บทไตร่ตรองของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เรื่อง การแสดงออกต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

บทไตร่ตรองของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เรื่อง การแสดงออกต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

บทไตร่ตรองของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เรื่อง การแสดงออกต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

ผู้นํา ผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ นักการศึกษาทุกท่าน

          สังคมปัจจุบันที่มีความเปราะบางและอ่อนไหว เป็นความท้าทายที่โรงเรียนคาทอลิกพึงไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ทางสังคมอันจะมีผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อโรงเรียนและนักเรียน โรงเรียนคาทอลิกยังยึดมั่นในอัตลักษณ์ความเป็นโรงเรียนคาทอลิกในการดําเนินการใด ๆ โดยเฉพาะในภาวะพิเศษเช่นนี้

          ข้อแรก การให้ความเคารพคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งโรงเรียน คาทอลิกให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ แสดงออกอย่างสร้างสรรค์เพื่อ ประโยชน์ส่วนรวม บนพื้นฐานความเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ หล่อหลอมทั้งทางสติปัญญาและจิตวิญญาณ ให้นักเรียนเติบโต มีสติ และตระหนักรู้ในความรับผิดชอบของตน

        ข้อ 2 โรงเรียนคาทอลิกตระหนักในหน้าที่ให้การศึกษาแก่นักเรียนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงระบอบการ ปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิ เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน นักเรียนพึงมีโอกาสเติบโตขึ้นด้วยสํานึกแห่งความรับผิดชอบ เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ พร้อมที่จะอุทิศตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เหนือประโยชน์ส่วนตน

        ข้อ 3 บรรยากาศของการเรียนรู้ของโรงเรียนคาทอลิกอบอวลไปด้วยคุณค่าพระวรสาร ด้วยคุณภาพของ ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน และระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง ด้วยความใส่ใจที่ครูทุ่มเทให้กับนักเรียนที่มีความแตกต่างหลากหลาย การเปิดกว้างต่อการเสวนาแลกเปลี่ยนด้วยความเคารพในความคิดเห็นและเท่าเทียม นําสู่การปฏิสัมพันธ์และความร่วมมือด้วยจิตตารมณ์แห่งอิสรภาพและความรักใส่ใจ

          ข้อ 4 ในภาวะพิเศษเช่นนี้ ผู้นํา ผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ นักการศึกษาของโรงเรียนคาทอลิกพึ่งอุทิศตน ทุ่มเทยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการสานสัมพันธ์กับนักเรียนเป็นรายบุคคล รับฟังแบบเปิดใจ เปิดโอกาสในการแสดงออก โดยเคารพสิทธิของผู้อื่น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งเสนอมุมมองที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึง ความจริง ความดี และความงามที่แท้จริง อันเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เจริญเติบโต พัฒนาสมรรถภาพและพรสวรรค์ของเขา

          การให้การศึกษาจําเป็นต้องทํางานด้วยความหวังและความเชื่อมั่น การให้การศึกษาเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ ทางสังคมอยู่เสมอ จึงควรตระหนักถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น การให้การศึกษายังหมายถึงการร่วมทางกับนักเรียนในการ แสวงหาความจริงและความงาม สําหรับสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม ประสิทธิภาพของการทํางานร่วมกันเกิดขึ้นได้จากการมีคุณค่าร่วมกันและการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์
เลขาธิการ
สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
24 สิงหาคม ค.ศ. 2020

รับรางวัลคริสตชนต้นแบบ

รับรางวัลคริสตชนต้นแบบ

ประเภทที่ 1 ผู้รับใช้พระคริสตเจ้า ด้ายความซื่อสัตย์และเสียสละ
บาทหลวงไพศาล เต็มอรุณรุ้ง อธิการโบสถ์นักบุญไมเกิล การีกอยส์ เชียงดาว
ต้นแบบ เป็นผู้มีความมั่นคงและซื้อสัตย์ต่อความเชื่อ ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เผยแผ่ความหลากหลายของชาติพันธุ์ โดยการนำวัฒนธรรมของชนเผ่าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ในความเชื่อของคริสตชน

ประชุมกรรมการคำสอนระดับชาติ 21-22 กรกฎาคม 2020 ที่บ้านผู้หว่าน สามพราน

ประชุมกรรมการคำสอนระดับชาติ 21-22 กรกฎาคม 2020 ที่บ้านผู้หว่าน สามพราน

คณะกรรมการคำสอนระดับชาติ มีชื่อทางการว่า คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกคริสตศาสนธรรม  มีประชุมทุก 6 เดือน ครั้งนี้มีสมาชิกร่วมประชุม 25 คน จาก 10 สังฆมณฑล (ขาด 8 คน)  คุณพ่อออกัสตินเปรมปรี  วาปีโส  จากโคราช  เป็นผู้อำนวยการ (ปีที่ 15 แล้ว)

                จากการรายงานของสังฆมณฑลต่างๆ  จากศูนย์อบรมคริสตศาสนธรรมระดับชาติ(NCC)  สาขาวิชาคริสตศาสนศึกษา  (วิทยาลัยแสงธรรม)  เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า  มีนาคม – มิถุนายน  ทำให้ไม่สามารถจัดคำสอนฤดูร้อน ที่ NCC และค่ายคำสอนในทุกสังฆมณฑล  นอกจากบางวัด บางสังฆมณฑลจัดแบบออนไลน์

                นักศึกษา สาขาวิชาคริสตศาสนศึกษา ปีนี้

ปี 1 (รุ่นที่ 20)  8 คน        พักที่ NCC  3 คน
ปี 2 (รุ่นที่ 19)  11 คน        พักที่ NCC 7 คน
ปี 3 (รุ่นที่ 18)  7 คน        พักที่ NCC 6 คน
ปี 4 (รุ่นที่ 17)   7 คน       พักที่ NCC 7 คน
ปี 5 (รุ่นที่ 16)  15 คน            พักที่ NCC 3 คน
รวม 48 คน                           รวม 26 คน

                ในการรายงานจากสังฆมณฑลต่างๆ เราเน้น

  1. การสร้างบุคลากร
  2. การอบรมต่อเนื่องสำหรับฆราวาส
  3. การจัดทำหลักสูตร และผลิตหนังสือคำสอน
  4. สื่อการสอน เพื่อการอภิบาลและการประกาศข่าวดี
  5. ฟื้นฟูชีวิตอาศัยพระวาจา
  6. วิถีชุมชนวัด
  7. ปัญหาและข้อเสนอ

                ผลจากการประชุม  นอกจากการรู้จักกัน  เพื่อประสานงานมิตรภาพ  และการแบ่งปันสื่ออุปกรณ์  เป็นพิเศษจากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ  และราชบุรี

ข้อตกลงร่วมกัน คือ

  1. จัดห้องสมุดของ NCC และศูนย์ต่างๆ สำรวจหนังสือ และจัดระบบเพื่อความสะดวกในการสืบค้นและต่อไป E-book
  2. เขียนบทความลง “แสงธรรมปริทัศน์”
  3. จัดสัมมนาบุคลากรศูนย์ฯ (ครั้งที่ 16)  วันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2021 ที่เชียงราย
  4. จัดเปิดตัวหนังสือคำสอนสำหรับเด็กและผู้ปกครองวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2020 ที่กรุงเทพฯ

เรารับรู้เรื่อง คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน  ฉบับใหม่ (25 มิถุนายน 2020)  และคู่มือเล่มใหม่สำหรับวัด  (20 กรกฎาคม 2020)  เพื่อสมาชิกในเขตวัดตระหนักว่า

  • ตนเป็นชุมชนธรรมทูต แห่งการประกาศข่าวดี 
  • ศีลมหาสนิทและคนจน เป็นศูนย์กลางชีวิตเขตวัด
  • ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ มีบทบาทของตน

