การช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ของมิสซังเชียงใหม่

การช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ของมิสซังเชียงใหม่

วันที่ 11 กรกฎาคม 2563

มิสซังเชียงใหม่ได้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ปางช้างอำเภอแม่แตง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงกรกฎาคม รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ครั้งที่ 2 วันที่ 9 มิถุนายน2563 และเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เป็นครั้งที่ 3 มีชาวบ้าน 120 ครอบครัว ที่ทำงานและอาศัยที่ปางช้างทั้ง 4 แห่งที่ปางช้างอำเภอแม่แตง

การช่วยเหลือครั้งที่ 3 โดยเริ่มตั้งแต่ตอนเช้าของวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 เวลา 8.00 น เจ้าหน้าที่ทุกแผนกรวมทั้งพระคุณเจ้า คุณพ่อและซิสเตอร์ช่วยกันขนของขึ้นรถที่จะนำไปให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ที่ปางช้างอำเภอแม่แตง จากนั้นได้ร่วมกันถ่ายรูป แล้วออกเดินทางไปที่ปางช้างอำเภอแม่แตง

ไปถึงประมาณ 9.30 น ได้ช่วยกันจัดเตรียมของและเช็ครายชื่อชาวบ้านที่จะมารับของกับผู้ประสานงานของแต่ละพื้นที่แล้ว คุณพ่อศราวุธ แฮทู ได้ขอครูคำสอน (เปาโล พะเอ๊าะ) นำสวดภาวนาด้วยภาษาของเขาเอง เพื่อขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณผู้มีน้ำใจดีที่ช่วยเหลือพวกเรา จากนั้นคุณพ่อศราวุธ แฮทู เลขาสังฆราชมิสซังเชียงใหม่และคุณพ่อศิริชัย บุหงาสวรรค์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานแพร่ธรรมได้อวยพรชาวบ้าน พร้อมแจกน้ำเสกให้ครอบครัวละ 2 ขวด

หลังสวดภาวนาเสร็จ ก็จัดแถวชาวบ้าน มารับของด้วยตนเอง ซึ่งมีชาวบ้านที่ปางช้างแม่ตะมานและปางช้างเมืองกึ๊ด ที่สามารถมารับของด้วยตนเอง ส่วนชาวบ้านที่ปางช้างป่าไม้แดงและบ้านปะลองไม่สามารถมารับของได้ด้วยตนเอง แต่ทางผู้ประสานงานที่ปางช้างแม่ตะมาน ซึ่งเป็นครูคำสอนและทีมงานได้รับแทนและจะดำเนินการจัดส่งไปให้ สาเหตุที่ชาวบ้านไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ เนื่องจากไม่สามารถหารถมาส่งได้ และด้วยทางศูนย์ ฯได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบในระยะเวลากระชั้นชิดแค่วันเดียว

จากแบบสอบถาม ทราบว่าทุกครอบครัว เริ่มมีรายได้บ้างแล้ว แม้ว่าปางช้างยังไม่ได้เปิดกิจการได้ทุกแผนก เขาคาดว่าในเดือนสิงหาคม จะเป็นเดือนที่เริ่มมีการเก็บผลลำไย แม่บ้านที่ไม่มีงานทำที่ปางช้าง ก็จะต้องออกไปรับจ้างเก็บหรือคัดลำไย กับเจ้าของสวนที่อยู่ในบริเวณใกล้ปางช้างแม่แตง สำหรับค่าแรงงานนั้นวันละเท่าไรยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับปริมาณงานและประเภทของงาน

แผนที่ได้วางไว้ว่า จะช่วยเขาปลูกผักเพื่อบริโภคเองนั้น คงยังทำไม่ได้ เนื่องจากว่าไม่มีพื้นที่ๆจะปลูกพืชผัก ส่วนแผนการอบรมการทำน้ำยาล้างจานและทำสบู่ใช้สำหรับอาบน้ำหรือซักผ้า เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายนั้น ทางดอกไม้ป่าจะทำการฝึกอบรมต่อไปตามแผน ที่ได้กำหนดวันเวลากับกลุ่มแม่บ้านเรียบร้อยแล้วคือวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 ที่ปางช้างแม่ตะมานโดยมีแผนกสตรีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสังคมจะอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของทีมวิทยากร

นำถุงยังชีพให้กับพี่น้องที่ปางช้างแม่แตง แม่ตะมาน เมืองกึ๊ด ป่าไม้แดงและปางช้างโชคชัย จำนวน 120
ครอบครัว

