ครูคำสอนแสวงบุญอิสราเอล ระหว่างวันที่ 12-19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014
คุณนวลฉวีได้เกริ่นกับพ่อต้นเดือนตุลาคม 2013 ว่า “อยากให้ครูคำสอนที่ไม่เคยไปอิสราเอลมีโอกาสไปจาริกแสวงบุญแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ จะได้เข้าใจดียิ่งขึ้น เพื่อจะได้ไปสอนเด็ก เยาวชน และคนอื่นได้ดีขึ้น โดยจัดที่พักราคาถูกๆ โรงแรมระดับสามดาวก็พอ” ส่วนพ่อเองอยากให้กำลังใจครูคำสอนอีกครั้ง โดยทั่วๆ ไปเราก็ตระหนักดีว่าครูคำสอนได้รับค่าตอบแทนไม่มากนัก จึงเขียนจดหมายหนึ่งฉบับแนบรายการแสวงบุญ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2013 ขอช่วยให้ครูบินก่อน ผ่อนทีหลัง ศูนย์คำสอนกรุงเทพฯ ได้ช่วยประชาสัมพันธ์ คณะทัวร์จึงได้เดินทางไปเทลอาวีฟ เยี่ยมสถานที่ 27 แห่ง โดยค้างคืนที่นาซาเร็ธ 2 คืน และเบธเลเฮม 3 คืน
คู่มือแนะแนวการสอนคำสอนในประเทศไทย กล่าวถึง ครูคำสอนฆราวาส ว่า (ข้อ 141) “กระแสเรียกของฆราวาสในด้านการสอนคำสอนมาจากศีลล้างบาป ได้รับการเสริมพลังด้วยการรับศีลกำลัง พวกเขาจึงมีส่วนร่วมใน “งานศาสนบริการของพระคริสตเจ้าในฐานะสงฆ์ ประกาศก และกษัตริย์” นอกเหนือจากกระแสเรียกทั่วไปให้ทำงานแพร่ธรรมแล้ว ฆราวาสบางคนได้รับการเรียกเป็นพิเศษให้มาเป็นครูคำสอน ซึ่งได้รับการเรียกจากพระจิตเจ้ามาสู่พันธกิจของพระศาสนจักรภายใต้การนำของบิชอป และเป็นผู้ประสานงานอย่างพิเศษกับกิจกรรมแพร่ธรรมของพระศาสนจักร (เทียบคู่มือครูคำสอน ข้อ 2) พระศาสนจักรเห็นถึงความสำคัญของกระแสเรียกนี้ (เทียบ GDC 231) ‘ในปัจจุบันนี้ เนื่องจากมีบาทหลวงและนักบวชน้อยลงสำหรับเทศน์สอน และงานอภิบาลคริสตชนซึ่งมีจำนวนมาก หน้าที่ของผู้สอนคำสอนจึงมีความสำคัญมาก ฉะนั้นการอบรมผู้สอนคำสอนจึงต้องทำอย่างดี และให้เหมาะสมกับความเจริญทางวัฒนธรรม จนเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ของเขาได้อย่างดีที่สุดในฐานะเป็นผู้ร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพของบาทหลวง’ (AG 17)ครูคำสอน เป็นบุคคลสำคัญในงานสร้างชุมชนคริสตชนกลุ่มย่อย ช่วยงานคำสอนในเขตวัดและสถาบันศึกษา งานคำสอนและงานอภิบาลจะบังเกิดผลสำเร็จเพียงใด ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตที่ดีของครูคำสอนมากกว่าวิธีการและสื่ออุปกรณ์” (ข้อ 142)เราทราบดีว่าพระวรสารมี 4 ฉบับ เขียนโดยนักบุญมัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น เวลาที่เราไปถวายมิสซาที่วัดแห่งหนึ่งของคณะฟรังซิสกัน คุณพ่อผู้ดูแลวัดได้บอกว่า “การมาแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เป็นการอ่านพระวรสารฉบับที่ 5” แม้ว่าหลายคนยังต้องผ่อนทีหลัง แต่พวกเราก็ประทับใจในพระพรที่ท้องฟ้าแจ่มใส ทุกคนปลอดภัย ได้กำลังใจในโอกาสนี้ และขอบคุณผู้บริหารทุกท่านและอับรอดอินเตอร์ที่ได้สนับสนุนครูคำสอนหมายเหตุ ผมเอาหนังสือ แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เขียนโดยบาทหลวงวรยุทธ กิจบำรุง (สิงหาคม 2002) และ ภาพจากที่เกิดเหตุ เหตุเกิดที่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ โดยคุณพ่ออนุชา ไชยเดช (ธันวาคม 2553) จัดพิมพ์โดยสื่อมวลชนคาทอลิกฯ ไปประชาสัมพันธ์ด้วย
อัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอ...สำหรับพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่าลูกของพระองค์เหมาะสมกับสิ่งใดและวันหนึ่ง หลังจากการเหน็ดเหนื่อยถ้อแท้จากการทำงาน (ครูคำสอน) มานานจนทำให้เราอยากเดินหนีพระองค์อัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ และมอบให้กับเราคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่เพื่อเติมพลังและตอกย้ำความต้องการความช่วยเหลือจากเราอย่างมากในงานของพระองค์ โดยการเรียกเราเข้าร่วมเดินตามรอยพระองค์ ณ แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ทรงผ่านการทำงานอย่างหนักมาแล้ว เพื่อให้เราได้เห็นและสัมผัสกับสิ่งที่พระองค์ทรงผ่านความยากลำบากมาแล้วอย่างมากมายทุกที่ ที่ไปเราได้สัมผัสและรู้สึกประทับใจ ตื้นตันใจเป็นอย่างมาก แต่ที่สุดแห่งความประทับใจ คือสถานที่ที่พระเยซูเจ้าทรงรับทรมาน เนินเขากัลป์วาลิโอ ไปจนถึงที่ฝังพระศพของพระเยซูเจ้า เพราะขณะที่กำลังเดินไปตามแต่ละจุดต่างๆ ทำให้เราระลึกถึงภาพและเหตุการณ์จริงที่พระเยซูเจ้าได้ทรงสละพระองค์เองเป็นเครื่องหมายแห่งความรักและเสียสละตนเองอย่างแท้จริงเพื่อเราคนบาปทั้งหลายเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงทำให้เกิดความตั้งใจขึ้นว่า เราครูคำสอนต้องเป็นพยานยืนยันถึงความรักของพระเจ้า ด้วยการ บอกเรื่องราวของพระองค์ด้วยกิจการและวาจาด้วยความเพียรพยามยามอย่างเต็มความสามารถเทเรซา ทิวาพร ปั้นทอง สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี



