ร่วมฉลองกับภราดาเซนต์คาเบรียล

ร่วมฉลองกับภราดาเซนต์คาเบรียล

17 ตุลาคม 2020 เวลา 10.00 น.

ชีวิตเป็นพระพร

ขอแสดงความยินดีกับภราดา เปาโล พงษ์พัฒน์   หวานเส  และภราดา ออกัสติน  วันวสันต์  สุกุล ที่สัญญาถวายชีวิต “นักบวช” ในคณะเซนต์คาเบรียล  ถือความบริสุทธิ์  ความยากจน   และความนบนอบ  เป็นเวลา  1 ปี

มีภราดา  เดชาชัย  ศรีพิจารณ์  เจ้าคณะบรรดาบราเดอร์  ซิสเตอร์  เยาวชน เด็กๆบ้านพรสวรรค์  ครอบครัวของภราดา  ทั้ง  2 จาก นครราชสีมา  และอำนาจเจริญ ฯลฯ  ประมาณ 250 คน มาร่วมพิธี

คณะเซนต์คาเบรียล  เข้ามาในประเทศไทยเกือบ  120 ปี  มาที่เชียงใหม่เกือบ  90 ปี   ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่อุทิศตน  เพื่อการศึกษาแก่เยาวชนของเรา

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  รายงาน

พิธีมอบอำลาหมู่ 4 บ้านมารีน่า เชียงใหม่

พิธีมอบอำลา หมู่ 4 บ้านมารีน่า เชียงใหม่

15 ตุลาคม 2020 เวลา 17.30 น.

บ้านมารีน่า  เชียงใหม่  จัดพิธีมิสซา ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานพระหรรษทานและโอกาสดีๆแก่เราทุกคน จนมีวันนี้  มี มอบเกียรติบัตร  แก่เยาวสตรี  7 คน (หมู่ 4) ที่สำเร็จการศึกษา  หลักสูตร ตัด เย็บ  ออกแบบเสื้อผ้า  โดยใช้เวลาการศึกษา  หนึ่งปีครึ่ง

            หลังจากมิสซา  มีรับประทานอาหาร   การฟ้อนและแสดงละคร รวมประมาณ 10 รายการของแต่ละหมู่  พี่ครู และศิษย์เก่า เรียกเสียงหัวเราะ และความชื่นชม แก่ผู้ปกครองและผู้ชม  มี คุณพ่อสายชล  คุณพ่อพิพัฒน์  และบราเดอร์ปี คณะ เยสุอิต มาร่วมรับประทานอาหาร  และชมการแสดงให้กำลังใจแก่คณะมารีนา ถึง 21.30 น.

            คณะธรรมทูตแห่งพระหฤทัยพระเยซูเจ้า  และพระนางมารีอา (คณะมารีน่า)  เข้ามาทำงานในสังฆมณฑลเชียงใหม่  ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 1965 (55 ปี) มี 3 บ้าน คือที่เชียงใหม่  พะเยา(เชียงราย)  และลำพูน  ปัจจุบันมีซิสเตอร์ ประมาณ 10 คน อัสปีรันต์ และผู้สนใจ 2-3 คน

            ขอบคุณซิสเตอร์  ศิษย์เก่า ครู และพี่ครู  ที่ทำงาน ให้แก่ศึกษาอบรม  จริยธรรม และทักษะชีวิตแก่เยาวชนของเราตลอดมา

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์   รายงาน
สิริ   เจริญธรรม     ถ่ายภาพ

ฉลองวัดแม่พระลูกประคำ ขุนยวม

ฉลองวัดแม่พระลูกประคำ ขุนยวม

9-10 ตุลาคม 2020 อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

ผมมีโอกาสมาเยี่ยมสัตบุรุษที่วัดแม่พระลูกประคำ  ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน  อีกครั้งหนึ่ง เป็นปีที่  31  แล้วที่มีชุมชนคริสตชนที่นี่  นึกถึงคุณพ่อฟรังซิสเซเวียร์  สนั่น  สันติมกุล  เป็นผู้ริเริ่ม  นึกถึง  คนจุ่น-หุ่ย  ผู้ทำบุญสร้างหอพัก ชาย  ค.ศ.1995  คุณวิเชียร-บุษบา  กิจวานิชย์  ผู้ทำบุญสร้างหอพักหญิง  ค.ศ.1998/พ.ศ. 2541  และผู้ทำบุญสร้างวัดแม่พระลูกประคำ