วจนพิธีกรรมเปิด “สัปดาห์เลาดาโต ซี” 16 พฤษภาคม 2020

วจนพิธีกรรมเปิด "สัปดาห์เลาดาโต ซี" 16 พฤษภาคม 2020

ประมวลภาพถ่าย วจนพิธีกรรมเปิดสัปดาห์เลาดาโตซี (16-24 พฤษภาคม 2020) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2020 เวลาประมาณ 09.50 น. โดยพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธานในพิธี ร่วมกับซิสเตอร์และบาดหลวง เจ้าหน้าที่ สัตบุรุษในศูนย์มิสซังฯ และโรงเรียนพระหฤทัย เชียงใหม่ และเวลาประมาณบ่ายโมง ก็ร่วมกิจกรรม ปลูกต้นไม้ ต้นกล้วย ที่ดอยหล่อ เชียงใหม่

รณรงค์ 5 ปี Laudato Si มิสซังเชียงใหม่

       โลก บ้านส่วนรวมของเรา ที่ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกัน เปรียบเสมือนพี่สาวที่ร่วมชีวิต และมารดาที่สวยงาม ที่อ้าแขนโอบกอดเราไว้

เราหายใจรับเอาอากาศของโลก รับชีวิตความสดชื่นจากสายน้ำ และจากพื้นผิวของโลก เราต้องการให้โลกเป็นอย่างไร เพื่อมอบให้กับผู้ที่มาภายหลังเรา คือลูกหลานที่บัดนี้กำลังเติบโตขึ้น

การเนรมิตสร้างจิตสำนึกแห่งจักรวาล ความกลมกลืนของสิ่งสร้าง ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และจุดหมายร่วมกัน

ในพระคัมภีร์กล่าวถึงพระเจ้า ที่ทรงปลดปล่อย และทรงช่วยให้รอด เป็นพระเจ้าองค์เดียวกัน ที่ทรงเนรมิตสร้างจักรวาล  และการกระทำเหล่านี้ของพระเป็นเจ้า เป็นการเชื่อมโยงอย่างสนิทและไม่อาจแยกกันได้

มนุษย์ไม่ใช่เป็นนายของจักรวาล ทุกการกระทำที่โหดร้ายที่มีต่อสิ่งสร้าง เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับศักดิ์ศรีของมนุษย์ พระบิดาเจ้าทรงเรียกร้องความเป็นหนึ่งเดียวกันของจักรวาล โดยเราทุกคนถูกเชื่อมโยงด้วยพันธะความรักของครอบครัวโลกด้วยกัน เป็นความสัมพันธ์รักที่สัมผัสได้ ที่มีต่อโลก

โลกถูกทำลาย และถูกละเมิด มีเสียงร้องของแผ่นดิน และเสียงคร่ำครวญของคนจน สภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อทุกมุมโลก 

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงออกสมณสาส์นเลาดาโต ซี เมื่อปีคริสตศักราช 2015 เพื่อรณรงค์ช่วยกันดูแลรักษาโลก บ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน ที่กำลังวิกฤตสิ่งแวดล้อม

พระองค์ทรงขอร้องให้เราใส่ใจดูแลและร่วมกันแก้ไข มิสซังเชียงใหม่ได้ตระหนักถึงเจตนารมณ์นี้ และได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยความร่วมมือกันกับชุมชนต่างๆ โดยจัดการศึกษาอบรมสร้างความสำนึกความเข้าใจ

สมณสาส์นเลาดาโต ซี ที่พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงชี้ให้เห็นวิกฤตที่เกิดขึ้น และการใส่ใจดูแลบ้านเรือนส่วนรวมของเรา แก่กลุ่มหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกสังฆมณฑล ได้แก่ จัดกิจกรรมอบรมเด็กและเยาวชนตามศูนย์คาทอลิก  และจัดค่ายคำสอนฤดูร้อนตามเขตวัดต่างๆ จัดอบรมผู้นำคริสตชนครูคำสอนและกลุ่มต่างๆ ในชุมชนหมู่บ้านให้ตระหนักและช่วยกันรับผิดชอบดูแลดินน้ำป่า และสรรพสัตว์ต่างๆ ให้ยั่งยืนต่อไป