                เราไปถวายมิสซาและรับประทานอาหารกับสมาชิกที่ศูนย์ซีซีด้วยทุกครั้งที่มีประชุม

ฟ. วีระ  อาภรณ์รัตน์

สัมมนาบาดหลวงทั่วถิ่นไทย ครั้งที่ 31

วันที่ 10-14 กรกฎาคม 2017 สัมมนาบาดหลวงทั่วถิ่นไทย ครั้งที่ 31  การอภิบาลครอบครัวในบริบทสัมคมปัจจุบัน : การป้องกันPrevention การเยียวยา Healling และการส่งเสริมชีวิตครอบครัวเข้มแข็ง Enriehment ณ บ้านผู้หว่าน

สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ เราใส่ใจและจะให้ความใส่ใจการอภิบาลครอบครัวในสังคมปัจจุบัน เราศึกษาความเป็นจริงของสภาพครอบครัวในปัจจุบัน… การวิจัยความจริงของชีวิตครอบครัวปัจจุบัน… ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอครัวที่อยู่กันหลายชั่วอายุคนรวมกัน และไม่มีบ้านเป็นของตนเอง หลายมิติของปัญหา รายได้ และความยากลำบากของครอบครัว เราศึกษา เอกสารเอกสารคำสอนของพระสันตะปาปาฟรังซิส… เป็นเวลาที่เราจะเดินเคียงข้างครอบครัว ช่วยเหลืออย่างจริงจัง เป็นเพื่อน เดินเคียงข้าง และพัฒนาการอภิบาลครอบครัวให้มากกว่าที่เคย… พระสันตะปาปาฟรังซิสเรียกร้องความจริงจัง ความรัก ความลึกซึ้ง และให้ความเคารพต่อชีวิตครอบครัวให้มากขึ้นในยุคปัจจุบันที่ซับซ้อนของครอบครัว เราต้องไตร่ตรองและใส่ใจจริงๆ เราไตร่ตรองจากเอกสารพระศาสนจักร… ต้องเดินเคียงข้างใกล้ชิด ไตร่ตรองความชัดเจน และบูรณาการช่วยเหลือความอ่อนแอหรือความเปราะบางของครอบครัว…สำคัญมากต้องให้ความใส่ใจ… กับการอภิบาลครอบครัว คงเป็นความงดงามขอพระศาสนจักรไทยที่เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มากกว่าที่เคย ขอบพระคุณพระเจ้า พวกเราบาดหลวงมารวมกันเพื่อเป้าหมายนี้ ขอพระองค์ทรงพระเมตตาช่วยเหลือให้เราสามารถมากกว่าทีเคยเพื่อครอบครัว

 

ที่มา : เว็บไซต์สังฆมณฑลกรุงเทพ http://www.catholic.or.th

01

ชุมนุมเยาวชนคาทอลิกระดับชาติครั้งที่ 32

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส แผนกเยาวชน ได้จัดค่ายผู้นำเยาวชนคาทอลิกระดับชาติขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเวียนไปจัดใน 10 สังฆมณฑล ในปีนี้สังฆมณฑลเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการชุมนุมเยาวชนคาทอลิกระดับชาติครั้งที่ 32 โอกาส “ปีศักดิ์สิทธิ์ พระศาสนจักรคาทอลิกไทย” ระหว่างวันที่ 12-17 ตุลาคม 2015 โดยใช้หัวข้อประจำงานว่า “ผู้มีใจเมตตา ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา” (มธ.5:7) มีเยาวชนเข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้จำนวน1,010 คน ประกอบไปด้วยเยาวชนไทยจาก 10 สังฆมณฑล , 4 องค์กร และเยาวชนจากประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ คือ ประเทศลาว, ประเทศเวียดนาม, ประเทศกัมพูชา และประเทศพม่า

