Skip to content

วันอาทิตย์ใบลาน พระมหาทรมาน 20 มีนาคม 2016

วันอาทิตย์ใบลาน พระมหาทรมาน 20 มีนาคม 2016

บทอ่าน แห่ใบลาน ลก 19:28-40 มิสซา อสย 50:4-7 ; ฟป 2:6-11 ; ลก 22:14-23:56 พระวรสารสัมพันธ์กับ คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก (CCC) 162, 333, 440, 441, 443, 532, 551-2 ประมวลคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร (CSDC) 193, 379 จุดเน้น เราทุกคนร่วมส่วนกับผู้รับใช้ผู้รับทุกข์ทรมานสัปดาห์นี้ให้เราอยู่กับพระคริสตเจ้า  พยายามเข้าใจความชั่วร้าย (ในสังคม)  แม้ไม่มีคำตอบให้ต่อคำถามว่าทำไมจึงมีความชั่วร้าย  แต่ก็ขอให้เราร่วมกับพระคริสตเจ้ารับพระทรมาน  ธรรมล้ำลึกสุดท้าย คือ บาปโน้มนำเราให้เป็นปฏิปักษ์กับพระเจ้า    การต่อต้านนี้คือสาเหตุสำคัญของความทุกข์ทรมานของมนุษย์ทุกคน    การแตกแยกจากต้นกำเนิดแห่งความสุขของเรา  เราทุกคนทำบาป  เราทำบาป  นำความชั่ว  และความทุกข์ลำเค็ญเข้ามาในโลกแล้วเราจะจัดการมันอย่างไร  เราจะจัดการความชั่วจากพระคริสตเจ้าได้อย่างไร  เหตุการณ์ต่างๆ ในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้ให้คำตอบเราเสียงในบทอ่านแรกวันนี้เป็นเสียงของผู้รับใช้ผู้รับทุกข์ทรมานในหนังสือพันธสัญญาเดิม  มิได้เป็นพระเมสสิยาห์เท่านั้น  แต่เป็นผู้แทนชาวอิสราเอลด้วย คือ ชุมชนของผู้รับทุกข์ทรมาน  คุณธรรมแรกที่ต้องแบ่งปัน คือ ความสงสาร (เห็นอกเห็นใจ)  หมายความถึงการ “ร่วมรับทุกข์กับ”  และนี่จึงเป็นการตอบคำถามว่าเราต้องจัดการความทุกข์ได้อย่างไรพระเจ้าทรงรู้ว่าเราไม่มีกำลังพอ  พระองค์ทรงรักเรา  ทรงเสด็จมาอยู่ท่ามกลางเรา  เห็นอกเห็นใจ  ทรงร่วมรับทุกข์ทรมาน  ซึ่งเป็นผลของความชั่ว    พระเยซูคริสตเจ้า  บุตรพระเจ้า  ทรงรับสภาพมนุษย์  ทรงทำให้เรามีกำลัง  เลียนแบบชีวิตของพระองค์เราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปและศีลกำลัง  ก็มีส่วนในพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า  ในเวลาเดียวกัน  ศีลมหาสนิท  ในฐานะเป็นพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้าด้วยศีลมหาสนิทสร้างพระศาสนจักร  และพระศาสนจักรก็มีศีลมหาสนิท  พระศาสนจักรมิได้มาจากพระคัมภีร์  พระศาสนจักรมาจากศีลมหาสนิท  ต่อมาจึงผลิตพระคัมภีร์  ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปและศีลกำลัง  ได้รับศีลมหาสนิท  จึงเกิดพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า  ดังนั้นเราทุกคนร่วมกับผู้รับใช้ผู้ทนทุกข์  นั่นคือพิธีกรรมต่างๆ ในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้ในจดหมายถึงชาวโคโลสี  นักบุญเปาโลเขียนเกี่ยวกับความทรมานว่า “บัดนี้ข้าพเจ้ายินดีที่ได้รับความทุกข์ทรมาน  เพื่อท่านทั้งหลาย  ความทรมานของพระคริสตเจ้ายังขาดสิ่งใด  ข้าพเจ้าก็เสริมให้สมบูรณ์ในกายของข้าพเจ้า  เพื่อพระกายของพระองค์คือพระศาสนจักร...”  (คส 1:24)   นักบุญเปาโลกำลังกล่าวถึงความเป็นปึกแผ่น (Solidarity) ที่เราทุกคนมีส่วนร่วม  มิใช่กับคนอื่นเท่านั้น  แต่ร่วมกับพระคริสตเจ้า  ในความทุกข์ทรมานของพระองค์ที่ช่วยไถ่กู้เราเพลงสดุดีวันนี้มาจากบทที่ 22 “ข้าแต่พระเจ้า  ข้าแต่พระเจ้า  เหตุไฉนจึงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า”  เป็นเสียงของผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ในพันธสัญญาเดิม  แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นพระวาจาสุดท้ายที่พระเยซูคริสตเจ้าได้ร้องออกมาเวลาสิ้นพระชนม์บนกางเขน  อันที่จริง  พระเจ้ามิได้ปกป้องพระองค์เองจากผลของบาปของเรา  ความทุกข์แบบมนุษย์เป็นผลของบาป  พระองค์ทรงรู้  ทรงสงสารเรา  พระองค์ทรงทนทุกข์กับเรา  และเพื่อเราแต่ความสงสารได้เปลี่ยนเป็นเมตตาธรรม  และช่วยเราให้เอาชนะบาป  เอาชนะความทุกข์  และความตาย  ดังบทเพลงของคริสตชนสมัยแรก “แม้ว่าพระองค์ทรงมีธรรมชาติพระเจ้า  พระองค์ก็มิได้ทรงถือว่าศักดิ์ศรีเสมอพระเจ้านั้นเป็นสมบัติที่จะต้องหวงแหน  แต่ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น  ทรงรับสภาพดุจทาส  เป็นมนุษย์ดุจเรา  ทรงแสดงพระองค์ในธรรมชาติมนุษย์  ทรงถ่อมพระองค์จนถึงกับทรงยอมรับแม้ความตาย  เป็นความตายบนไม้กางเขน  เพราะเหตุนี้  พระเจ้าจึงทรงเทิดทูนพระองค์ขึ้นสูงส่ง  และประทานพระนามให้แก่พระองค์  พระนามนี้ประเสริฐกว่านามอื่นใดทั้งสิ้น  เพื่อทุกคนในสวรรค์และบนแผ่นดินรวมทั้งใต้พิภพ  จะย่อเข่าลงนมัสการพระนาม ‘เยซู’ นี้  และเพื่อชนทุกภาษาจะได้ร้องประกาศว่า  พระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า  เพราะพระสิริรุ่งโรจน์แด่พระเจ้าพระบิดา” (ฟป 2:6-11 บทอ่านที่ 2)ดังนั้น  เราก้าวเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์  เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์นี้  เราจะร่วมกับพระเยซูคริสตเจ้าในพระสิริรุ่งโรจน์ปัสกาของพระองค์

บิชอป  วีระ  อาภรณ์รัตน์  แปล จาก  Homilies  โดย Catholic  Diocese  of  Lansing, (มกราคม-มีนาคม  2016), หน้า 131-133.