จดหมายอภิบาลเรื่อง “เสริมสร้างชุมชน ศิษย์ธรรมทูต”

จดหมายอภิบาลเรื่อง “เสริมสร้างชุมชน ศิษย์ธรรมทูต”

          บรรดาพี่น้องพระสงฆ์ นักบวช สภาภิบาล ครูคําสอน และฆราวาสที่รัก 

          จากการฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม (วันที่ 4 มิถุนายน .. 16692019) และการต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส (20 23 พฤศจิกายน .. 2019) ได้นําความยินดีมาสู่พวกเราทุกคน และมีคําถามว่า แล้วเราจะทําอะไรต่อไป

          หลังจากเหตุการณ์ทั้งสอง สภาพระสังฆราชฯ จึงได้ประกาศสาส์นอภิบาล เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ค..2020 ตอบว่า เสริมสร้างชุมชน ศิษย์ธรรมทูต” 

          จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมานี้ มีผลดีคือ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เราต้องกักตัว “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อส่วนรวม แต่ผลกระทบตามมา เช่น คนตกงาน ปัญหาขาดรายได้ ความเครียด ฯลฯ ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ แต่พี่น้องหลายหมู่บ้านได้แบ่งปันข้าวสาร ผัก ผลไม้ ฯลฯ ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างน่าประทับใจ 

          สําหรัสังฆมณฑลเชียงใหม่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จําเป็นต้องพิจารณาลด งบประมาณการใช้จ่ายของแต่ละวัดในปีนี้ เป็นพิเศษ เพราะรายรับจากแหล่งต่างๆ ลดลง ดังนั้นเพื่อให้งานของสังฆมณฑลดําเนินต่อไปได้ เราจึงต้องประหยัด พึ่งตนเองให้มากที่สุด และช่วยเหลือกัน โดย

1. ประหยัด ลดค่าใช้จ่ายโครงการต่างๆ ตามสภาพความเป็นจริง

2. พิจารณาลดค่าใช้จ่ายที่มิสซังต้องจ่ายช่วยเหลือวัด ศูนย์เด็ก เยาวชน และศูนย์คําสอน โดยให้ชุมชนคริสตชนในหมู่บ้าน พิจารณา ช่วยเหลือศูนย์เด็ก เยาวชน สามเณรของวัด ตนเองให้มากขึ้น

3. ขอพี่น้องช่วยทําบุญ ขอมิสซาที่วัด จากแต่ละบ้าน เดือนละ 1 มิสซา 

          เราพิจารณาสถานะของแต่ละวัดด้านจํานวนสัตบุรุษ และความเป็นอยู่ จึงขอ แบ่งเป็น 3 ระดับคือ

  • ระดับ 1 คือ วัดที่มีโรงเรียน พึ่งตนเอง และช่วยสังฆมณฑลได้ (3 วัด)
  • ระดับ 2 คือ วัดใหญ่ที่มีสัตบุรุษเป็นจํานวนมาก พึ่งตนเองได้ (21 วัด
  • ระดับ 3 คือ วัดที่มีสัตบุรุษไม่มาก ต้องพึ่งสังฆมณฑล (9 วัด

          การเสริมสร้างชุมชนศิษย์ธรรมทูต อาศัยวิถีชุมชนคริสตชน

1. สํารวจสถิติคริสตชนที่รับศีลล้างบาปในเขตวัด ผู้ย้ายถิ่น และชาวต่างประเทศที่มาวัด

2. ศึกษาพระสมณสาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เรื่อง ความชื่นชมยินดีแห่ง พระวรสาร (Evangelii Gaudium) และเลาดาโตซีกี่ยวกับการดูแลรักษาโลก บ้านที่เรา อาศัยอยู่ร่วมกัน

3. ส่งเสริมการสร้างชุมชน ศิษย์ธรรมทูตแก่ฆราวาส ครูคําสอน หัวหน้าคริสตชน และ เยาวชน

