วิ่งเพื่อความเป็นหนึ่ง 2563 … ออนไลน์

วิ่งเพื่อความเป็นหนึ่ง ออนไลน์

เด็กๆ Gen 3 ก็มาร่วมด้วย

น้องๆ เยาวชนก็ร่วมกันมาในกิจกรรมครั้งนี้ โดยได้นำอุปกรณ์จักรยาน พาหนะต่างๆ มาร่วมการวิ่งออนไลน์ครั้งนี้ด้วย

เทคโนโลยีกับมิตรภาพ

เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด ก็ไม่อาจหยุดเจตนารมณ์การต้องการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไปได้

นำทีมเต้นหน้ากล้อง

นำโดยคุณดาวิน แห่งบ้านโฟโคลาเรชายเชียงใหม่ นำทีมเยาวชนเป็นตัวแทนประเทศไทย และเชียงใหม่ เต้นหน้ากล้อง

เยาวชนของคณะโฟโคลาเร ได้มีโอกาสจัดงานสัปดาห์เพื่อโลกที่เป็นหนึ่ง  กิจกรรมนี้เกี่ยวข้องกับสมาชิกทุกคนของคณะโฟโคลาเร ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ กิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่พิเศษเพราะมีสถานการณ์โคโรน่าไวรัส 19 เข้ามา เราจึงจัดงานในรูปแบบออนไลน์ ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา พวกเรากลุ่มเยาวชนที่เชียงใหม่มีโอกาสติดต่อกับกลุ่มเยาวชนที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีซึ่งกันและกัน และวันที่ 3 พฤษภาคม พวกเราในเขตโซนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีโอกาสติดต่อกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เต้นสด ร้องเพลง โดยผ่านทางวีดีโอ มีผู้คนจำนวนมากจาก 11 เมือง ใน 8 ประเทศในเขตโซนของเรา แต่ละกิจกรรมถูกถ่ายทอดโดยผ่านทาง Facebook Youtube Zoom และ Line เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามและเป็นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วทุกภาคพื้นที่ในโลกมากยิ่งขึ้น  ในปัจจุบันพวกเราต่างเผชิญกับสถานการณ์โคโรน่าไวรัส ซึ่งทำให้พวกเราไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้  แต่ความคิดสร้างสรรค์ของพวกเรา และเทคโนโลยีที่ช่วยให้พวกเราได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และด้วยความรักของพวกเราที่พยายามสร้างให้โลกของเรามีความรักและเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น

คณะโฟโคลาเรที่เชียงใหม่ระลึกถึงเคียร่า

ในโอกาสพิเศษของวันครบรอบ 12 ปีของการจากไปของ เคียร่า ลูบิค ผู้ก่อตั้งคณะโฟโคลาเรและผู้รับใช้ของพระเจ้า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2563 คณะโฟโคลาเรที่เชียงใหม่ได้จัดงานฉลองอย่างเรียบง่ายด้วยการถวายพิธีบูชาขอบพระคุณ ณ ศูนย์มิสซังเชียงใหม่ โดยมีคุณพ่อทินกร ลาทู (M.Id.) เป็นประธาน ชีวิตของเคียร่าและการตอบรับความรักของพระเจ้าเป็นหัวข้อที่นำเสนอผ่านทางวิดีโอสั้น ๆ เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ส่องประกายไปยังผู้คนอีกมากมาย

พระเยซูเจ้าประทับท่ามกลางครอบครัว

“ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา” (มัทธิว 18:20) ข้อความนี้เป็นหัวข้อของการพบปะครอบครัวของคณะโฟโคลาเร ณ บ้านมารีย์นิรมล จังหวัดเชียงใหม่  มีผู้เข้าร่วมจำนวน 118 คน จาก แม่วาง แม่ปอน สันทราย ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร มีผู้ใหญ่ 68 คน และเด็ก ๆ 50 คน เป็นคนเมือง คนภาคกลาง ชาวปกาเกอะญอ ชาวอาข่า ชาวลาหู่ ชาวคะฉิ่น และชาวฟิลิปปินส์ การพบปะครั้งนี้ได้รับเกียรติจากสมาชิกครอบครัวจากประเทศสิงคโปร์ เพื่อมาแบ่งปันแก่สมาชิก 35 ครอบครัว การพบปะเริ่มวันเสาร์ที่ 15 ถึงวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020