            ปัจจุบันคุณพ่อเปโตร ประภาส  สายธารวนาวาส  เป็นเจ้าอาวาส  คุณพ่อพิชิต  จำปาพยุง  เป็นผู้ช่วย  มีซิสเตอร์แม่ปอน  3 คน  มีครูนิทัศน์ดูแลนักเรียน  และ นางสาว ปาณิศา  ช่างสมบัติ  เพิ่งมาอยู่  มีนักเรียนอยู่ที่นี่  ประมาณ 40 คน (หญิงมากกว่าชาย)

            คุณพ่อวิวัฒน์  แพร่สิริ  และคุณกฤษฎา  จุลสุคนธ์  อาสาสมัครโคเออร์  มาประชุม อาสามัคร  16 หมู่บ้าน  วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม มีการรื้อฟื้นข้อตั้งใจ

19.00 น.  มีมิสซาเตรียมฉลองวัด คุณพ่อ  สุธี  เจริญกุล  เป็นประธาน

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม   มีสัตบุรุษมาร่วมฉลองวัด  ประมาณ 400 คน  มีพี่น้องชาวโม้งจากหมู่บ้านปางอุง    มีสวดสายประคำ ภาษาปกาเกอะญอ  ภาษาม้ง และภาษาไทย

            ระหว่างรับประทานอาหาร มีการแสดง 5 ชุด  ที่ เวทีใต้วัด  และมีการแข่งขันฟุตบอลด้วย

          ขอบคุณพระเจ้า  ที่โปรดให้ท้องฟ้าแจ่มใส  ในโอกาสฉลองวัด  และระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. 9 ที่สวรรคต ครบ 4 ปี ขอพระเจ้าทรงรับพระองค์ในสรวงสวรรค์

(ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  รายงาน)

เยี่ยมนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองแห้ง

เยี่ยมนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองแห้ง

บ่ายวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2020 คุณพ่อ ธรรมนูญ  จินดาดุจสายชล  เจ้าอาวาสวัดพระแม่มารีย์  หนองแห้ง จ.แม่ฮ่องสอน  ชวนให้พ่อแวะเยี่ยมโรงเรียนหนองแห้ง เวลา 15.00-16.00 น. เป็นทางผ่าน ไปขุนยวม  จึงไปเยี่ยมคุณครูจันทร์ทิพ  มือแป  ซึ่งเคยเรียน 2 ปี ที่ศูนย์อบรมการแพร่ธรรม  (NCC) สามพราน  (มีบิดาเคยเป็นครูคำสอน และน้องชาย  เป็นพระสงฆ์เยสุอิตด้วย)  มีนักเรียนประมาณ 100 คน  นักเรียนคาทอลิกประมาณ 70 จึงทักทายคุณครู  และนักเรียน เรื่องทำความดีเพื่อในหลวง ร.9  โอกาสครบ 4 ปี ของการเสด็จสวรรคต    “เกิดมาพึ่งกัน” และ “ เราทุกคนเป็นที่น้องกัน”

          จบด้วยการสวดข้าแต่พระบิดา วันทามารีอา….นักเรียนอนุบาลคนหนึ่งดวงตาเจ็บ เพราะอักเสบ มีหนอง  ฝากให้ครูช่วยพาไปหาหมอ    ขอบใจที่พ่อธรรมนูญชวนไปเยี่ยมโรงเรียนนี้นะครับ

(ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  รายงาน)

โครงการอาหารโลก ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

โครงการอาหารโลก ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

นับเป็นเกียรติ ที่องค์การสหประชาชาติ  ค.ศ.2020  โครงการอาหารโลก World Food Day (16 ตุลาคม) ได้รับรางวัลโนเบล  ปี 2020 สาขาสันติภาพ   ที่มีสมาชิก พยายามช่วยเหลือ เกือบ 100 ล้าน คน  ที่หิวโหย

แต่ข้อเท็จจริง  มีประมาณ 690 ล้านคนที่เข้านอน  แต่ท้องยังหิวทุกคืน  ในวิกฤตปัจจุบัน สาเหตุจาก  ข้อขัดแย้ง  อากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน  และยิ่งมีโรคระบาดไวรัสโควิด 19 จึงทวีความหิวยิ่งขึ้น

รางวัลนี้  เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความมั่นคงทางอาหาร  โดยที่เราร่วมมือกัน เมื่อเราต่อสู้ความหิว  เราก็ต่อสู้เพื่อสันติภาพด้วย

เมื่อคุณใจกว้าง  ก็ยิ่งช่วยโลกให้มีสันติภาพยิ่งขึ้น  ทุกกคนจะมีอาหารพอเพียงรับประทาน

ด้วยความขอบคุณจริง  และปรารถนาดี
Halcyon Garrette
UN  World Food Programme,โรม

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์   แปลสรุป (12 ตุลาคม 2020)
https://www.nobelprize.org/prizes/peace/2020/press-release

