การแปลสมณสาส์น “ทุกคนเป็นพี่น้องกัน”

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ประกาศพิมพ์พระสมณสาส์น ฉบับใหม่ ชื่อ ทุกคนเป็นพี่น้องกัน (Fratelli Tutti )  เกี่ยวกับภราดรภาพ  และมิตรภาพทางสังคม   เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม  ค.ศ. 2020    เนื้อหามี 8 บท  จำนวน 287 ย่อหน้า (198 หน้า)  เซอร์มารี หลุยส์ พรฤกษ์งาม (SPC) กำลังแปล ได้ 220 ย่อหน้าแล้ว  ขอบคุณเซอร์มากที่ช่วยเร่งแปล  ผมขอนำคิด 3 ย่อหน้าแรก มาเสนอในสถานการณ์ปัจจุบัน

สมณสาส์น ทุกคนเป็นพี่น้องกัน (FRATELLI TUTTI)

  1. ทุกคนเป็นพี่น้องกัน” เป็นข้อความของนักบุญฟรังซิสอัสซีซี [1] ที่เขียนถึงบรรดาพี่น้องชายหญิงของท่าน เพื่อเสนอวิถีการดำ เนิน ชีวิตที่สอดคล้องกับพระวรสาร ในบรรดาคำแนะนำของท่านนั้น ข้าพเจ้า ขอเน้นประการหนึ่งที่ท่านนักบุญได้เชื้อเชิญให้เข้าสู่ความรักที่ก้าวข้าม อุปสรรคด้านภูมิศาสตร์และพื้นที่ ท่านประกาศว่าเป็นบุญของผู้ที่รัก ผู้อื่น “ได้มากเท่ากัน ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันหรืออยู่ด้วยกัน” [2] กล่าว โดยสรุปคือ ท่านนักบุญได้แสดงให้เห็นถึงแก่นแท้ของภราดรภาพที่ เปิดกว้าง ยอมรับ ให้คุณค่า และรักทุกผู้ทุกคน โดยเป็นอิสระจาก ความใกล้ชิดทางกายภาพ และไม่ว่าบุคคลนั้นจะเกิดที่ไหน หรืออาศัย อยู่ที่ใดก็ตาม
  2. ท่านนักบุญฟรังซิส ซึ่่งเป็นนักบุญแห่งความรักฉันพี่น้อง ความ เรียบง่ายและความชื่นชมยินดี ท่านเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าเขียน สมณสาส์น “ขอสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า” (Laudato si’) และ ในครั้งนี้ ท่านนักบุุญได้ผลักดันข้าพเจ้าให้อุทิศสมณสาส์นฉบับใหม่นี้ เพื่อภราดรภาพและมิตรภาพทางสังคม อันที่จริง ท่านนักบุุญฟรังซิส รู้สึกว่าตัวท่านเป็นพี่่น้องกับดวงอาทิตย์ ทะเล และสายลม และท่าน ยังเป็นหนึ่งเดียวกับบรรดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ท่านได้หว่านสันติภาพ ไปทั่ว และเดินเคียงข้างกับผู้ยากจน ผู้ถูก ทอดทิ้ง ผู้ป่วย ผู้อยู่ชายขอบ สังคม และพี่น้องผู้ต่ำต้อยทั้งหลาย

    ปราศจากพรมแดน

 3. ช่วงหนึ่งในชีวิตของท่านนักบุญฟรังซิส ได้แสดงให้เราเห็นถึง หัวใจของท่านที่ไร้พรมแดน ท่านสามารถก้าวข้ามระยะห่างเรื่อง ต้นกำ เนิด เชื้อชาติ สีผิว หรือศาสนา เมื่อครั้งที่ท่านไปเยี่ยมสุลต่าน มาลิค เอล กามิล (Malik-el-Kamil) ในอียิปต์ ซึ่งเป็นการเดินทาง ที่ท่านต้องใช้ความพยายามมาก เพราะความยากจนของท่าน รวมทั้ง ระยะทางที่ห่างไกล แตกต่างทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และศาสนา การเดินทางเช่นนี้ในช่วงประวัติศาสตร์ที่มีสงครามครูเสด ยิ่งแสดง ให้เห็นมากยิ่งขึ้นถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่ท่านปรารถนาจะเป็น ประจักษ์พยาน และต้องการโอบกอดมนุษย์ทุกคน ความซื่อสัตย์ของ ท่านต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนกับความรักที่ท่านมีต่อ พี่น้องชายหญิง แม้ว่าท่านนักบุญฟรังซิสทราบดีถึงความยากลำ บาก และภยันตราย แต่ท่านก็เดินทางไปพบสุลต่าน ด้วยท่าทีแบบเดียวกับ ที่ท่านได้ขอร้องบรรดาศิษย์ของท่าน คือไม่ปฏิเสธอัตลักษณ์ของพวกเขา เมื่อ “อยู่ท่ามกลางชาวมุสลิม (Saracens) และผู้ที่ไม่เชื่อ…ต้อง ไม่ทะเลาะวิวาท แต่ยอมอยู่ใต้มนุษย์ทุกคน เพราะเห็นแก่พระเจ้า” [3] ในบริบทเช่นนี้ จึงเป็นคำสั่งสอนที่พิเศษ หลังจากเวลาผ่านไป 800 ปีแล้ว เรารู้สึกประทับใจว่านักบุญฟรังซิสเชื้อเชิญให้หลีกเลี่ยงความ ก้าวร้าวหรือความขัดแย้งทุกรูปแบบ รวมทั้งให้ดำ เนินชีวิต “ยอมตน” อย่างสุภาพและเป็นพี่น้อง ทั้งต่อผู้ที่มิได้มีความเชื่อเดียวกัน

ฟ.วีระ  อาภรณ์รัตน์

Recommended Posts