ความชื่นชมยินดีแห่งการแบ่งปัน โครงการ Zero Hunger (ความหิวเป็นศูนย์)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 เยาวชนของคณะโฟโคลาเรมีโอกาสได้ไปจัดกิจกรรมให้สำหรับเด็กๆและผู้ปกครอง ที่ชุมชนศรีปิงเมือง ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองของตำบลหายยา เมืองเชียงใหม่ เป็นชุมชนที่มีเพื่อนพี่น้องชนเผ่าลาหู่พักอาศัยอยู่ มีทั้งหมด 24 ครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นคาทอลิกและโปรเตสแตนท์ มีเด็กๆ 50 คน เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับพ่อแม่ของพวกเขา ด้วยการเล่นเกม กิจกรรมต่างๆ และข้อคิดสั้น ๆ เกี่ยวกับโครงการ Zero Hunger (ความหิวเป็นศูนย์) เด็กๆ พร้อมกับพ่อแม่ได้รับคำแนะนำเรื่องความชื่นชมยินดีแห่งการแบ่งปันและการให้
หลังจากนั้นมีการมอบของขวัญให้กับเด็กๆทุกคน และทุกครอบครัว ของขวัญที่พวกเราเอามาให้นั้นมาจากครอบครัวและเพื่อนพี่น้องที่พยายามดำเนินชีวิตตามวัฒนธรรมแห่งความรักและการแบ่งปัน

zero

โฟโคลาเรจัดกิจกรรมวันเด็ก Zero Hunger ที่ดอยสะเก็ด

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2563 พวกเราชาวคณะโฟโคลาเรกับเยาวชน ได้มีโอกาสไปจัดกิจกรรมวันเด็กที่หมู่บ้านดอยสะเก็ด เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีพี่น้องชนเผ่าลาหู่อาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ หมู่บ้านที่เราได้ไปจัดกิจกรรม มีทั้งหมด 24 ครอบครัว และเด็กๆ 55 คน กิจกรรมที่จัดให้เด็กๆ ดำเนินไปได้ด้วยดี พวกเยาวชนจัดกิจกรรมได้อย่างดีมากและได้ให้ความสุขกับเด็กๆ โดยผ่านทางการร้องเพลง เล่นดนตรี เกมต่างๆ พวกเราก็ได้อธิบายเกี่ยวกับโครงการที่ชื่อว่า “ความหิวเป็นศูนย์” “Zero Hunger” ให้เด็กๆ ฟัง แล้วก็มีการแสดงละครตุ๊กตาของเยาวชน แสดงเกี่ยวกับหัวข้อ “เพื่อสันติภาพ” และเป็นการเรียกร้องให้เราดำเนินชีวิตและรู้จักการให้อภัย หลังจากนั้นพวกเราได้แจกขนม หรือของใช้ที่จำเป็นให้ในแต่ละครอบครัวด้วย เด็กๆและพ่อแม่ของเด็กๆทุกคนมีความสุขมาก ซึ่งเห็นได้จากรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา

zero_hunger

งานมารีอาโปลี เชียงใหม่ 2019

งานมารีอาโปลี เชียงใหม่ 2019
ความรักก่อให้เกิดพระศาสนจักร

มารีอาโปลี ณ เชียงใหม่ได้เริ่มแล้ว เสียงเจื้อยแจ้ว จากผู้คน ดูล้นหลาม
เสียงหัวเราะ เสนอะหู ช่างงดงาม อยากติดตาม งานมารีอา น่าประทับใจ
มารีอาโปลี ณ เชียงใหม่ ใครก็รู้ น่าติดตาม แต่ปางไหน
อยากเดินทาง มาร่วมงาน ทุกคราไป แสนสุขใจ ได้ร่วมงาน อีกสักครา
คนร่วมงาน เดินทางมา ทั้งไกลใกล้ อีกมิใช่ แค่ชาวไทย เท่านั้นหนา
ทั้งฝรั่ง คนต่างเผ่า ก็ยังมา เห็นคุณค่า งานมารีอา ต่างมากัน
เมืองแห่ง ความรัก และสันติสุข ปิติสุด คนร่วมงาน ล้วนสร้างสรรค์
การจัดงาน คราวนี้นั้น ช่วงครบครัน ณ เมืองสวรรค์ แห่งนี้ที่รอคอย

