
บทเทศน์ พิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ โอกาสฉลองวัดนักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
พระคุณเจ้า เปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต
พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน พ่อขอกล่าวคำว่า สวัสดีกับทุก ๆ คน เราได้มาพบปะกันอีกครั้งหนึ่ง และก็เป็นความดีใจของพ่ออย่างยิ่ง ที่ได้เกียรติจากคุณพ่อเจ้าอาวาสที่ได้เชิญให้พ่อมาเป็นผู้ประกอบพิธีมิสซาในโอกาสฉลองวัดในเช้าวันนี้ ซึ่งเราระลึกถึงเป็นพิเศษ และเกิดเทิดเกียรติท่านนักบุญหลุยส์แห่งฝรั่งเศส ซึ่งเป็นองค์อุปถัมภ์ของวัด
เมื่อเรานึกถึงกษัตริย์ ในประเทศไทยเราก็มีพระมหากษัตริย์ เราก็ระลึกถึงราชวงศ์พระบัลลังก์ของพระองค์ ความมีอำนาจ ทรงสรรพานุภาพของพระมหากษัตริย์ ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ผู้ปกครองประชาราช นักบุญหลุยส์เองก็อยู่ในฐานะเช่นนั้น ท่านเป็นหลุยส์ที่ 9 ของประเทศฝรั่งเศสที่ได้รับการยกยิ่งและสถาปนาเป็นนักบุญในพระศาสนจักรคาทอลิก
สิ่งที่ทำให้พระมหากษัตริย์พระองค์นี้เป็นนักบุญ ไม่ใช่มงกุฎบนศีรษะ แต่เป็นหัวใจที่เข้าใจว่า อำนาจไม่ได้มีเพื่อทำให้ตัวเองมีความยิ่งใหญ่เหนือบุคคลอื่น แต่เป็นผู้ที่เข้าใจว่า อำนาจนั้นพระเจ้าประทานให้เพื่อถวายเป็นเกียรติแด่พระเจ้า และก็มอบชีวิตให้ผู้คนมากมายให้พระมหากษัตริย์ได้ดูแลปกครอง
นักบุญหลุยส์ เป็นกษัตริย์ที่รักความยุติธรรม รักสันติ ท่านเป็นคนที่สนใจในคนยากจน และท่านปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม เป็นพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ยังวัยเยาว์ และก็มีคุณซึ่งเป็นพระราชินี ได้ประคบประหงมเอาใจใส่ และหล่อหลอมกษัตริย์น้อยพระองค์นี้ให้เติบโตขึ้น เป็นกษัตริย์ ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม และยึดมั่นในความเชื่อศาสนา
การฉลองนักบุญหลุยส์วันนี้ พาเราเข้าสู่พระวาจาที่เราอ่าน ในพิธีกรรมในวันนี้อย่างงดงาม พี่น้องครับ ในบทอ่านแรก ประกาศกได้บอก และบันทึกไว้ว่า พระเจ้าได้ตรัสกับเอลียาคิมว่า เราจะวางกุญแจแห่งราชวงศ์ดาวิดไว้บนบ่าของท่าน ก่อนหน้านั้น ชาวอิสราเอลอยู่ภายใต้การดูแลของเชบนา และเชบนาเป็นคนที่ไม่ใส่ใจประชาชน ใช้อำนาจอย่างเหลิง และไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า และพระเจ้าก็ได้ปลดเชบนาออกจากอำนาจ และก็สถาปนาเอเลยาคิมขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครอง และก็มอบความวางใจให้กับเอเลยาคิมให้เขาทำหน้าที่กษัตริย์ ด้วยถ้อยคำที่เป็นสัญลักษณ์ว่าเราจะมอบกุญแจแห่งราชวงศ์กษัตริย์ดาวิดให้ท่าน และให้ท่านจะต้องรับแบกไว้ มีความหมายถึงพันธกิจมากมาย ในฐานะผู้นำที่จะต้องทำ