4. อภิบาลส่งเสริมชีวิตครอบครัว และ การเตรียมแต่งงาน

5. การดูแลอบรม เสริมสร้างชุมชนศิษย์ธรรมทูตแก่เด็ก และเยาวชนในศูนย์คาทอลิกของเรา 

          จึงขอบรรดาพี่น้องพระสงฆ์ นักบวชหญิงชาย สภาภิบาลวัด หัวหน้าคริสตชน และ ครูคําสอน ร่วมมือกันสร้างอารยธรรมแห่งความรักในชุมชน และหมู่บ้านของเรา 

ประกาศ วันที่ 9 มิถุนายน 2020

(.วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

(บาทหลวงยอแซฟ ศราวุธ แฮทู)
เลขาธิการ 

ระดับ 1
วัดที่มีโรงเรียน พึ่งพาตัวเอง และช่วยสังฆมณฑล

1. อาสนวิหารพระหฤทัย เชียงใหม่
2. วัดแม่พระแห่งลูร์ด ลําปาง
3. วัดนักบุญไมเกิล การีกอยส์ เชียงดาว

ระดับ 2
วัดที่มีสัตบุรุษมาก เศรษฐกิจดี พึ่งพาตัวเองได้ 70 – 80 %

1. วัด น.ฟรังซิสแห่งอัสซีซี ลําพูน
2. วัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ แจ้ห่ม
3. วัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ แม่ปอน
4. วัด น.เปาโล ห้วยตอง
5. วัด น.ปาตริก ปาตึง
6. วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ ป่าฝาง
7. วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ ดินขาว
8. วัดอัครเทวดาราฟาแอล ขุนแปะ
9. วัดแม่พระแห่งเหรียญอัศจรรย์ แม่แตง
10. วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล เมืองงาม
11. วัดพระวิสุทธิวงศ์ ห้วยบง
12. วัดพระคริสต์แสดงองค์ ฝาง
13. วัด น.ยอแซฟ สะเมิง
14. วัด น. ยอห์น บัปติสต์ แม่โถ
15. วัด น.เปาโล แม่สะเรียง
16. วัด น.เซซีลีอา ห้วยต้นนุ่น
17. วัด น.เปโตร ขุนแม่ลา
18. วัด น.เปโตร แม่ลาน้อย
19. วัดพระแม่มารีย์ หนองแห้ง
20. วัดแม่พระแห่งลูกประคํา ขุนยวม
21. วัด น.ยอห์น อัครสาวก แม่เหาะ

ระดับ 3 วัดที่มิสซังต้องช่วย

1. วัดพระมหาไถ่ ศูนย์โม้ง
2. วัด น.ยอแซฟ และศูนย์คําสอน แม่ริม
3. วัด น.มีคาแอล การีกอยส์ จอมทอง
4. วัดแม่พระบังเกิด อมก๋อย
5. วัด น.เปาโล นาเกียน
6. วัด น.เทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย
7. วัด น.ฟรังซิสเซเวียร์ แม่ฮ่องสอน
8. วัด น.เยนอเวฟา นาป่าแป๋
9. วัด น.ลอเรนโซ่ หลุยส์ แม่หาด

ประกาศสาส์นอภิบาลของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 047/2020

ประกาศสาส์นอภิบาลของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ที่ สสท. 047/2020
เรื่องปีที่ 351 มิสซังสยาม เสริมสร้างชุมชน ศิษย์ธรรมทูต

อวยพรมายังบรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวชชาย-หญิง และคริสตชนฆราวาสทุกท่าน

                        สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ประกาศสาส์นอภิบาลหลายฉบับ โอกาสเฉลิมฉลองรำลึกถึง 350 ปีการสถาปนา “มิสซังสยาม” (วันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1669 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2019) เพื่อขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ท่านได้ทรงสถาปนาพระ
ศาสนจักรคาทอลิกบนผืนแผ่นดินไทย และด้วยสำนึกในความกตัญญูต่อบรรดาธรรมทูตในอดีต รื้อฟื้นความมีชีวิตชีวาแห่งชุมชนความเชื่อในปัจจุบัน พร้อมทั้งเสริมสร้างชีวิตศิษย์ธรรมทูตของพระเยซูคริสตเจ้าเพื่อก้าวสู่อนาคตและในปีที่ 350 แห่งมิสซังสยามนี้พระศาสนจักรคาทอลิกแห่งประเทศไทยก็ได้รับพระพรพิเศษด้วยการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปา
ฟรานซิสระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 นำความยินดีมาสู่พวกเราทุกคน