ประพันธ์ เชิดชูงาม
“มาเป็นครั้งแรก และไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทยเท่าไรนัก แต่รู้สึกอบอุ่น และเป็นหนึ่งเดียวกัน รู้สึกดีที่ได้มารับพระพร” (นัน)
“ได้ความอบอุ่น ได้ความรู้จากลูกเต๋าแห่งความรัก มีความสามัคคี รักซึ่งกันและกัน” (หญิง)
“งานวันนี้เป็นพระพรสำหรับดิฉัน ณ ที่นี้เราไม่ได้มีความแตกต่างกันทางศาสนา สามีของดิฉันเป็นพุทธ แต่เราก็สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความกลมกลืน ขอขอบคุณคณะโฟโคลาเร ทำให้ดิฉันมีกำลังที่จะก้าวหน้าต่อไป” (คริสตินา)

“ดิฉันไม่รู้จักพระเป็นเจ้าเมื่อก่อน แต่เมื่อดิฉันได้รู้จักพระองค์ ดิฉันตระหนักว่าพระองค์ประทับอยู่ในตัวของดิฉัน ดิฉันเคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง และในหมู่บ้านของเราก็มีคนป่วยอีกหลายคน เราต่างช่วยเหลือกันเพื่อเป็นการคืนกลับให้กับพระองค์ ดิฉันมีความสุข ขอบคุณที่ดิฉันได้มีโอกาสมารวมงานมารีอาโปลีในครั้งนี้ (เล็ก)

บทกลอนและความประทับใจข้างต้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจจากผู้เข้าร่วมงานมารีอาโปลีที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2019 ณ ศูนย์มิสซังคาทอลิก จังหวัดเชียงใหม่ ในหัวข้อ “ความรักก่อให้เกิดพระศาสนจักร” มีผู้เข้าร่วมงานทั้งผู้ใหญ่และเด็กจำนวน 202คน โดยมาจากเขตจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และกรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมทั้งเผ่าอาข่า ลาหู่ ปกาเกอะญอ และชาวฟิลิปปินส์
เสียงเพลง “มารี มารีอาโปลี…ดังขึ้นเป็นการเชิญชวนผู้มาร่วมงานเข้าร่วมงานมารีอาโปลี เราเปิดงานโดยได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้าในการเปิดงานโดยผ่านทางวีดีโอคลิป และท่านได้ให้พรแก่พวกเราทุกคนที่เข้าร่วมงานครั้งนี้
งานมารีอาโปลี ครั้งนี้มีความปรารถนาจะให้พวกเราได้รู้จัก และรักพระศาสนจักรมากขึ้น เพื่อจะทำให้เราได้เป็นเฉกเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวกของยุคสมัยปัจจุบัน โดยผ่านทางพระพรพิเศษแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้เคียร่าได้เข้าใจมากขึ้น ถึงการที่พระศาสนจักรเป็นแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่ลูกๆ นั่นก็คือพวกเราทุกคน และเราทุกคนก็เป็นประชากรของพระเป็นเจ้า เพราพระองค์มีพระประสงค์ที่จะไถ่กู้เราทุกคน และรวมเราทุกคนเข้าเป็นครอบครัวเดียวกัน การเจริญชีวิตแห่งความรักซึ่งกันและกันทำให้เราเป็นซีเมนต์แห่งความรักที่ช่วยทำให้พระศาสนจักรเข้มแข็ง ยืนหยัดอยู่ได้ และสามารถที่จะผ่านความยากลำบากต่างๆ
ผ่านทางประสบการณ์ของสมาชิกที่ได้แบ่งปันถึงว่าเราในฐานะคริสตชนเรามีส่วนที่จะเสริมสร้างพระศาสนจักรได้อย่างไร
โอ๋ได้เล่าว่า “ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมการของสตรี และได้มีโอกาสในการร่วมมือกับคุณพ่อ ซิสเตอร์ของวัดในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อก่อให้มีความสามัคคี”
ชาลีเล่าว่า”มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสภาวัด ผมได้เป็นตัวประสานเพื่อให้กลุ่มชาติพันธ์ที่ลงมาทำงานในเมืองได้มีป่าช้าในบั้นปลายของชีวิต”
และทัศนีย์แบ่งปันถึงการที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับวัดในการทำกิจกรรมต่างๆ และมีโอกาสไปเยี่ยมคนป่วย พร้อมกับคุณพ่อ และที่สุดผู้ป่วยคนนั้นได้ขอรับศีลและสิ้นใจอย่างสงบ
ช่วงบ่ายเป็นช่วงกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆเพื่อที่จะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นถึงการเสริมสร้างพระศาสนจักรโดยผ่านทางศิลปะแห่งความรัก นอกจากนั้นยังเป็นช่วงแห่งการแบ่งปันความประทับใจ ความรู้สึกและประสบการณ์
พวกเราต่างมีประสบการณ์ด้วยกันว่า วันพบปะมารีอาโปลีครั้งนี้เป็นโอกาสที่เราสามารถเสริมสร้างพระศาสนจักรส่วนเล็กๆนี้ด้วยความรักซึ่งกันและกัน เพื่อจะทำให้พระศาสนจักรเป็นบ้านและเป็นโรงเรียนแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน สิ่งเล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆที่พวกเราสามารถทำเพื่อเสริมสร้างโลกที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น ทำให้เราเป็นประชากรของพระเป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น