ความสำคัญของวันนี้ คือ คำว่า กุญแจ พ่อเชื่อว่าพี่น้องทุกคนมีกุญแจในกระเป๋า อาจจะเป็นกุญแจรถ กุญแจบ้าน กุญแจอะไรก็แล้วแต่ กุญแจคอนโด เพราะว่าเรามีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญเก็บเอาไว้ และเรามีอำนาจที่จะครอบครองและดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น คนที่ถือกุญแจก็มีสิทธิอันนั้น เราใช้กุญแจเล็ก ๆ เพื่อไขพาเราเข้าไปสู่สถานที่ใหญ่ มีค่า มีความหมาย ถ้าเราไว้วางใจใคร เราก็สามารถที่จะมอบกุญแจบ้าน กุญแจของที่เราเก็บทรัพย์สินมีค่าให้ถือได้ ในทางตรงกันข้ามถ้าเราไม่ไว้ใจใครเราก็จะไม่มอบกุญแจไว้ให้กับเขาโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ใครที่ได้รับกุญแจก็เป็นบุคคลที่ได้รับความวางใจ ใครที่ถือกุญแจบ้าน แสดงว่าเจ้าของบ้านวางใจ ใครที่ถือกุญแจสำนักงาน คนนั้นมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ใครที่ได้รับกุญแจห้องสำคัญ เขามีสิทธิ์ที่จะเข้าจะออกและต้องดูแลสิ่งที่สำคัญที่เก็บไว้ในห้องนั้น และนี้เป็นสิ่งที่เราได้ระลึกถึงความหมายของการถือกุญแจ ดังนั้นการที่พระเจ้าจะมอบกุญแจไปให้ใคร พระองค์ ไม่ได้กำลังบอกเราว่า ตั้งแต่นี้ไป เจ้าสำคัญกว่าคนอื่น แต่พระองค์กำลังบอกเราว่า เรากำลังฝากบางสิ่งไว้ให้เจ้าดูแล เรากำลังฝากบางคนไว้ในความดูแลของเจ้า
พี่น้องที่รัก ในความเป็นจริง เราทุกคนก็กุญแจอย่างที่พ่อได้กล่าวเมื่อสักครู่อยู่ในมือของเรา ไม่ใช่กุญแจเข้าออกห้อง พ่อแม่มีกุญแจของครอบครัว ครูมีกุญแจของอนาคตของลูกศิษย์ ผู้บริหารมีกุญแจขององค์กร แพทย์พยาบาลมีกุญแจของความหวังของผู้ป่วย พระสงฆ์มีกุญแจของชุมชนความเชื่อ และบางคนแม้จะไม่มีตำแหน่งอะไรเลย แต่เขาก็มีกุญแจของหัวใจของใครคนใดคนหนึ่งอยู่ เป็นเรื่องจริง ที่เราต่างคนต่างมีกุญแจ คำถามจึงไม่ใช่ว่าเรามีกุญแจกี่ดอก บางคนห้อยเป็นพวงเลย หนักมาก ไปไหนมาไหนก็แบกกุญแจไว้ พ่อไม่ถือกุญแจเลยครับ พ่อมีความรู้สึกว่า กุญแจนอกจากหนักในตัวของมันเองแล้ว ความรับผิดชอบของกุญแจแตละดอก ก็ยังไม่เบา แต่ในเมื่อเราต้องทำหน้าที่รับผิดชอบ เราต้องแบกภาระและพันธกิจต่าง ๆ เอาไว้ เพื่ออะไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งคำถาม ด้วยตัวเราเอง หรือเพื่อความดีบางอย่าง นั้นเป็นสิ่งที่เราต้องไปพิจารณา และไตร่ตรอง เราใช้กุญแจนั้นเพื่อทำอะไร แน่นอนใช้ไขเปิดประตูห้อง ประตูเซฟ ประตูโน้นประตูนี้ และก็ในเวลาเดียวกัน เรายังใช้กุญแจในการล็อก เพื่อจะปิด เพราะฉะนั้น กุญแจมีอำนาจทั้งเปิดและปิด