WORLD MISSION SUNDAY
วันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล 18 ตุลาคม 2020

WORLD MISSION SUNDAY
วันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล 18 ตุลาคม 2020

WORLD MISSION SUNDAY
วันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล
18 ตุลาคม 2020

สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 11 ได้ตั้งวันอาทิตย์แพร่ธรรม ใน ค.ศ. 1926 และในพระศาสนจักรคาทอลิกทั่วโลก ฉลองวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากลครั้งแรกในเดือนตุลาคม ค.ศ.1927 ให้ทุกสังฆมณฑลแสดงความเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน รับผิดชอบ ร่วมกันในการประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสตรัสว่า “ในปีนี้ที่เต็มไปด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า…ท้าทายต่อพันธกิจ ของพระศาสนจักรด้วยความเจ็บป่วย ความทุกข์ ความหวาดกลัว การแยกจากกัน ความยากจนของผู้ที่ตายตามลําพัง ผู้ถูกทอดทิ้ง ผู้สูญเสียงานและรายได้ ผู้ไม่มีบ้าน และอาหาร คําถามของพระเจ้า

“แล้วเราจะส่งใครไป” “ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ โปรดส่งข้าพเจ้าไปเถิด” (อสย 6:8)

ทั่วโลกพร้อมเพรียง ไม่สิ้นเสียงสายประคํา
– วันสายประคําโลก: วันเสาร์แรกของเดือนตุลาคม
“ร่วมรณรงค์ส่งเสริมความศรัทธาต่อการสวดสายประคำ
“ลูกจงสวดสายประคําทุกวัน เพื่อนําสันติภาพมาสู่โลก”
( แม่พระตรัสเมื่อประจักษ์ที่ฟาติมา )

ดังนั้น เดือนตุลาคม นอกจากเป็นเดือนรณรงค์ทั่วโลกพร้อมเพรียง ไม่สิ้นเสียงสายประคําทําบุญ ช่วยงานแพร่ธรรมในวันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาและ เชิญ ออกไป(เป็นคู่ๆ) เยี่ยมบุคคลที่ต้องการความ ช่วยเหลือ และกําลังใจคนยากจน เจ็บป่วย คนชรา ต่างความเชื่อที่อยู่ข้างวัด ในหมู่บ้าน ตามถนนในเขตวัด หรือชุมชนของเรา เป็นพิเศษเพื่อเป็นวันอาทิตย์แพร่ธรรมจริงๆ

การบริจาควันอาทิตย์แพร่ธรรมช่วยใคร สมณกระทรวงเพื่อการประกาศข่าวดีสู่ปวงชน นําปัจจัยไปช่วยครูคําสอน สามเณร แดนมิสซัง งานของนักบวช การสร้างวัด วัด(น้อย) บ้านเด็ก กําพร้า และโรงเรียน ในดินแดนมิสซังทั่วโลก โรงเรียน สอนเด็กๆ ยากจนมากๆ หลายประเทศ 1200 โรงเรียน

คลินิกดูแลผู้ป่วย ผู้กําลังสิ้นใจ 9,000 คน
นักบวชชายหญิง ด้านการอบรม 9,000 คน
เด็กกําพร้า ให้มีที่พักปลอดภัย 10,000 คน
สามเณร เตรียมเป็นพระสงฆ์ 30,000 คน

ทุกปี ความจําเป็นของพระศาสนจักรเพิ่มมากขึ้น มีสังฆมณฑลใหม่ บ้านเณรใหม่ เพราะมีเยาวชน ต้องการติดตามกระแสเรียก อีกทั้งมีสงคราม และภัยพิบัติธรรมชาติ ผู้อพยพที่ฟื้นฟูที่พักพิง ฯลฯ จึงต้องขอความช่วยเหลือจากเรา เป็นเรื่องด่วน

Pope’s message for World Mission Sunday 2020
Here am I. Send me(Is 6:8)

การเฉลิมฉลองวันแพร่ธรรมสากลเป็นโอกาสให้เรา
– อธิษฐานภาวนา สวดสายประคํา
– ไตร่ตรอง
– ให้ความช่วยเหลือด้านวัตถุ เงินบริจาค เพื่อสนับสนุนงานธรรมทูตที่ดําเนินการโดยสมณองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรม (PMS)

ขอพระแม่มารีย์…โปรดทรงวอนขอเพื่อเรา และทรงอุปถัมภ์ค้ำชูเราตลอดไปด้วยเทอญ”