กิจกรรมวันเด็ก “เติมเต็มความรักในชุมชน”

กลุ่มเจน 3-4 (กลุ่มเด็กของคณะโฟโคลาเร อายุ 9-13 ปี) 19 คน ได้ร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จัดกิจกรรมวันเด็ก ในวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 ให้กับเด็กๆ ชาวคะฉิ่น ประมาณ 40 กว่าคน ณ ชุมชนตำบลฟ้าฮ่าม จ. เชียงใหม่
นับเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ที่ได้เห็นเด็กๆ (เจน 3-4) ตั้งใจ ทุ่มเทแรงกาย-ใจ ความสามารถ พรสวรรค์ จัดกิจกรรมบนพื้นฐานของความรักต่อพระเยซูเจ้า และเพื่อนพี่น้อง โดยเฉพาะผู้ที่มีความยากลำบาก พ่อแม่ของเด็กดีใจมากที่เห็นบุตรหลานได้ออกจากตัวเอง ออกจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ แต่ใช้เวลามาให้ความรักต่อเด็กๆ ด้วยการเล่นเกมส์ ร้องเพลง และเล่าประสบการณ์การดำเนินชีวิตตามพระวรสาร ส่วนเด็กๆที่ได้เข้าร่วมได้พูดว่า “พวกผมมีความสุขมาก และดีใจที่เห็นพี่กลุ่มนี้มีจิตอาสา เราอยากให้พี่ๆ มาจัดกิจกรรมอีกครับ” ส่วนกลุ่มเจน 3-4 ไม่ใช่มาเป็นผู้ให้เท่านั้น แต่ก็มาเป็นผู้รับด้วย คือได้เรียนรู้การรักซึ่งกันและกัน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การรู้จักฟังเสียงพระจิตเจ้า และได้ทำกิจการแห่งความรักเพื่อพระเยซู

.... …………………………………

มิซาบูชาขอบพระคุณครบรอบ 14 ปี การเสียชีวิตของเฟร์นันโด รีเอโล ปาล์กาล์ ผู้ตั้งคณะ

วันที่ 6 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ที่บ้านของคณะธรรมทูตอิเดนเตส ได้มีมิซาบูชาขอบพระคุณเนื่องในโอกาสระลึกถึงครบรอบ 14 ปี การเสียชีวิตของเฟร์นันโด รีเอโล ปาล์กาล์ ผู้ตั้งคณะ โดยมีพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์มาเป็นประธานในพิธี พร้อมกับบรรดาบาดหลวง หลายท่าน รวมถึงมีพี่น้องสัตบุรุษมาร่วมงานเต็มวัดน้องของคณะ ซึ่งได้สร้างความสุขให้กับสมาชิกทุกคนของคณะธรรมทูตอย่างมาก

