60 ปีชุมชนแห่งความเชื่อวัดอัครเทวดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ

60 ปีชุมชนแห่งความเชื่อวัดอัครเทวดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ

วันที่ 26 กันยายน 2020 คริสตชนหมู่บ้านขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดให้มีพิธีบูชาขอบพระคุณเป็นเพิเศษ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งความเชื่อคริสตชน ของหมู่บ้าน

โอกาสนี้มีพี่น้องคริสตชนจากหมู่บ้านต่าง ๆ มาร่วมเป็นจำนวนมาก รวมทั้งบรรดานักบวชชาย หญิง ทั้งบรรดาพระสงฆ์ 37 องค์ โดยได้รับเกียรติจากบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ มุขนายกเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณครั้งนี้ และก่อนที่จะเริ่มพิธีบูชาขอบพระคุณ ได้มีพิธีเสกหอระฆังซึ่งสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกโอกาสครบรอบ 60 ปีของชุมชนคริสตชน และได้ให้ความหมายว่า เมื่อได้ยินเสียงระฆังเหมือนเสียงเรียกของพระเจ้าที่เรียกให้เรามาร่วมกันโมทนาคุณและสวดภาวนาขอพรจากพระองค์ สอดคล้องกับสุภาษิตของชนเผ่าปกาเกอะญอที่ว่า “เมื่อได้ยินเสียงฆ้อง (ระฆัง) ไม่ว่า เช่า สาย เที่ยง หรือบ่าย หรือค่ำ ให้รีบไปพระพระองค์ “ และพร้อมกันนี้ ได้มีสมาชิกได้รับศีลกำลังเพิ่มขึ้นอีก 5 คนด้วยกัน

ความเป็นมาของหมู่บ้านขุนแปะ
ความเป็นมาของหมู่บ้านขุนแปะ ก่อนที่จะเป็นหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอนั้น พื้นที่แห่งนี้ได้มีพี่น้องชนเผ่า ละว้า (ลั้ว) ได้มาตั้งรกรากที่บริเวณนี้มาก่อนแล้ว โดยมีหลักฐานที่พบได้ เช่น ก้อนอิฐ เศษอุปกรณ์เครื่องใช้เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ วัดร้าง ลูกปัด ซึ่งพบได้ตามสถานที่สำคัญ เช่น วัดร้าง ป่าช้า เป็นต้น ต่อมาเมื่อพี่น้องชนเผ่าละว้าได้อพยพย้ายออกไปที่อื่น และได้ทิ้งพื้นที่แห่งนี้เป็นที่รกร้าง จึงทำให้กลุ่มพี่น้องชนเผ่าปกาเกอะญอนั้น ได้อพยพมาจากเขตอำเภอแม่แจ่มเข้ามาตั้งหมู่บ้านที่ขุนแปะนี้ตามเชิงเขา โดยการนำของคุณลุงแอะเจะ ลุงเหมอะเลอะ และลุงพาเหล่อชอ ต่อมามีครอบครัวของคุณลุงพาเหล่อชอ ได้เข้ามาสมทบ และเนื่องจากคุณลุงพาอเหล่อชอสามารถพูดภาษาไทยได้คล่อง ประรู้จักกับทางราชการ จึงได้รับความไว้ใจจากเพื่อนบ้านเพื่อเป็นผู้ประสานกับทางราชการ และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทางราชการได้ประกาศให้พี่น้องชนเผ่าที่อยู่ตามบนดอยให้มาแจ้งความจำนงของการเข้าไปตั้งที่อยู่อาศัยตามบนดอย ทำให้ชาวบ้านมอบให้คุณลุงพาเหล่อชอเข้าไปติดต่อกับทางราชการเพื่อซื้อที่ดินขุนแปะผื่นนี้จากเจ้าเมืองเชียงใหม่โดยชาวบ้านได้ช่วยกันออกเงินรวมทั้งหมด 400 แถบ จึงทำให้ที่ดินผืนนี้มีชื่อของคุณลุงพาเหล่อชอ เป็นเจ้าของ ต่อมาปี พ.ศ. 2389 คุณลุงพาเหล่อชอได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก

งานประกาศข่าวดีเข้ามาที่บ้านขุนแปะ
ปี ค.ศ. 1953 เมื่อคณะสงฆ์พระหฤทัยพระเยซูเจ้าแห่งเบธาราม ได้อพยพออกจากประเทศจีน ด้วยเหตุผลทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงได้ขอเข้ามาทำงนแพร่ธรรมที่ภาคเหนือของประเทศไทย ที่เชียงใหม่ โดยมีคุณพ่อโฟญีนี คุณพ่อยอแซฟ เซกีน๊อต คุณพ่อโบนัต ได้เข้ามาตั้งศูนย์กลางแพร่ธรรมกับชนเผ่าปกาเกอะญอที่แม่ปอน และได้เดินทางขึ้นไปแพร่ธรรมกับพี่น้องที่หมู่บ้านขุนแปะโดยคุณพ่อยอแซฟ เซกีน๊อต โดยมีครูคำสอน นายซอลอย ดำรงอุษาศีล (Sau lwai) บิดาของคุณพ่ออนุพงษ์ ดำรงอุษาศีล เป็นผู้ร่วมงาน จึงทำให้ครอครัวของคุณลุงพาแค เป็นคริสตชนครอบครัวแรก จากนั้น 3 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 3 ครอบครัว ในช่วงแรก ได้รับการต่อต้านจากพี่น้องกลุ่มความเชื่อเดิม แต่ก็ไม่ทำให้พวกเขาย่อท้อ ต่อมาปี พ.ศ. 2507 คุณพ่อเซกีน๊อต ได้สร้างโบสถ์หลังแรกที่บ้านผาขาว อยู่เหนือบ้านขุนแปะขึ้นไป เสกโดยบิชอปลูเซียนลากอส์ต หลังจากนั้นเมื่อมีกลุ่มคริสตชนเพิ่มขึ้น ในปี พ.ศ. 2515 กลุ่มคริสตชนได้ย้ายลงมาสร้างวัดหลังที่ 2 ที่บ้านขุนแปะ และประกอบพิธีเสกโดย บิชอป ลูเซียน ลากอส์ต จากนั้นเมื่องานแพร่ธรรมได้ประสบความสำเร็จอย่างดี ทำให้จะต้องสร้างโบสถ์หลังที่ 3 (หลังปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2542 ด้วยคอนกรีต แข็งแรงสวยงาม และประกอบพิธีเสกโดย บิชอปยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์