ธนาคารทหารไทย สาขาช้างคลาน สาขาถนนช้างเผือก
ชื่อบัญชี มิสซังโรมันคาทอลิกเชียงใหม่
เลขที่บัญชี 527-2-00210-5

ธนาคารกรุงเทพ สาขาช้างคลาน
ชื่อบัญชี มิซซังโรมันคาทอลิกเชียงใหม่ (สํานักงาน)
เลขที่บัญชี 423-070162-7

จัดพิมพ์โดย มิสซังโรมันคาทอลิกเชียงใหม่
1 ตุลาคม 2020

ฉลองวัดนักบุญฟรังซิส ลำพูน 2020

ฉลองวัดนักบุญฟรังซิส ลำพูน 2020

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม วัดต่างๆใช้บทอ่านประจำวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา แต่ที่ลำพูน เป็นโอกาสฉลองวัดประจำปี ตรงวันที่ 4 ตุลาคม ที่ระลึกถึงนักบุญฟรังซิส ชาวอัสซีซี ผู้รักธรรมชาติ และศาสนสัมพันธ์


คุณพ่ออัตตีลีโอ เด บัตติสตี คอยต้อนรับสัตบุรุษ พระสงฆ์ และนักบวช ที่มาร่วมฉลอง ประมาณ 300 คน พิธีมิสซาเริ่ม 10.00 น.

มีพิธีโปรดศีลล้างบาป แก่เด็ก 1 คน
รับศีลมหาสนิทครั้งแรก 5 คน

มีซิสเตอร์ และเยาวชน บ้านมารีน่า ช่วยขับร้องเพลงพิธีกรรม และสถานที่, ชาวบ้าน และซิสเตอร์ ทำบุญอาหาร, คุณพ่อบรูโน รอสซี่ นำกาแฟบรูโน มาบริการชาวบ้าน


หลังพิธีมิสซามีสวดบทพระวาจา และมอบดอกไม้ แด่นักบุญฟรังซิส ฝนตกหนักหลังพิธีมิสซา ครู่หนึ่ง แดดออก อากาศสดชื่น ซิสเตอร์ และเยาวชนช่วยเก็บของ อย่างแข็งขัน


พ่อไปเยี่ยมบ้านใหม่ของซิสเตอร์ และสนทนากับเยาวชนศิษย์เก่าบ้านมารีน่าครู่ใหญ่


นักบุญฟรังซิส อัสซีซี รักธรรมชาติ ช่วยเหลือคนป่วย คนจน และสร้างสันติกับผู้ต่างความเชื่อ เป็นแบบอย่างแก่เรา

พระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ทรงลงพระนามสมณลิขิตที่ชื่อว่า “Fratelli tutti”

พระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ทรงลงพระนามสมณลิขิตที่ชื่อว่า "Fratelli tutti"

ณ อัสซีซี เช้าวันที่ 3 ตุลาคม 2020 ที่หน้าหลุมฝังศพของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี
 
พระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ทรงลงพระนามสมณลิขิตที่ชื่อว่า “Fratelli tutti” (เราทั้งผอง พี่น้องกัน) และวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งตรงกับ #วันฉลองนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี เวลาเที่ยงที่อิตาลี ( เวลาห้าโมงเย็นบ้านเรา) สมณลิขิตฉบับนี้
จะได้รับการเผยแพร่เป็นทางการ
 
น่าจะเข้ากับสถานการณ์บ้านเราได้ดี เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อวานนี้พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ให้จดหมายเวียนหรือสมณลิขิต (Encyclical Letter) ฉบับใหม่ ชื่อว่า Fratelli Tutti (ทุกคนหรือเราทั้งผองเป็นพี่น้องกัน) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสมณสาสน์เกี่ยวกับสังคมฉบับล่าสุดของพระศาสนจักร
 
ขอแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่านคร่าวๆ (เป็นคำแปลแบบไม่เป็นทางการ) เฉพาะข้อ 13-14 ซึ่งพระสันตะปาปาฟรันซิสได้พูดถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ที่สำคัญเข้ากับสถานการณ์ในบ้านเมืองเรา ณ เวลานี้เลยทีเดียว