1

มารีอาโปลี เชียงใหม่ 2018

คณะโฟโคลาเรเชียงใหม่ ได้จัดงานมารีอาโปลีในระดับภาคเหนือขึ้น ในระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 260 คน มาจากทุกฐานะอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย หลากหลายชาติพันธุ์ (ปกาเกอะญอ อาข่า ลาหู่ คะฉิ่น ม้ง)  หลายชาติ (ลาว เมียนมา เวียตนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี อิตาลี ไอแลนด์  ฝรั่งเศส บราซิล ) มีพี่น้องนับถือศาสนาพุทธ และพระภิกษุ 2 รูป

งานมารีอาโปลีในครั้งนี้เราเน้นถึงหัวข้อ “ความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกัน” ด้วยการดำเนินชีวิตตามวิถีของแม่พระ ผู้ดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้าเท่านั้น เป็นความรัก และเป็นหนึ่งเดียวกับทุกคน ด้วยการออกจากตัวเอง ในการรักและรับใช้ผู้อื่น  เหมือนกันบทเพลงประจำงานที่ร้องกึกก้องว่า “ชาวโลกรู้ว่าเราพี่น้องกัน ที่มาในงานมารีอาโปลี งานแห่งความรัก เราเป็นหนึ่งเดียว มารักซึ่งกันและกัน มาสร้างสรรค์มารีอาโปลีชั่วนิรันดร”  ที่บ่งบอกถึงความสุขใจมีรอยยิ้มให้กัน ตั้งใจกันเสริมสร้างบรรยากาศความเป็นพี่น้อง ความรักซึ่งกันและกัน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในทุกกิจกรรม เช่น การแบ่งปันในห้องประชุม การทำกิจกรรมฐานเกมส์ การพบปะกลุ่มย่อย การแสดง ฯลฯ มีรายการสำหรับเด็กๆ และกิจกรรมของเยาวชนด้วย

                เยาวชนจากประเทศลาว กล่าวว่า “จากการมาร่วมงานนี้ ดิฉันเข้าใจใหม่ว่า ไม่ได้รู้จักแม่พระที่เป็นรูปปั้นเท่านั้น แต่เป็นแม่พระอยู่ในตัวของพวกเราที่นี้ทุกคน และสัมผัสถึงความรักของแม่พระที่มีต่อเราแต่ละคน ซึ่งไม่ใช่ความรักแบบหนุ่ม-สาว เพราะความรักนี้เป็นความรักที่เรามีให้กับทุกๆคน ขอบคุณที่ให้โอกาสมาร่วมงาน จากน้ำใจเดียวของคนเชียงใหม่ที่ได้ช่วยค่าเดินทางมาร่วมงาน” 

ส่วนอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “ผมประทับใจที่ได้ฟังพระภิกษุแบ่งปันตอนที่ท่านได้รับเสด็จและเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส  พระภิกษุได้เห็นถึงความเรียบง่าย ไม่ถือตัว มีความรักดุจบิดาต่อทุกคนที่เข้าเฝ้า”

ทุกคนที่มาร่วมงานมารีอาโปลี ต่างเดินทางกลับด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมและพร้อมที่จะนำแม่พระกลับบ้าน  เราสามารถกล่าวได้ว่า “พวกเราเป็นจิตวิญญาณและกายเดียวกัน กายที่หล่อหลอมจากผู้คนหลากหลาย จากพื้นภูมิทางสังคมอันหลากหลาย จากหลายเผ่าพันธุ์ ต่างชาติ ต่างภาษา ต่างศาสนา และมีการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเรา จากจุดนี้เราจะเห็นได้ว่า นี้คือ โลกที่เป็นหนึ่งเดียว อย่างแท้จริง”   