มีการจัดพิธีบวชป่า เสกป่า ตลอดจนการเสกพื้นที่ทำกินเป็นการคืนความศักดิ์สิทธิ์ให้กับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมและความเชื่อของชุมชน ร่วมกันดูแลรักษาป่าต้นน้ำ ทำพิธีเลี้ยงป่าต้นน้ำ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด

ปลูกป่าต้นน้ำเพื่อสร้างความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำการรณรงค์การจัดการขยะตามชุมชนต่างๆ เช่น ที่บ้านหนองเต่า บ้านแม่ลิด และที่อื่นๆ ซึ่งขยะเหล่านี้เกิดจากรูปแบบการดำรงชีวิต “แบบกินทิ้งกินขว้าง”

ฝ่ายสังคมและศูนย์วิจัยฝึกอบรมวัฒนธรรมชุมชน ได้มีการวิจัยและฝึกอบรมเกษตรอินทรีย์ให้กับผู้นำชุมชนสู่การปฏิบัติตามหมู่บ้านต่างๆ และรื้อฟื้นวิถีชีวิตอยู่อย่างพอเพียงบนฐานเกษตรครัวเรือน เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางอาหารให้กับชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะชุมชนชาติพันธ์ุ รณรงค์ฟื้นฟูการรักษาเมล็ดพันธุ์และความหลากหลายทางชีวภาพให้กลับคืนมา ช่วยกันดูแลไฟป่าด้วยการทำแนวกันไฟที่เป็นภูมิปัญญาของชุมชน

ทุกปีชาวบ้านจะช่วยกันทำหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน การจัดเวรเฝ้าระวังไฟป่าและช่วยกันดับไฟเมื่อเกิดไฟป่าในพื้นที่ต่างๆ กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ที่ชุมชนร่วมกันทำเป็นการปฏิบัติเลาดาโต ซี ในชีวิตของชุมชน การจัดสัมมนาเลาดาโต ซี ระดับมิสซังเพื่อให้หน่วยงานองค์กรและแผนกต่างๆ ของมิสซังเชียงใหม่ ได้นำไปศึกษาอบรมให้กับกลุ่มที่อยู่ภายใต้ในความรับผิดชอบต่อไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกเขตวัดทุกหน่วยงานองค์กรและแผนกต่างๆได้ทำอยู่ซึ่งต้องขยายให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ทางมิสซังเชียงใหม่ได้รวบรวมและจัดทำสื่อเผยแพร่เพื่อขยายแนวคิดและแนวปฏิบัติสู่เครือข่ายหน่วยงานองค์กรต่างๆทั้งในและนอกชุมชน เพื่อความร่วมมือกันทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

วิดีโอที่น่าสนใจ
"บทภาวนาเพื่อโลกของเรา" พร้อมคำถามไตร่ตรอง 4  ข้อ (พากย์ไทย 3.44 นาที) 22/5/2020
"บทภาวนาเพื่อโลกของเรา" พร้อมคำถามไตร่ตรอง 4 ข้อ (พากย์ไทย 3.44 นาที) 22/5/2020
ฟื้นฟูรักษาสิ่งสร้าง ลอดาโตซี
ฟื้นฟูรักษาสิ่งสร้าง ลอดาโตซี
การทวีขนมปังในยุคปัจจุบัน (ความรักท้าทาย ที่ส่งผ่าน) ContagiousLoveChallenge
การทวีขนมปังในยุคปัจจุบัน (ความรักท้าทาย ที่ส่งผ่าน) ContagiousLoveChallenge
กาแฟบรูโนและเลาดาโต ซี
กาแฟบรูโนและเลาดาโต ซี
เลาดาโต ซี (เราจงสรรเสริญพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่)
เลาดาโต ซี (เราจงสรรเสริญพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่)
วีดีโอกองบุญข้าว
วีดีโอกองบุญข้าว
"บทภาวนาขอพระแม่เพื่อชาวอะมาซอน" เสียงไทย ซัปไทย (ปรับปรุงแก้ไข)
"บทภาวนาขอพระแม่เพื่อชาวอะมาซอน" เสียงไทย ซัปไทย (ปรับปรุงแก้ไข)
"บทภาวนาขอพระแม่เพื่อชาวอะมาซอน" เสียงไทย ซัปอังกฤษ (ปรับปรุงแก้ไข)
"บทภาวนาขอพระแม่เพื่อชาวอะมาซอน" เสียงไทย ซัปอังกฤษ (ปรับปรุงแก้ไข)
รณรงค์ 5 ปี Laudato Si มิสซังเชียงใหม่
รณรงค์ 5 ปี Laudato Si มิสซังเชียงใหม่