วัตถุประสงค์ของการชุมนุมเยาวชนคาทอลิกระดับชาติครั้งนี้มี 4 ประการคือ

  1. เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง “ปีศักดิ์สิทธิ์ พระศาสนจักรคาทอลิกไทย”
  2. เพื่อให้เยาวชนได้รับการฟื้นฟูและไตร่ตรองด้านคำสอน เรียนรู้จิตตารมณ์แห่งรักและเมตตาของพระเจ้า
  3. เพื่อส่งเสริมความเชื่อ ความศรัทธา และการศึกษาพระวาจาแก่เยาวชน ผ่านทางพิธีบูชาขอบพระคุณการรับศีลอภัยบาป การภาวนาเทเซ่ การภาวนาแบบ Bibliodramaและการแบ่งปันพระวาจาแบบ LectioDivina
  4. เพื่อฝึกทักษะ การเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นกลุ่ม ให้แก่ทีมงานเยาวชน

การชุมนุมในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ  

ช่วงที่ 1 การร่วมชีวิตกับพี่น้องคริสตชน : ระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม ค.ศ.2015 เยาวชนจำนวน 400 คน เดินทางไปสัมผัสชีวิตที่เขตวัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ระหว่างทางได้หยุดพักที่บ้านธิดารักษ์ อ.จอมทอง เพื่อรับประทานอาหารและเปลี่ยนรถขึ้นดอยแล้วจึงเดินทางต่อไปยังโรงเรียนเซนต์โยเซฟแม่แจ่ม เพื่อปฐมนิเทศก่อนเข้าหมู่บ้านและกลับมาไตร่ตรองประสบการณ์  เยาวชนได้สัมผัสชีวิตอยู่กับชาวบ้าน และได้รับประสบการณ์ถึงความรักและความเมตตาของพระเจ้าผ่านทางการต้อนรับและความช่วยเหลือของชาวบ้าน

อนี่ง บิชอปโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีลได้อยู่ร่วมตลอดในช่วงการสัมผัสชีวิตและเป็นประธานในพิธีการส่งเยาวชนมาร่วมการชุมนุมต่อที่เชียงใหม่

ช่วงที่ 2 การชุมนุมเยาวชนและการเฉลิมฉลอง : ระหว่างวันที่ 14-17 ตุลาคม ค.ศ. 2015 มีเยาวชนประมาณ600 คนมาร่วมสมทบกับจำนวนเยาวชนที่ไปสัมผัสชีวิตบนดอย รวมทั้งสิ้น  1,010 คน  โดยใช้สถานที่ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่เป็นที่ชุมนุม

วันที่ 14 ตุลาคม 2015 บิชอปโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล รองประธานสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการชุมนุม โดยพระคุณเจ้าได้กล่าวเปิดงานและตีกลองสะบัดชัยอันเป็นเครื่องหมายถึงการเปิดการชุมนุมอย่างเป็นทางการ จากนั้นสังฆมณฑลเจ้าภาพได้จัดการแสดงเปิดการชุมนุมอย่างสวยงาม ตระการตา บอกเล่าถึงความงดงามแห่งวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งสวยงามในความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ และนำเยาวชนย้อนรอยกลับไปสู่ประวัติศาสตร์การแพร่ธรรม 350 ปีพระศาสนจักรคาทอลิกไทย ผ่านทางการแสดงแสงสีเสียง อย่างสง่าสมเกียรติ

ตลอดการชุมนุมในครั้งนี้ เยาวชนได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลอง “ปีศักดิ์สิทธิ์ พระศาสนจักรคาทอลิกไทย” โดยแบ่งเยาวชนออกเป็นกลุ่ม 4 กลุ่ม ตามชื่อนักบุญองค์อุปถัมภ์ประจำงานชุมนุมครั้งนี้ คือ กลุ่มยอห์น ปอลที่2, กลุ่มโฟสตินา, กลุ่มดอมินิก ซาวีโอ และกลุ่มบุดสี