พี่น้องเราอยู่ในกรุงเทพ ในสังคมเมือง มีประตูเข้าออกมากมาย อยู่บ้าน อยู่คอนโด คอนโดนี่ตึกแท่งหนึ่งนี้มีคนอยู่ไม่รู้กี่ร้อยครอบครัว จำนวนคนจำนวนมากมาย อยู่ในสำนักงานที่มีคนทำงานเยอะแยะอยู่ในบริษัท ห้างร้าน ในห้างสรรพสินค้า ในโรงพยาบาล ในโรงเรียน กรุงเทพมีกุญแจมากมาย เป็นหลาย ๆ ล้านดอก เป็นเมืองที่ใหญ่และก็เป็นเมืองที่หัวใจของผู้คนปิดกั้น มากกว่าเปิด ไม่น่าเชื่อคนอยู่ในคอนโด ห้องติดกันยังไม่รู้จักกัน เข้าออกคนละเวลา เวลาเดินสวนกันก็ไม่ได้มองหน้ากันสักเท่าไหร่ เราอยู่ใกล้กันมาก แต่รู้จักกันน้อย เราไม่เคยรู้เลยว่าห้องข้าง ๆ กำลังมีความทุกข์เรื่องอะไรบ้าง เวลาที่เราไปทำงานในสำนักงานเดียวกัน แต่เราก็ไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมงานของเรา ต้องแบกปัญหาอะไรกลับไปบ้าน นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วันในชีวิตของเรา เราขึ้นรถไฟฟ้าขบวนเดียวกัน อยู่ในลิฟต์เดียวกัน แต่ไม่สบตาใคร เราเดินสวนทางกันทุกวัน แต่เราไม่ทักทายใคร อันนี้เป็นความจริงของคนสังคมเมือง มันตรงกันข้ามกับคนต่างจังหวัด พ่อไปที่เชียงใหม่ เข้าไปในหมู่บ้านทุกคนเข้ามาโอ๊หมึโชเปอ จับมือกับพระสังฆราชที่เขาพบเจอครั้งแรก ถ้ามีคนร้อยคนในหมู่บ้าน ต้องมีไม่น้อยกว่า ห้าหกสิบคนที่เข้ามาจับมือ เข้ามาเพื่อทักทายและก็เปิดใจและก็ยิ้ม และก็ต้อนรับ นี้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันของชีวิตในเมือง กับชีวิตในชนบท
พี่น้องครับ บางครั้งเราไม่เคยแม้จะมองหน้ากันจริง ๆ นี้คือความเหงาแบบสังคมเมืองที่มีคนอยู่สิบล้านคน แต่หัวใจเหงา และเหี่ยวแห้ง คนจำนวนมากไม่ได้ขาดบุคคลรอบตัว แต่ขาดคนที่เปิดประตูเปิดใจให้เขา นี้มีความหมายมาก บางครั้งเราก็ยังเป็นคนหนึ่งที่ปิดประตูใส่คนอื่นด้วย
พี่น้องครับ เรานอกจากไม่เปิด เรายังปิดประตูใส่หน้าคนอื่นเหมือนกัน เราไม่ได้ปิดประตูโดยกุญแจ แต่เราปิดด้วยคำพูด เราปิดด้วยสายตา เรายังปิดคนอื่นด้วยการตัดสินของเรา เป็นตัดสินล่วงหน้า จากการประเมินคร่าว ๆ ผิวเผิน เรายังปิดด้วยความเย็นชา ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ เขาจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา ไม่ใช่ชีวิตของฉัน เรายังปิดด้วยคำที่บอกว่า ฉันไม่มีเวลาหรอก ธุระปะปังของเรามีเยอะแยะ ยังทำไม่หมดเลย อันนี้ก็กองไว อันนั้นก็กองไว้ ฉันต้องรีบกลับไปทำ ฉันไม่มีเวลา เราอยู่ในภาวะที่รีบ มิน่าเชื่อว่า ทุกอย่างเดี๋ยวนี้ทุกอย่างก็เรา การจราจรก็เร็ว การติดต่อสื่อสารก็เร็ว แต่เรากลับบอกว่า เวลาไม่มีเหลือ นี้เป็นความเป็นจริงที่เรากำลังรับอะไรที่มันมากเกินไปทำไม่ไหวหรือเปล่า เราทำไม่ไหวด้วยกิจการที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ แต่สิ่งที่มีประโยชน์และก็ดีกับชีวิตของคนอื่น ๆ เรายังวางไว้และไม่ค่อยทำ
พี่น้องเรากำลังใช้ชีวิตเราเร็วเกินไปจนไม่มีเวลาเปิดประตูให้ใครหรือเปล่า ก่อนที่พระเยซูจะมอบกุญแจให้กับเปโตร พระองค์ก็ไม่ใช่ว่าจะไว้ใจคนสุ่ม ๆ คนที่หน้าตาดีเอาไปเลย ไม่ใช่ พระองค์ก็ต้องไตร่ตรองและก็ทดสอบว่า เขาไว้วางใจได้แค่ไหน พระองค์ถามเปโตรก่อนว่า แล้วพวกท่านล่ะว่าเราเป็นใคร
พี่น้องครับ นี้เป็นคำถามที่สำคัญมากว่า เรารู้จักกันจริงหรือเปล่า เรารู้จักมักจี่กันมากแค่ไหน คำถามนี้พระองค์ไม่ได้ถามเปโตรว่า ท่านทำงานเก่งไหม ความสามารถอะไรบ้าง คุณสมบัติอย่างไร พูดได้กี่ภาษา เป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนมากน้อยแค่ไหน แต่พระเยซูเจ้าถามเปโตรบอกว่า ท่านรู้จักเราหรือไม่
พี่น้องครับ ถ้าพระเยซูเจ้าถามเราด้วยคำถามนี้ เรารู้จักพระเยซูจริงหรือเปล่า เรารู้จักพระองค์เพียงแต่ข้อมูลภายนอก เกิดที่ไหน อายุเท่าไร สอนอะไรบ้าง แต่รู้จักจริง ๆ ในแง่ ว่าคุยกันได้ทุกเรื่อง ในชีวิตหรือเปล่า นี่คือสิ่งซึ่งพระเยซูเจ้าถามเปโตร เปโตรทูลตอบพระเยซูเจ้าด้วยถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อในพระเจ้า พระองค์คือพระเจ้าพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต เมื่อได้รับคำตอบเช่นนี้แล้ว พระเยซูเจ้าบอก โล่งใจ สบายใจ เปโตรไม่รู้หรอกว่า ตอบไปแล้วว่าพระเยซูเจ้าจะพูดอะไรกลับมา “เราจะมอบกุญแจสวรรค์ให้กับท่าน” พี่น้องถ้าพระเยซูเจ้ามอบกุญแจเมืองสวรรค์ให้กับเรา เราก็คงสบายใจว่าต่อไปนี้ ยังไง ๆ เสียฉันต้องเป็นสมาชิกของเมืองสวรรค์แน่นอน เพราะฉันมีกุญแจที่จะไขและเข้าไปอยู่ในนั้น แต่พระเยซูเจ้าก็มอบสิ่งนี้ให้กับเปโตร เพื่อจะรับผิดชอบ เป็นพันธกิจที่ยิ่งใหญ่