กองบุญข้าวประจำปี 2020

ร่วมงานรณรงค์กองบุญข้าวประจำปี 2020 ระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2020
ณ โรงเรียนบ้านห้วยกู่ปะ หมู่4 ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อยจ.แม่ฮ่องสอน

คุณธรรมข้าว 9 เม็ด

  • เม็ดที่หนึ่ง เพื่อตนเองแบะครอบครัว
  • เม็ดที่สองเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน
  • เม็ดที่สามเพื่อแลกแก้วแหวนเงินทอง
  • เม็ดที่สี่เพื่อยาจกผู้ยากไร้
  • เม็ดที่ห้าเพื่อขายซื้อของจำเป็น
  • เม็ดที่หกเพื่อเอาไปบวชนาค
  • เม็ดที่เจ็ดเพื่อสร้างกำแพงเมือง
  • เม็ดที่แปดเพื่อรับแขกมาเยือน
  • เม็ดที่เก้าเพื่อนำไปสู่สังคมพระศรีอริยเมตตรัย

ประโยชน์ของกิจกรรมกองบุญข้าว

– ความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันของชาวบ้าน
– ธนาคารข้าว
– เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาวบ้าน
– ขยายเครือข่ายกว้างออกไป
– กองทุนหมุนเวียน
– กองทุนการศึกษา
– ช่วยเหลือแม่ม่าย ลูกกำพร้า
– ส่งเสริมกระแสเรียก
– ส่งผลให้ผลผลิตมากขึ้น

การรณรงค์กองบุญข้าวประจำปี ค.ศ. 2020 ทางคณะกรรมการเครือข่ายกองบุญข้าวได้วางแผนเพื่อการรณรงค์จัดงานกองบุญข้าวตามเขตวัดต่างๆมีทั้งหมด 13 เขต ทางพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สังฆมณฑลนเชียงใหม่ 12 แห่ง และพื้นที่จังหวัดตาก สังฆมณฑลนครสวรรค์ 1 แห่ง ซึ่งตามนโยบายของเครือข่ายกองบุญข้าวมีแผนที่ขยายกิจกรรมนี้ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เขตวัดและขยายไปสู่กลุ่มชนเผ่าอื่นๆด้วยนอกเหนือจากการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในชุมชนแล้ว ยังมีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมในชุมชนด้วย เช่น สนับสนุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนตามศูนย์ สนับสนุนค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนตามเขตวัด และช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ
“กองบุญข้าว” ก่อเกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้จัดในรูปแบบของการเสวนา ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ ตัวแทนพ่อบ้าน แม่บ้าน และเยาวชน มาร่วมแบ่งปันเรียนรู้ เนื้อหาหลักเป็นเรื่องของการปกป้องสิ่งสร้าง การอนุรักษ์ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า และการอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านเพื่อความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของชุมชน

“กองบุญข้าว” + “การประสานงาน” เครือข่ายกองบุญข้าวได้ประสานงานกับสถาบันโรงเรียน องค์กรในพระศาสนาจักร (คุณพ่อ ซิสเตอร์ ครูคำสอน)องค์กรภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะองค์กรภาครัฐ เช่น ฝ่ายปกครอง องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล

ผลของการรณรงค์กองบุญข้าวประจำปี ค.ศ. 2020 ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้น จึงขอขอบพระคุณบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ คุณพ่อ ซิสเตอร์ ครูคำสอน สถาบันโรงเรียน เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯฝ่ายต่างๆ คณะกรรมการ สมาชิกเครือข่ายกองบุญข้าวและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ขอขอบคุณ ณ ที่นี้ด้วย

Cr.ฝ่ายสังคม สังฆมณฑลเชียงใหม่(แผนกพัฒนา)
Cr. Photo by สุพจน์ นิมิตรคีรีมาส
Reported by Togy Yuthachai Ngeanla