ตั้งวัดอัครเทวาดราฟาแอล ขุนแปะ เป็นเขตวัด
ต่อมาปี ค.ศ.2017 สังฆมณฑลฯ เห็นว่าเริ่มมีจำนวนคริสตชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมีบุคลากรพระสงฆ์มากขึ้น จึงประกาศตั้งวัดอัครเทวาดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ เป็นศูนย์กลางเขตวัด แยกออกจากวัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ แม่ปอน โดยตั้งคุณพ่อติดคำ ใจเลิศฤทธิ์ เป็นเจ้าอาวาส และคุณพ่ออรุณ กาโน๊ะ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส จนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันวัดอัครเทวดาราฟาแอล บ้านขุนแปะ มีวัดสาขาทั้งหมู่ 5 วัด มีคริสตชนทั้งหมด 1,775 คน กำลังเรียนคำสอนเตรียมตัวรับศีลล้างบาป 10 คน มีลูกวัดเป็นสามเณรระดับเณรใหญ่สังฆมณฑลเชียงใหม่ 1 คน เณรใหญ่นักบวช 1 คน

มีลูกวัดที่เป็นพระสงฆ์ทั้งหมด 6 องค์ สังกัดสังฆมณฑลเชียงใหม่ 3 องค์ คณะพระมหาไถ่ 1 องค์ คณะอิเดนเตส 1 องค์ คณะพระหฤทัยพระเยซูเจ้าแห่งเบธาราม 1 องค์ ลูกวัดเป็นซิสเตอร์ 6 คน ประกอบด้วย คณะภคินีแพร่ธรรมแห่งพระนางมารีผู้ปฏิสนธินิรมล (แม่ปอน) 4 คน คณะมารีอาบับบีนา 1 คน และคณะพระหฤทัยพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ 1 คน
โอกาสนี้บิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานในพิธี ให้ข้อคิดว่า เป็นการดีและโอกาสดีที่เราได้กลับมาทบทวนระลึกถึงความเป็นมาอดีตของการแพร่ธรรมที่เข้ามาในชุมชนของเรา และขอบพระคุณพระเจ้าที่ประทานพระพรและความรักให้กับเราผ่านทางบรรดามิชชันนารี โดยเฉพาะคณะเบธาราม จึงขอให้เรารักษาความเชื่อความศรัทธานี้สืบต่อไปอย่างเข้มแข็ง และให้เราสวดภาวนาเป็นพิเศษโดยเฉพาะการสวดสายประคำในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

คุณพ่อนิพจน์ เทียนวิหาร ซึ่งเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑลฯ องค์แรก ที่ได้เคยร่วมงานกับบรรดามิชชันนารีที่บ้านขุนแปะแห่งนี้ด้วยการทำงานด้านสังคมควบคู่กับการแพร่ธรรม ได้มาช่วยกันจัดตั้งกองบุญข้าวเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชุมชน เนื่องจากในช่วงแรกของหมู่บ้านขุนแปะนี้มีความยากลำบากและขาดแคลนข้าวรวมทั้งถูกเอาเปรียบจากผู้มีอิทธิพลด้วย คุณพ่อได้กล่าวว่า พระคุณเจ้าลูเซียนลาก๊อส์ต ได้ให้แนวคิดว่าถ้าหมู่บ้านใดเริ่มมีคริสตชน 4-5 ครอบครอบครัว ให้เริ่มสร้างวัดประจำหมู่บ้านเพื่อเป็นที่สวดภาวนาของชาวบ้าน และการจะดูว่าคริสตชนเรามีความเชื่อและจะเป็นผู้ใหญ่ก็เมื่อเห็นว่าพี่น้องคริสตได้มีการเข้าวัดสวดภาวนาและมีความรักมีการแบ่งปันแก่กันและกัน ซึ่งปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วในชุมชนบ้านขุนแปะของเรา
คุณพ่อณัฐพงษ์ แดงสวาท สงฆ์คณะพระมหาไถ่ ตัวแทนของลูกวัดที่เป็นพระสงฆ์นักบวช กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ความเชื่อได้เข้ามาที่หมู่บ้านครบ 60 ปีแล้ว และทำให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านความเชื่อและวัตถุภายนนอก ต้องขอบคุณพระเจ้า และสิ่งที่ขอบคุณพระเจ้าดีที่สุดคือการสืบทอดความเชื่อต่อไปของลูกหลานมีการสวดภาวนาอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

(คุณพ่อณรงค์ชัย หมั่นศึกษา)

Recommended Posts