียมการแสดงก่อนที่จะออกเดินทางไปในตอนค่ำวันนี้บรรยากาศที่สนามบินและการเดินทางสู่ประเทศเกาหลี

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2557 

ถึงประเทศเกาหลีในตอนเช้าวันที่ 10 มีคุณพ่อและเยาวชนสังฆมณฑลเตจอนมาต้อนรับพวกเราพร้อมกับป้ายต้อนรับที่เป็นภาษาไทยทำให้พวกเรางงไปเลย และออกเดินทางจากสนามบินไปยังสังฆมณฑลชุนชอน เข้าพักและทานอาหารที่นี่  ช่วงบ่ายสองโมงกว่าเดินทางไปยังอาสนวิหารพระฤหทัยแห่งพระเยซูเจ้า ทานอาหารเย็นและมิสซาเปิดต้อนรับเยาวชนที่นี่มิสซาเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและศรัทธา  หลังมิสซาก็ได้ไปพักกับครอบครัวในเมืองซึ่งเป็นอพาร์ตเม้นต์ อยู่ชั้นที่ 8 คืนแรกกับครอบครัวที่ประเทศเกาหลี ได้พูดคุยกันและมอบของฝากเล็กน้อยให้กับครอบครัว และสวดภาวนาค่ำก่อนนอน

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2557

ตื่นเช้าแรกที่เกาหลีประมาณตีห้าครึ่ง หกโมงไปตลาดยามเช้าที่ขายของตามริมฟุตบาท ตลึงกับพืชผัก ผลไม้ที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านเรามาก และราคาก็แพงกว่าบ้านเรามากเช่นกัน กลับมายังบ้านทานอาหารเช้าแล้วรีบไปยังวัดเพื่อจะเดินทางไปแสวงบุญที่สักการสถานยังยัง    และดักซันเทมเพอร์ ซึ่งเป็นวัดพุทธ ที่สวยงามมาก  แล้วกลับมาทานข้าวกับครอบครัวที่ร้านอาหาร และขึ้นไปดื่มชาเกาหลีที่คูบอนเมาแทนและชมวิว แสงไฟในเมืองที่อยู่ด้านล่าง

 วันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2557

ตื่นเช้าวันที่สองที่ประเทศเกาหลี หกโมงเช้า ไปฟาร์มของครอบครัว ปลูกงา มะเขือเทศ มะเขือยาว ถั่วลิสง ถั่วเขียว พริกหนุ่ม   หลังจากนั้นกลับมายังวัด Gomsil ซึ่งเป็นวัดเล็กๆหลังแรกในสังฆมณฑลชุนชอน และวัดประจำที่ครอบครัวไป    06.40 น.อาหารเช้ากับครอบครัว ซึ่งแม่เป็นผู้เตรียมอาหาร   07.15 น. ไปที่วัดเพื่อไปทำกิจกรรมฐานที่เกาะนามิ    ซึ่งมีอยู่ 4 ฐาน   Rally 4 ฐาน บนเกาะนามิ   1.ภาพถ่าย Action   2.สุสานนายพลนามิ   3.พิพิธภัณฑ์     4.ห้องสมุด   12.00 น.กลับมายังศูนย์เยาวชนสังฆมณฑลชุนชอน เข้าที่พักและทานอาหารเที่ยง     14.30 น.แยกซ้อมการแสดงของแต่ละกลุ่มเพื่อเตรียมแสดงในคืนนี้  18.00 น.ทานอาหารเย็น  19.00 น. แก้บาป และมิสซาเทเซ่ หรือ Teze Mass     21.00 น.-12.00 น.การแสดง เฟมีลี่ ไนท์ 12.00 น. Small party คุณพ่อ,Staff, และเยาวชนสังฆมณฑลชุนชอน    /นอนหลับฝันดี

เจ้าหน้าที่วาติกันวอนขอกำลังทหารปกป้องชาวคริสต์อิรัก

วา ติกัน 13 สิงหาคม ค.ศ. 2014 (CNA/EWTN News)

ผู้สังเกตการณ์ของสันตะสำนักในองค์การสหประชาชาติ ได้ขอชุมชนนานาชาติให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และกำลังทางทหารและการเมือง ช่วยปกป้องชาวคริสต์ที่ถูกเบียดเบียนโดยรัฐอิสลาม

อาร์ชบิชอปซิลวาโน โทมาซี่ กล่าว “เราหวังว่าพี่น้องชาวคริสต์และชุมชนศาสนิก จากชาวมุสลิมสายกลาง จากประชาชนผู้มีน้ำใจดีทั่วโลก จะให้ความช่วยเหลือชัดเจน ช่วยชาวคริสต์ในภาคเหนือของอิรัก แม้การปกครองทางการเมืองและแม้ทางทหารที่มีประสิทธิผล

รัฐอิสลามองค์กรมุสลิมนิกายสุหนี่ และ Levant เป็นผู้ต่อสู้ในสงครามการเมืองซีเรียและแพร่ขยายไปอิรัก ยึดเมือง Mosul ภาคเหนือและตะวันตก รวมทั้งภาคเหนือของซีเรีย

ใครที่ไม่ใช่สุหนี่ในรัฐอิสลามนี้ถูกเบียดเบียน บรรดาชาวคริสต์เป็นแสนคน Yazidis และมุสลิมนิกายชิอะห์ต้องหนีออกนอกพื้นที่

อาร์ชบิชอปโทมาซี่ กล่าวว่า “เราพบว่าต่างคนนิ่งเฉย นานาชาติไม่แสดงอะไร แก้ไขยาก เพราะความสงบเสงี่ยมแบบผิดๆ ขอกำลังทางตะวันตกช่วยปกป้องพี่น้องชาวคริสต์

เด็กๆ และคนชราไม่สบายและเสียชีวิต มีผู้อพยพ ครอบครัวต้องพรากจากกัน 70,000 คนที่เขต Kurdistan พวกเขาสูญเสียทุกสิ่ง ขณะที่พวก ISIS ก้าวหน้า ความช่วยเหลือไม่พอเพียง เราต้องการที่พัก อาหาร น้ำ ยา และปัจจัย ขาดการประสานงาน ความช่วยเหลือมีจำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศสได้พยายามให้ความช่วยเหลือ สมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา ขอผู้นำศาสนาช่วยดำเนินการปัญหาการรังแกชนกลุ่มน้อยนี้”

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ขอให้บรรดาอัยกาตะวันออก และผู้นำศาสนาอื่นๆ ยืนยันคำอ้อนวอนนี้ เพื่อจะได้รับการตอบสนองที่ดี

เยาวชนเชียงใหม่ร่วมงาน AYD 2014

เยาวชน ของสังฆมณฑลเชียงใหม่ร่วมงานวันเยาวชนเอเชีย ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 20 สิงหาคม 2014 ณ สังฆมณฑลเตจอน ประเทศเกาหลีใต้ หัวข้อหลักของงานคือ “เยาวชนเอเชีย! จงตื่นเถิด! ความรุ่งโรจน์ของมรณสักขีกำลังทอแสงมายังเธอ!” ในโอกาสนี้ บรรดาเยาวชนได้มีโอกาสต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสซึ่งจะเสด็จมาร่วมงานนี้พร้อมกับเป็นประธานในพิธีแต่งตั้งบุญราศี Paul Yun Ji-Chung และเพื่อนมรณสักขีชาวเกาหลีจำนวน 123 องค์ ด้วย

สังฆมณฑลเชียงใหม่ได้ส่งตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมงานดังกล่าวโดยก่อนการเดินทางไป ร่วมงานนั้น คุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร จิตตาภิบาลเยาวชนของสังฆมณฑล ได้จัดอบรม และจัดปฐมนิเทศเพื่อเตรียมตัวก่อนไป อีกทั้งทุกคนได้รับฟังโอวาทจากพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ก่อนออกเดินทางด้วย กลุ่มเยาวชนที่ไปร่วมงานดังกล่าวนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มเยาวชนซึ่งไปสัมผัสชีวิตและร่วมงานชุมนุมเยาวชนเอเซีย (วันที่ 10-20 สิงหาคม 2014) จำนวน 3 คน คือ
1.1 นายสิริ เจริญธรรม สังกัดแผนกเยาวชน
1.2 นางสาวกานต์ปราญชลี บงกชชลาลัย เขตวัดแม่โถ
1.3 นางสาวปาลิตา พลอยคีรี เขตวัดฝาง

นอกนั้นยังมีตัวแทนเยาวชนจากสังฆมณฑลอื่นๆ ที่ร่วมเดินทางไปกับกลุ่มแรกนี้รวมจำนวน 42 คน

2. กลุ่มเยาวชนจำนวน 14 คน โดยการนำของคุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร จิตตาภิบาลเยาวชนของสังฆมณฑลเชียงใหม่ ซึ่งไปร่วมพิธีปิดงานเยาวชนเอเซียและร่วมในพิธีการแต่งตั้งบุญราศีใหม่ของ ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 14-20 สิงหาคม 2014 พร้อมกับกลุ่มคนไทยจากสังฆมณฑลและองค์กรอื่นๆ อีกจำนวน 200 คน

การไปร่วมงานในครั้งนี้ ทำให้เยาวชนได้มีโอกาสแบ่งปันและเพิ่มพูนความเชื่อมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการได้พบปะกับพระสันตะปาปาอย่างใกล้ชิดได้ก่อให้เกิดความรักและความ รู้สึกว่าตนเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรมากยิ่งขึ้น ถือโอกาสนี้แผนกเยาวชนขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนในการสนับสนุนการเดินทางของเยาวชนเพื่อ ไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วย