13. ด้วยเหตุนี้เอง เขาสนับสนุนการทำลายความหมายของประวัติศาสตร์ซึ่งทำให้เกิดการทำลายรากฐาน การตระหนักถึงการแทรกซึมทางวัฒนธรรมของสิ่งที่เรียกว่า “ทำลายนิยม” ซึ่งให้ทำให้เสรีภาพของมนุษย์แสร้งทำเป็นสร้างทุกสิ่งขึ้นมาใหม่โดยเริ่มจากศูนย์ เหลือไว้เพียงแค่ความปรารถนาที่จะบริโภคอย่างไม่มีขีดจำกัดและการเพิ่มรูปแบบของปัจเจกนิยมที่หลากหลายมากขึ้นอย่างไร้กรอบกำกับ ในสถานการณ์เช่นนี้เราขอเสนอคำแนะนำที่เราได้เคยให้ไว้กับบรรดาเยาวชนว่า “ถ้าหากคนคนหนึ่งยื่นข้อเสนอประการหนึ่งแก่พวกเธอ และบอกพวกเธอให้เมินเฉยต่อประวัติศาสตร์ ให้มองข้ามประสบการณ์ของผู้อาวุโส ให้ละเลยต่อทุกสิ่งในอดีตและมองเพียงแค่อนาคตที่เขาจะมอบให้แก่พวกเธอ นี่อาจจะไม่ใช่วิธีง่ายๆที่จะดึงดูดพวกเธอด้วยข้อเสนอของเขาเพื่อทำให้พวกเธอปฏิบัติตามในสิ่งที่เขาบอกพวกเธอหรือ? คนๆนั้นต้องการให้พวกเธอว่างเปล่า ไร้รากยึดเหนี่ยว ไม่เชื่อมั่นในสิ่งใดเลย เพื่อพวกเธอจะได้มั่นใจที่จะทำตามคำสัญญาของเขาและตกอยู่ภายใต้แผนการของเขาเท่านั้น อุดมคติของสิ่งที่ต่างกันทำงานในรูปแบบนี้ ซึ่งทำลาย (หรือ ล้มล้าง) ทุกสิ่งที่ต่างจากพวกของตนและด้วยวิธีการนี้เอง เขาสามารถครอบงำได้โดยไม่มีการต่อต้าน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ พวกเขาจึงต้องการเยาวชนที่เมินเฉยต่อประวัติศาสตร์ เยาวชนที่ปฏิเสธความร่ำรวยทางจิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์ที่ได้รับการส่งผ่านมาจากรุ่นสู่รุ่น เยาวชนที่เมินเฉยต่อทุกสิ่งที่ล่วงหน้าเขามาก่อน

14. มันคือการล่าอาณานิคมเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ เราต้องไม่ลืมว่า “กลุ่มชนผู้แปลกแยกตัวเองออกจากวัฒนธรรมของตนเอง และ (โดยความบ้าคลั่งเชิงการเลียนแบบ, ความรุนแรงที่ถูกยัดเยียดให้, ความไม่ใส่ใจและความเฉื่อยชาที่เกินอภัยได้) ยอมทนให้วิญญาณถูกฉีกทิ้งนั้น ได้สูญเสียอัตลักษณ์ฝ่ายจิตวิญญาณ รวมทั้งรากฐานทางศีลธรรม และในที่สุดสูญเสียเสรีภาพทางอุดมคติ เศรษฐกิจ และการเมือง” วิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการทำลายมโนธรรมทางประวัติศาสตร์ ความคิดวิเคราะห์ และการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและกระบวนการรวมกลุ่มก็คือ การทำให้ความหมายว่างเปล่า และเปลี่ยนคำต่างๆเสียใหม่ ทุกวันนี้ คำว่า ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความยุติธรรม ความเป็นหนึ่งเดียว หมายความว่าอะไร? คำเหล่านี้ถูกครอบงำและเปลี่ยนรูปเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการครอบครอง ถูกทำให้เป็นชื่อที่ว่างเปล่าไร้เนื้อหา เพื่อจะได้ถูกนำไปใช้สร้างความชอบธรรมให้กับอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการ

(คุณพ่อบุญธรรม จากอิตาลี)

60 ปีชุมชนแห่งความเชื่อวัดอัครเทวดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ

60 ปีชุมชนแห่งความเชื่อวัดอัครเทวดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ

60 ปีชุมชนแห่งความเชื่อวัดอัครเทวดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ

วันที่ 26 กันยายน 2020 คริสตชนหมู่บ้านขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดให้มีพิธีบูชาขอบพระคุณเป็นเพิเศษ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งความเชื่อคริสตชน ของหมู่บ้าน