พี่น้อง เมื่อพระเยซูเจ้ามอบกุญแจนี้ให้กับเปโตร ก็เท่ากับว่า เปโตรกับเจ้าของบ้าน ก็คือพระเยซูเจ้านั้น ไว้วางใจ รู้จักกัน และก็ถ่องแท้ และก็มอบทุกสิ่งที่มีค่านั้นก็คือเมืองสวรรค์ไว้ในความรับผิดชอบของเปโตรได้ ถ้าเราไม่รู้จักเจ้าของบ้าน เราจะไม่รู้จักเจ้าของบ้านว่าเราควรใช้กุญแจของพระองค์อย่างไร แน่นอน เปโตรก็คงไม่คัดเลือกคนที่ไม่เหมาะสมเข้าไปในเมืองสวรรค์ เปโตรก็คงจะต้องมีกรอบมีระเบียบ มีขั้นตอน ที่จะทำให้คนที่จะเข้าสู่สวรรค์นั้น เป็นที่ที่เฉพาะสำหรับบุคคลที่พระเจ้าพอพระทัยจริง ๆ และนั่นก็แน่นอนเปโตรก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งนี้
พี่น้องครับ นี้คือ เคล็ดลับ ที่นักบุญหลุยส์กษัตริย์ เข้าใจ พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ได้รับการยกย่อง ไม่ใช่เพราะเป็นคนที่ปกครองเก่ง สานสัมพันธ์เก่ง มีมนุษยสัมพันธ์ดี เท่านั้น แต่เพราะพระองค์มีความเชื่อในพระเจ้า พระองค์ใช้ความเชื่อในพระเจ้า เป็นเครื่องนำการใช้อำนาจ เพราะฉะนั้นพระองค์ไม่ตัดสินใครโดยเบาความ ให้ความเมตตากับผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง เปิดรับบุคคลที่กำลังต้องการที่พึ่งพา สำหรับเราทุกคนก็เช่นกัน ถ้าเราตระหนักว่าพระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าของฉัน เราจะเริ่มใช้กุญแจในมือของเราต่างกันออกไปจากที่เราทำในอดีต
พี่น้องครับ เราจะใช้ตำแหน่งเพื่อช่วยคน ไม่ใช่กดคน เราจะใช้ความสามารถเพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้คนมากขึ้น เราจะใช้ทรัพย์สินเพื่อแบ่งปัน ไม่ใช่สร้างระยะห่างให้กับบุคคลอื่น เราจะใช้คำพูดเพื่อให้กำลังใจ ไม่ใช่คำพูดที่เชือดเฉือน หรือทำร้ายจิตใจของคนอื่น หรือว่าประชดประชัน เราจะไม่ปิดประตูหัวใจของใครด้วยคำพูดที่ไม่รับผิดชอบ บางคำที่เปล่งออกไปเพราะอารมณ์
พี่น้องครับ ข้อคิดสำหรับเราในวันนี้ พระเจ้ามอบกุญแจให้กับเราทุกคน ไม่ใช่ถือไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ไม่ใช่ปิดเพื่อกันคนอื่นไว้ภายนอก แต่เพื่อเปิดประตู เปิดประตูให้คนท้อแท้ได้พบความหวัง เปิดประตูให้คนผิดพลาดได้มีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ เปิดประตูให้คนได้พบกับพระคริสตเจ้า อันนี้ควรเป็นภาพของวัดของเราชุมชนแห่งความเชื่อที่เซนต์หลุยส์ และทุกวัด ขอให้วัดนี้ไม่เป็นเพียงสถานที่ที่คนมาร่วมพิธีเฉย ๆ เท่านั้น แต่เป็นบ้านของคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่เข้ากันได้ เป็นบ้านของคนที่มีความเชื่อมั่นคงในพระเจ้า บ้านของผู้เข้ามาค้นหาความจริงในชีวิต