พระพร คุณค่า และความดีงามต่างๆ ที่เราได้รับจากงานมารีอาโปลีนี้ เป็นผลมาจากพลังของความรัก ความช่วยเหลือ (ปัจจัยและสถานที่) และคำภาวนาจากหลายคน จึงขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณ บิชอปวีระ อาภรณ์รัตน์ คุณพ่อคณะเบธาราม และซิสเตอร์คณะแม่ปอน

 

1

งานดนตรีเพื่อสันติภาพ Music Jam 4 Peace

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2561 เยาวชนของคณะโฟโคลาเร ได้จัดงานดนตรีเพื่อสันติภาพ เป็นการระดมทุนสำหรับงานมหกรรมเยาวชนนานาชาติ (เจนเฟสท์) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่  6 – 8  กรกฎาคม 2561  ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

ในงานมีการแสดงดนตรีของเด็กๆ เยาวชนและผู้ใหญ่ ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา แต่ดนตรีได้ช่วยให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน พระคุณเจ้าวีระ  อาภรณ์รัตน์ ได้ให้เกียรติมาร่วมงาน พระคุณเจ้าได้แบ่งปันเกี่ยวกับสันติภาพและกล่าวถึงสารของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัย คือเราต้องเปิดรับผู้อพยพ เพราะพระเยซูเองก็เป็นผู้อพยพ  โดยมีหลักการ สี่ข้อ คือ การตอนรับ การคุ้มครอง การส่งเสริมและการผสมกลมกลืนเข้ากับสังคม

โอกาสนี้ขอขอบคุณ พระคุณเจ้าที่ได้ให้เวลาและความสำคัญกับงานของเยาวชน นักดนตรี นักร้อง ผู้ที่เตรียมอาหาร ผู้ที่ได้บริจาคสมทบทุน และผู้ที่มาร่วมงานทุกคน (ประมาณ 150 คน) ที่ได้ช่วยกันเสริมสร้างความเป็นพี่น้อง ที่เกิดจากดนตรีและความเป็นหนึ่งเดียวกันอันนำไปสู่…สันติภาพของโลก

1

20 ปี สืบสานศาสนสัมพันธ์โฟโคลาเรเชียงใหม่

เมื่อ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560 บ้านโฟโคลาเรเชียงใหม่ ได้ร่วมใจกันจัดกิจกรรม “20 ปี สืบสานศาสนสัมพันธ์เชียงใหม่” ณ วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ต. สุเทพ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ โดยมีพี่น้องคาทอลิกจำนวนประมาณ 60 กว่า คน และพี่น้องนับถือศาสนาพุทธประมาณ 25 คน ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เคียร่า ลูบิค ผู้ก่อตั้งคณะโฟโคลาเร ได้มาพบปะกับพี่น้องชาวพุทธที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามคำเชิญของ พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ 2540 ณ วัดร่ำเปิง จึงถือเป็นการระลึกถึงและฉลองการเสวนาศาสนสัมพันธ์ของคณะโฟโคลาเรกับพี่น้องพุทธศาสนิกที่จังหวัดเชียงใหม่ ครบ 20 ปี
พระภาวนาธรรมาภิรัช (พระอาจารย์สุพันธ์) เจ้าอาวาสวัดร่ำเปิง ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ด้วยไมตรีจิตฉันพี่น้อง ในวันนั้นพวกเราได้เห็นประจักษ์พยานของพี่น้องชาวพุทธ ที่เอาจริงเอาจังดำเนินชีวิตตามวิถีของชาวพุทธ เช่น การนำหลักธรรมในพุทธศาสนาไปปรับใช้ในการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการตัดสละความสะดวกสบายส่วนตัว เพื่ออุทิศตนทำงานรับใช้พระพุทธศาสนา
พวกเรายังได้ภาวนาสมาธิจิตร่วมกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ดวงพระวิญญาณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การเสวนานี้มิใช่เป็นการเสวนาแบบผิวเผิน แต่เป็นการเสวนาแห่งชีวิตของความรักซึ่งกันและกัน ที่ดำเนินชีวิตบนพื้นฐานความเชื่อศรัทธาตามศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสันติสุขที่แท้จริงในโลก และความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติ

1