โอกาสนี้มีพี่น้องคริสตชนจากหมู่บ้านต่าง ๆ มาร่วมเป็นจำนวนมาก รวมทั้งบรรดานักบวชชาย หญิง ทั้งบรรดาพระสงฆ์ 37 องค์ โดยได้รับเกียรติจากบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ มุขนายกเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณครั้งนี้ และก่อนที่จะเริ่มพิธีบูชาขอบพระคุณ ได้มีพิธีเสกหอระฆังซึ่งสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกโอกาสครบรอบ 60 ปีของชุมชนคริสตชน และได้ให้ความหมายว่า เมื่อได้ยินเสียงระฆังเหมือนเสียงเรียกของพระเจ้าที่เรียกให้เรามาร่วมกันโมทนาคุณและสวดภาวนาขอพรจากพระองค์ สอดคล้องกับสุภาษิตของชนเผ่าปกาเกอะญอที่ว่า “เมื่อได้ยินเสียงฆ้อง (ระฆัง) ไม่ว่า เช่า สาย เที่ยง หรือบ่าย หรือค่ำ ให้รีบไปพระพระองค์ “ และพร้อมกันนี้ ได้มีสมาชิกได้รับศีลกำลังเพิ่มขึ้นอีก 5 คนด้วยกัน

ความเป็นมาของหมู่บ้านขุนแปะ
ความเป็นมาของหมู่บ้านขุนแปะ ก่อนที่จะเป็นหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอนั้น พื้นที่แห่งนี้ได้มีพี่น้องชนเผ่า ละว้า (ลั้ว) ได้มาตั้งรกรากที่บริเวณนี้มาก่อนแล้ว โดยมีหลักฐานที่พบได้ เช่น ก้อนอิฐ เศษอุปกรณ์เครื่องใช้เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ วัดร้าง ลูกปัด ซึ่งพบได้ตามสถานที่สำคัญ เช่น วัดร้าง ป่าช้า เป็นต้น ต่อมาเมื่อพี่น้องชนเผ่าละว้าได้อพยพย้ายออกไปที่อื่น และได้ทิ้งพื้นที่แห่งนี้เป็นที่รกร้าง จึงทำให้กลุ่มพี่น้องชนเผ่าปกาเกอะญอนั้น ได้อพยพมาจากเขตอำเภอแม่แจ่มเข้ามาตั้งหมู่บ้านที่ขุนแปะนี้ตามเชิงเขา โดยการนำของคุณลุงแอะเจะ ลุงเหมอะเลอะ และลุงพาเหล่อชอ ต่อมามีครอบครัวของคุณลุงพาเหล่อชอ ได้เข้ามาสมทบ และเนื่องจากคุณลุงพาอเหล่อชอสามารถพูดภาษาไทยได้คล่อง ประรู้จักกับทางราชการ จึงได้รับความไว้ใจจากเพื่อนบ้านเพื่อเป็นผู้ประสานกับทางราชการ และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทางราชการได้ประกาศให้พี่น้องชนเผ่าที่อยู่ตามบนดอยให้มาแจ้งความจำนงของการเข้าไปตั้งที่อยู่อาศัยตามบนดอย ทำให้ชาวบ้านมอบให้คุณลุงพาเหล่อชอเข้าไปติดต่อกับทางราชการเพื่อซื้อที่ดินขุนแปะผื่นนี้จากเจ้าเมืองเชียงใหม่โดยชาวบ้านได้ช่วยกันออกเงินรวมทั้งหมด 400 แถบ จึงทำให้ที่ดินผืนนี้มีชื่อของคุณลุงพาเหล่อชอ เป็นเจ้าของ ต่อมาปี พ.ศ. 2389 คุณลุงพาเหล่อชอได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก

งานประกาศข่าวดีเข้ามาที่บ้านขุนแปะ
ปี ค.ศ. 1953 เมื่อคณะสงฆ์พระหฤทัยพระเยซูเจ้าแห่งเบธาราม ได้อพยพออกจากประเทศจีน ด้วยเหตุผลทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงได้ขอเข้ามาทำงนแพร่ธรรมที่ภาคเหนือของประเทศไทย ที่เชียงใหม่ โดยมีคุณพ่อโฟญีนี คุณพ่อยอแซฟ เซกีน๊อต คุณพ่อโบนัต ได้เข้ามาตั้งศูนย์กลางแพร่ธรรมกับชนเผ่าปกาเกอะญอที่แม่ปอน และได้เดินทางขึ้นไปแพร่ธรรมกับพี่น้องที่หมู่บ้านขุนแปะโดยคุณพ่อยอแซฟ เซกีน๊อต โดยมีครูคำสอน นายซอลอย ดำรงอุษาศีล (Sau lwai) บิดาของคุณพ่ออนุพงษ์ ดำรงอุษาศีล เป็นผู้ร่วมงาน จึงทำให้ครอครัวของคุณลุงพาแค เป็นคริสตชนครอบครัวแรก จากนั้น 3 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 3 ครอบครัว ในช่วงแรก ได้รับการต่อต้านจากพี่น้องกลุ่มความเชื่อเดิม แต่ก็ไม่ทำให้พวกเขาย่อท้อ ต่อมาปี พ.ศ. 2507 คุณพ่อเซกีน๊อต ได้สร้างโบสถ์หลังแรกที่บ้านผาขาว อยู่เหนือบ้านขุนแปะขึ้นไป เสกโดยบิชอปลูเซียนลากอส์ต หลังจากนั้นเมื่อมีกลุ่มคริสตชนเพิ่มขึ้น ในปี พ.ศ. 2515 กลุ่มคริสตชนได้ย้ายลงมาสร้างวัดหลังที่ 2 ที่บ้านขุนแปะ และประกอบพิธีเสกโดย บิชอป ลูเซียน ลากอส์ต จากนั้นเมื่องานแพร่ธรรมได้ประสบความสำเร็จอย่างดี ทำให้จะต้องสร้างโบสถ์หลังที่ 3 (หลังปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2542 ด้วยคอนกรีต แข็งแรงสวยงาม และประกอบพิธีเสกโดย บิชอปยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์