พี่น้องมีคนมากมายที่กำลังแสวงหา เข้ามาที่นี่ ด้วยไม่รู้จักใครเลย แต่มาด้วยใจที่เปี่ยมด้วยความหวังที่จะพบกับความจริง และความหมายที่ตอบสนองต่อความต้องการของชีวิตของเรา เขามาที่นี่เพื่อจะพบกับบรรยากาศแห่งความอบอุ่น และการเปิดต้อนรับ นี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้วัดของเราเป็นเช่นนั้น เป็นบ้านของทุกคนที่เข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกว่ามีพื้นที่สำหรับฉัน เป็นไปได้ไหม
พี่น้องครับ วันนี้พ่ออยากเชิญชวนพี่น้องทุกคนกลับบ้านวันนี้ ทำภารกิจง่าย ๆ สักอย่างหนึ่ง เปิดประตู ไม่ใช่ให้ยุงเข้าให้ขโมยเข้า แต่เป็นการเปิดประตูที่มีความหมายมากกว่านั้น อาจจะเป็นประตูแห่งการให้อภัย คืนดีกับใครสักคนที่เคยหมองใจกันมาไม่พูดกันมาเป็นสิบปีแล้ว โดยไม่ต้องรอให้เขาเริ่มก่อน เราจะปลดตัวเราเองจากการล็อกตัวเอง และก็ปิดประตูขังไว้ด้วยความขุนเคืองทำไม มันเป็นสิ่งที่ท้าทายหัวใจของเรามาก คนที่ใจกว้าง คนที่ยอมสละ ความหยิ่งจองหองตัวเองได้จนราบคาบ เปิดรับความสัมพันธ์รื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่มันเคยเย็นชาเย็นเฉยและก็เจ็บปวดกลับมาเข้มแข็ง และก็ enjoy กับความสัมพันธ์ที่ราบรื่นใหม่ เราจะเสียเวลาไปทำไมกับความโกรธความคับแค้นพยาบาท
พี่น้องครับ อาจจะเป็นการเปิดประตูของความเชื่อของบุคคลในครอบครัว พ่อแม่จะเรียกลูกมาสวดภาวนาด้วยกันโอกาสพิเศษได้ไหม โอกาสวันเกิดของลูกชาย ลูกผู้หญิง ของหลานคนโน้นคนนี้ ตัดเค้กจุดเทียน เป่าเทียน เลี้ยงฉลองเริ่มต้นด้วยคำภาวนาก่อน พาลูกพาหลานมาวัด บางครั้งลูกหลานก็รอ เขาจะก้าวตามรอยเท้าของพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย แต่ปู่ ย่า ตา ยาย ก็ยังไม่สวมบทบาทของการเป็นผู้นำทุกคนมาหาพระเจ้าในครอบครัว
พี่น้องครับ เราจะพูดเรื่องพระเจ้ากับคนในบ้านได้ไหม ถ้าเราพูดกับคนในบ้านไม่ได้ ไหนเลยเราจะพูดกับคนอื่น อันนี้เป็นสิ่งที่จริง และก็สะท้อนความจริงที่ เราต้องกลับไปท้าทายตัวเอง เราจะเปิดประตูแห่งความเมตตา เปิดใจของเราให้กว้าง และรับบุคคลที่ตกทุกข์ได้ยาก ขัดสน ในเรื่องต่าง ๆ และเขาต้องการความช่วยเหลือประคับประคองและสนับสนุนจากเรา
พี่น้องครับ วันฉลองวันนี้ จะไม่จบที่นี่ พ่ออยากให้กลับไปเปิดประตู วันฉลองวัดของเราจะดำเนินต่อไปในบ้าน ในโรงเรียน ในที่ชุมชน ในทุก ๆ แห่งที่เราอยู่ และนี้อาจเป็นวันฉลองวัดเซนต์หลุยส์ที่งดงามที่สุด และขอพระเจ้าโปรดให้สิ่งนั้นบังเกิดขึ้นในวัดของเรา ในหัวใจของพี่น้องทุกคน ขอพระเจ้าอวยพระพรมายังพี่น้องทุกท่าน