กองบุญข้าวประจำปี 2020

งานการฝึกอบรมศูนย์วิจัยสันกำแพง

งานการฝึกอบรมศูนย์วิจัยสันกำแพง

วีดีทัศน์การอบรมรุ่นที่ 2 VTR 19 มิถุนายน 2558

วีดีทัศฯ์การอบรมเกษตรวัฒนธรรมรุ่นที่ 1 ปี 2557

ฝ่ายสังคมพัฒนาสังฆมณฑลเชียงใหม่

ฝ่ายสังคมพัฒนาสังฆมณฑลเชียงใหม่

  • ที่อยู่ : 5/1 ซ.12 ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100
  • เบอร์โทรศัพท์ : 0-5327-4854
  • โทรสาร : 0-5327-4273

ความเป็นมา

ศูนย์สังคมพัฒนาสังฆมณฑลเชียงใหม่ เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่เป็นองค์กรศาสนาภายใต้สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา และดำเนินงานภายใต้การดูแลของบิชอปสังฆมณฑลเชียงใหม่

ศูนย์สังคมพัฒนาฯได้ทำงานสงเคราะห์และพัฒนาต่อจากงานของคุณพ่อมิชชันนารีที่ได้เริ่มงานดังกล่าวนี้กับคนยากจนและคนด้อยโอกาสทางสังคม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2474 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตนบน ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, แพร่, น่าน, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา และแม่ฮ่องสอน

ใน ปี พ.ศ. 2518 ศูนย์สังคมพัฒนาสังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้จัดตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการ และได้ทำงานสังคมสงเคราะห์พัฒนาโดยอาศัยแนวทางการพัฒนาคนทั้งครบ ซึ่งเป็นนโยบายของสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทย (คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนา) ต่อมาศูนย์ได้สรุปบทเรียนจากประสบการณ์ทำงานและวิพากษ์ตนเองอย่างจริงจัง ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาแนวทางดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นแนวทางคุณค่าศาสนาวัฒนธรรมชุมชน พร้อมกับปรับใช้คุณค่าศาสนาวัฒนธรรมชุมชน

วิสัยทัศน์

ใฝ่ฝันร่วมกับประชาชนในการสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้า อันเป็นสังคมที่มีความเป็นปึกแผ่น สงบสุข และเกื้อกูลกัน โดยมีพื้นฐานอยู่บนคุณค่าศาสนาวัฒนธรรมชุมชน

พันธกิจ

  1. พัฒนาคนทั้งครบทุกด้าน เศรษฐกิจ, สังคม, ศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน
  2. สนับสนุนให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
  3. ศึกษาค้นคว้าและสนับสนุนให้ชุมชนดำรงตามแบบชุมชนบนพื้นฐานคุณค่าอันดีงามของตนเอง
  4. สร้างความสัมพันธ์ในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชนระหว่างชุมชนโดยอยู่บนพื้นฐานความคิดของความเป็นพี่เป็นน้องกัน

ฝ่ายงานสุขภาพอนามัยสัมมนาประจำปี 2010

ส่วน ที่ศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่นั้นฝ่ายงานสุขภาพอนามัยสังฆมณฑล เชียงใหม่ โดยการนำของคุณพ่อวิโรจน์ นันทจินดา จิตตาธิการ ร่วมกับคณะกรรมการฯ ได้จัดให้มีการสัมมนาเครือข่ายสุขภาพอนามัยระดับสังฆมณฑลฯ ขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 เมษายน 2010 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยได้มีโอกาส ฟื้นฟูจิตใจและพิจารณาไตร่ตรองชีวิตและงาน เพื่อศึกษาทิศทางและแนวทางงานอภิบาลสุขภาพอนามัยของสังฆมณฑลเชียงใหม่ และเพื่อเป็นโอกาสให้เครือข่ายได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน อภิบาลด้านสุขภาพอนามัยของแต่ละองค์กร

ซึ่งมีทั้งนักบวชคณะต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งชายและหญิงมาร่วมสัมมนาครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกันทั้งหมดเกือบ 70 คน ซึ่งในโอกาสนี้คุณพ่อไพรัช ศรีประเสริฐ คณะคามิลเลียน ได้บรรยายในหัวข้อ “สุขภาพในมุมต่างระหว่างงานพัฒนาและงานอภิบาล และในโอกาสนี้ และคุณสุรีรัตน์ ตรีมรรคา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สุขภาพอนามัยของคนไทยในปัจจุบัน และในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ ได้นำการไตร่ตรองในหัวข้อ “ชีวิตและงาน” และเป็นประธานถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณปิดการสัมมนาครั้งนี้ และแจกใบเกียรติคุณให้กับผู้สูงอายุตัวอย่างและลูกกตัญญูด้วย