ตั้งวัดอัครเทวาดราฟาแอล ขุนแปะ เป็นเขตวัด
ต่อมาปี ค.ศ.2017 สังฆมณฑลฯ เห็นว่าเริ่มมีจำนวนคริสตชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมีบุคลากรพระสงฆ์มากขึ้น จึงประกาศตั้งวัดอัครเทวาดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ เป็นศูนย์กลางเขตวัด แยกออกจากวัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ แม่ปอน โดยตั้งคุณพ่อติดคำ ใจเลิศฤทธิ์ เป็นเจ้าอาวาส และคุณพ่ออรุณ กาโน๊ะ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส จนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันวัดอัครเทวดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ มีวัดสาขาทั้งหมู่ 5 วัด มีคริสตชนทั้งหมด 1,775 คน กำลังเรียนคำสอนเตรียมตัวรับศีลล้างบาป 10 คน มีลูกวัดเป็นสามเณรระดับเณรใหญ่สังฆมณฑลเชียงใหม่ 1 คน เณรใหญ่นักบวช 1 คน

มีลูกวัดที่เป็นพระสงฆ์ทั้งหมด 6 องค์ สังกัดสังฆมณฑลเชียงใหม่ 3 องค์ คณะพระมหาไถ่ 1 องค์ คณะอิเดนเตส 1 องค์ คณะพระหฤทัยพระเยซูเจ้าแห่งเบธาราม 1 องค์ ลูกวัดเป็นซิสเตอร์ 6 คน ประกอบด้วย คณะภคินีแพร่ธรรมแห่งพระนางมารีผู้ปฏิสนธินิรมล (แม่ปอน) 4 คน คณะมารีอาบับบีนา 1 คน และคณะพระหฤทัยพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ 1 คน
โอกาสนี้บิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานในพิธี ให้ข้อคิดว่า เป็นการดีและโอกาสดีที่เราได้กลับมาทบทวนระลึกถึงความเป็นมาอดีตของการแพร่ธรรมที่เข้ามาในชุมชนของเรา และขอบพระคุณพระเจ้าที่ประทานพระพรและความรักให้กับเราผ่านทางบรรดามิชชันนารี โดยเฉพาะคณะเบธาราม จึงขอให้เรารักษาความเชื่อความศรัทธานี้สืบต่อไปอย่างเข้มแข็ง และให้เราสวดภาวนาเป็นพิเศษโดยเฉพาะการสวดสายประคำในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

คุณพ่อนิพจน์ เทียนวิหาร ซึ่งเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑลฯ องค์แรก ที่ได้เคยร่วมงานกับบรรดามิชชันนารีที่บ้านขุนแปะแห่งนี้ด้วยการทำงานด้านสังคมควบคู่กับการแพร่ธรรม ได้มาช่วยกันจัดตั้งกองบุญข้าวเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชุมชน เนื่องจากในช่วงแรกของหมู่บ้านขุนแปะนี้มีความยากลำบากและขาดแคลนข้าวรวมทั้งถูกเอาเปรียบจากผู้มีอิทธิพลด้วย คุณพ่อได้กล่าวว่า พระคุณเจ้าลูเซียนลาก๊อส์ต ได้ให้แนวคิดว่าถ้าหมู่บ้านใดเริ่มมีคริสตชน 4-5 ครอบครอบครัว ให้เริ่มสร้างวัดประจำหมู่บ้านเพื่อเป็นที่สวดภาวนาของชาวบ้าน และการจะดูว่าคริสตชนเรามีความเชื่อและจะเป็นผู้ใหญ่ก็เมื่อเห็นว่าพี่น้องคริสตได้มีการเข้าวัดสวดภาวนาและมีความรักมีการแบ่งปันแก่กันและกัน ซึ่งปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วในชุมชนบ้านขุนแปะของเรา
คุณพ่อณัฐพงษ์ แดงสวาท สงฆ์คณะพระมหาไถ่ ตัวแทนของลูกวัดที่เป็นพระสงฆ์นักบวช กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ความเชื่อได้เข้ามาที่หมู่บ้านครบ 60 ปีแล้ว และทำให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านความเชื่อและวัตถุภายนนอก ต้องขอบคุณพระเจ้า และสิ่งที่ขอบคุณพระเจ้าดีที่สุดคือการสืบทอดความเชื่อต่อไปของลูกหลานมีการสวดภาวนาอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