การชุมนุมครั้งนี้เยาวชนได้รับการส่งเสริมด้านความเชื่อ ความศรัทธา ผ่านทางการรำพึงพระวาจาแบบ LectioDivinaการร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ การรับศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการคืนดี การภาวนาเทเซ่ การภาวนาแบบ Bibliodramaและที่สำคัญเยาวชนได้เรียนคำสอน เพื่อไตร่ตรองถึงความเชื่อในมิติต่างๆ โดยมีบิชอป บาดหลวงและซิสเตอร์ เป็นผู้สอน โดยมีหัวข้อการเรียนคำสอน ดังนี้
1. การศึกษาพระวาจาแบบ LectioDivinaเรื่องลูกล้างผลาญ (ลก 15:11-32)โดยบิชอปโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล
2. การเสวนากันฉันพี่น้องกับผู้มีความเชื่ออื่น โดย บิชอปยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์
3. เยาวชนในปีศักดิ์สิทธิ์มุ่งสู่การประกาศข่าวดีใหม่ โดย คุณพ่อปราโมทย์ นิลเพ็ชร
4. ศักดิ์ศรีมนุษย์และพระเมตตาของพระเจ้า โดย ซ.ศรีพิมพ์ ซาเวียร์

การเรียนคำสอนนี้ช่วยให้เยาวชนมีความเชื่อที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งบรรยากาศตลอดการชุมนุมเต็มไปด้วยความร่าเริงยินดี การแสดงออกถึงมิตรไมตรีและการรับใช้ ซึ่งเป็นบรรยากาศความรักและเมตตาแบบคริสตชน

ในวันที่ 17 ตุลาคม 2015 บิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณปิดการชุมนุม ร่วมกับบิชอปโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีลบิชอปยอห์น บอสโก ปัญญา กฤษเจริญและบิชอปยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ และมีบาดหลวงมาร่วมกว่า 50 คน  หลังพิธี คุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร ประธานการจัดงานได้กล่าวรายงานสรุปและได้เชิญพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์เป็นผู้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ร่วมงานทุกท่าน จากนั้น ได้มีพิธีส่งมอบธงเจ้าภาพจัดชุมนุมเยาวชนระดับชาติครั้งต่อไป โดยพระคุณเจ้าวีระได้ประกาศสังฆมณฑลที่จะเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปคือ สังฆมณฑลอุบลราชธานี และได้มีพิธีส่งมอบธงอย่างสง่า พร้อมกับชมการแสดงของสังฆมณฑลอุบลราชธานี

การจัดงานในครั้งนี้ดำเนินไปด้วยดี และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ทางคณะกรรมการจัดงานครั้งนี้ขอขอบคุณท่านที่ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้การจัดงานครั้งนี้สำเร็จไปด้วยดี

เลือกตั้งตำแหน่งสภาบิชอปฯ

....

เลือกตั้งตำแหน่งสภาบิชอปฯ
พ่อไปประชุมสภาบิชอปที่บ้านผู้หว่าน สามพราน ตั้งแต่วันที่ 14-17 กันยายน บิชอปทั้ง 10 สังฆมณทล มี มงซินญอร์วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการ  ผู้ช่วยเลขาฯ  4 คน   ภราดาทินรัตน์ คมกฤส  ฝ่ายทิศทางอภิบาล  ที่สุดได้มีการเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ใหม่  ที่สำคัญคือ

  1. พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิชประธาน
  2. บิชอป โยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล รองประธาน
  3. บิชอป ยอห์น บอสโก ปัญญากฤษเจริญ   เหรัญญิก
  4. บิชอป ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เลขาธิการ
    และขอเราร่วมใจอธิษฐานภาวนาเป็นพิเศษเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

บิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์
18 กันยายน ค.ศ. 2015

กิจกรรมฟังหนัง ดูสาระ ฟ. ฮีแลร์ เซ็นทรัล เชียงใหม่

เมื่อ วันที่ 19 กรกฎาคม 2015 สื่อมวลชนคาทอลิกสังฆมณฑลกรุงเทพ ร่วมกับสังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม ฟังหนัง ดูสาระ ในภาพยนตร์เรื่อง ฟ.ฮีแลร์ ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีแพล็กซ์ เซ็นทรัล เชียงใหม่ โดยมีแขกรับเชิญที่มาร่วมเสวนาในงานครั้งนี้ 3 ท่าน บิชอปวีระ อาภรณ์รัตน์ คุณพ่ออนุชา ไชยเดช และคุณณิชภูมิ ชัยอนันต์ (ผู้กำกับ) เครือเซนต์คาเบรียล และกิจกรรมฟังหนัง ดูสาระครั้งนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จำนวนผู้เข้าชม 290 ที่นั่ง หลังจากหนังจบ ผู้ชมได้ร่วมฟังเสวนา และฟังข้อคิดดีๆ จากผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่าน  โอกาสนี้ขอขอบคุณผู้กำกับและทีมงาน ที่สร้างหนังดีๆ ทำให้รู้จัก บราเดอร์ ฟ. ฮีแลร์ มากขึ้น สอดแทรกคำสอนและเรื่องราวของบราเดอร์ ฟ. ฮีแลร์

สัมมนาบาดหลวงระดับประเทศ ครั้งที่ 30

สัม มนาบาดหลวงระดับประเทศ ครั้งที่ 30 “350 ปี รากฐานพระศาสนจักรคาทอลิกไทย เปิดประตูสู่มิติใหม่งานประกาศข่าวดีของบาดหลวงไทย” 13-17 กรกฎาคม 2015 ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม

สัมมนา “ศักดิ์ศรีมนุษย์และการประกาศข่าวดี

ศูนย์ คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จัดการสัมมนาเรื่อง “ศักดิ์ศรีมนุษย์และการประกาศข่าวดี” โดย แมร์ฟรังซัวส์ ชีรานนท์และซ.ศรีพิมพ์ ซาเวียร์ เป็นวิทยากร มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวน 40 คน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2015 การสัมมนาในครั้งนี้ช่วยให้ผู้ร่วมสัมมนาตระหนักในปัญหาการค้ามนุษย์และเห็นคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อีกทั้งช่วยจุดประกายความคิดที่จะช่วยกันส่งเสริมและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเริ่มจากตัวเราแต่ละคนก่อน โดยมีการศึกษาเอกสาร “ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร” ซึ่งเป็นแนวทางที่พระศาสนจักรได้มอบให้

พิธีบวชบาดหลวง ยอห์น บัปติสต์ ศักดิ์ชัย บวรเดชภักดี

11639956_600070466801715_1598953587_o

“ท่านคือสงฆ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านคือสงฆ์นิรันดร์”

11639079_600070460135049_1705261247_o

คติพจน์

“ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า
ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้า ตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1: 38)

เมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2015  เวลา 10.00 น. ในโอกาสฉลองวัดอาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่ ได้มีการฉลองวัดพร้อมด้วยพิธีบวชบาดหลวง ยอห์น บัปติสต์ ศักดิ์ชัย บวรเดชภักดี คณะพื้นเมือง โดยบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ มาเป็นประธานในพิธี คุณพ่อเป็นสัตบุรุษเขตวัดพระวิสุทธิวงศ์ ห้วยบง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ คุณพ่อเป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ ซึ่งในโอกาสนี้มีพี่น้องสัตบุรุษทั้งจากพื้นราบและบนดอยมาร่วมแสดงความยินดีด้วยเป็น จำนวนกว่า 2,000 คน และบาดหลวงเข้าร่วมในพิธีกว่า 80 คน และพร้อมกันนี้หลังพิธีบวชบาดหลวงใหม่ คุณพ่อได้กล่าวขอบคุณ ผู้มีพระคุณต่อคุณพ่อทุกท่าน ที่ทำให้คุณพ่อได้มารับใช้พระเจ้าในวันนี้ มิสซาแรกของคุณพ่อ วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 2015   ณ วัดพระวิสุทธิวงศ์ ห้วยบง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่
คติพจน์ของคุณพ่อ
“ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้า ตามวาจาของท่านเถิด”  (ลก 1: 38)