(คุณพ่อณรงค์ชัย หมั่นศึกษา)

มาถวายมิสซาที่ แจ้ห่ม

มาถวายมิสซาที่ แจ้ห่ม

หลังจากบวชสังฆานุกร  4 คน ที่วัดนักบุญเปาโล  ห้วยตอง จังหวัดเชียงใหม่  คุณพ่ออนุพงศ์  ดำรงอุษาศีล  กับผมเดินทาง บ่าย 2 โมง มาที่วัดราชินีแห่งสันติภาพ  อำเภอแจ้ห่ม  จังหวัดลำปาง   ใช้เวลาสามชั่วโมงกว่าๆ  พบคุณพ่อ  บรูโน  รอสซี  เจ้าอาวาส  และคุณพ่อ  ราฟาแอล  ผู้ช่วยเจ้าอาวาส  และคุณสเตฟาโน  อาสาสมัครชาวอิตาเลี่ยนอยู่เมืองไทย  เกือบ 10 ปี  แล้ว

            19.45  น. ร่วมสวดสายประคำกับเยาวชน 42 คน ที่ศูนย์คาทอลิกนี้

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน

            เนื่องจากไวรัสโคโรน่าช่วงสัปดาห์ศักดิ์  ไม่สามารถจัดพิธี  ศีลล้างบาปได้  คุณพ่อบรูโนจึงจัดในวันนี้  มีผู้ใหญ่  เยาวชน  และเด็กๆ  รับศีลล้างบาป  ประมาณ  10 คน  ผู้ใหญ่  และเยาวชน  รับศีลล้างบาป  ศีลกำลัง  และศีลมหาสนิท  ประมาณ 50 คน  จากหลายหมู่บ้าน  ทั้งอาข่า  ปกาเกอะญอ  ลาหู่  เมี้ยน  ฯลฯ งดงามดี

            พิธีมิสซาเริ่ม  10.15 น. เนื่องจากกลัวพายุฝนฟ้าคะนอง  จึงจัดในห้องประชุม มีสัตบุรุษประมาณ 300 คน หลังมิสซามีมอบสร้อยไม้กางเขน  แก่ ผู้รับศีลฯ  เด็กหญิงจิราภรณ์  แซ่ลี  ชั้น ป.3 เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณ  น่ารักมากพร้อมกับ ยาย (แต่เธอเรียกว่า แม่) เป็นผู้มอบของทีระลึก

            คุณพ่อบรูโน  กล่าวขอบใจครูคำสอน  และซิสเตอร์ที่ช่วยสอนคำสอน  และแจก ต้นโกโก้  คนละ 1 ต้น  โอกาสปีเลาดาโตซี

            คุณพ่อราฟาแอล  เสนอให้มิสซังจัดทำเนื้อหาคำสอน แก่เด็ก  และเยาวชนในศูนย์คาทอลิกของเราให้มีเนื้อหาเดียวกัน…  ผมรับไว้พิจารณา  แต่ก็เสนอไปว่า  บรรดาพระสงฆ์เรียนมาเยอะ  น่าจะช่วยสอนคำสอนทุกสัปดาห์  ก็จะดีไม่น้อย  เพราะปัญหาเยาวชนห่างวัด  ซึมเศร้า  เราตามแก้… ป้องกันไม่ทัน

คุณสเตฟาโน  ซาเวญาโก  ชาวอิตาเลี่ยน  อายุ  57 ปี อาสาสมัครช่วยทำอาหาร  อยู่เมืองไทยมาแล้ว 10 ปี  ทำให้ผมเห็นว่าเราต้องสำรวจ  ชาวคาทอลิกต่างประเทศที่มาอยู่เชียงใหม่  มีเท่าไหร่จะได้ช่วยกัน  อภิบาลพวกเขาบ้าง

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์  รายงาน