                        ณ บัดนี้ การฟื้นฟูความเชื่อคริสตชน “ศิษย์พระคริสต์” และการเฉลิมฉลองดังกล่าวมาถึงปีที่ 351 มิสซังสยามแล้ว  สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นสมควร และขอเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า ต่อแต่นี้ไปเราจะต้องมุ่งสู่การเสริมสร้างชุมชนศิษย์ธรรมทูตอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยอาศัยวิถีชุมชนคริสตชนย่อย (BEC) เพื่อทำให้ทุกมิติชีวิตการประกาศข่าวดีสู่ปวงชน (Ad Gentes) เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นำคริสตชนคาทอลิกทุกคนจากการเป็นศิษย์พระคริสต์ (Christ’s Disciples) สู่การเป็นศิษย์ธรรมทูตของพระเยซูคริสต์ (Missionary Disciples) มากขึ้น โดยก้าวออกสู่การประกาศข่าวดีด้วยประจักษ์พยานชีวิตและด้วยวาจา อาศัยการบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตอารยธรรมแห่งความรักแก่พี่น้องชาวไทยที่ยังไม่มีโอกาสได้รับฟังข่าวดีนี้ นี่คือแก่นแท้และหัวใจของพระศาสนจักรคาทอลิกไทย

                        ก่อนอื่นหมดทีเดียว พี่น้องพระสังฆราชทุกท่านเป็นหนึ่งเดียวกันทางความคิดและยึดมั่นในกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ปี ค.ศ. 2015 ของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เป็นแนวทางหลักสำคัญ เพราะเอกสารฉบับนี้สอดคล้องรองรับสมณสาส์น “ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร” (Evangelii Gaudium) ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และแนวทางต่าง ๆ ของพระศาสนจักรสากลในปัจจุบัน พวกเรามั่นใจว่า การเป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิต
คริสตชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ่านทางวิถีชุมชนคริสตชนย่อยที่มีบรรยากาศอารยธรรมแห่งความรัก และการประกาศข่าวดีด้วยวาจา อาศัยการบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตความเชื่อในชุมชนคริสตชนย่อยของเรา จะทำให้ข่าวดีที่เราประกาศออกไปน่าเชื่อถือ

                        สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคร้ายโควิด-19 มีอันตราย และส่งผลกระทบทำให้ผู้คนประสบปัญหามากมายในการดำเนินชีวิต และปัญหาหนักหน่วงด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งภัยแล้งที่ตามมา ทำให้พระศาสนจักรแทบจะไม่สามารถขับเคลื่อนพันธกิจต่าง ๆ ได้เลย แม้เพียงพันธกิจ การอภิบาลด้านศาสนกิจอย่างเดียว ก็เป็นไปได้ด้วยความยากลำบากและจำกัดอย่างมากอยู่แล้วในสถานการณ์จริงดังกล่าวนี้เราจะทำอย่างไร

                        สมาชิกพระศาสนจักรคาทอลิกทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อภิบาลและผู้ร่วมงานอภิบาล นักบวชชาย-หญิง ฆราวาสคาทอลิกทุกคน ก่อนอื่น พวกเราทุกคนคงจะต้องฝากสภาพ การณ์ทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระเมตตารักและพระญาณเอื้ออาทรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผ่านทางศาสนกิจ ชีวิตภาวนา พระวาจา และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ให้ทุกคนสามารถมองเห็นและมั่นใจในอนาคต

                        จิตตารมณ์ความรักของพระสงฆ์ผู้อภิบาลแบบพระเยซูเจ้า “องค์พระผู้อภิบาลที่ดี” รวมทั้งพระพรพิเศษและพันธกิจของคณะนักบวชทุกคณะ และผู้ถวายตัวทุกกลุ่ม ทุกองค์กร
จะช่วยหนุนนำจิตใจของทุกคนให้ทำบางสิ่งบางอย่างที่เป็นไปได้ เท่าที่เป็นไปได้ และอย่างปลอดภัย เพื่อพี่น้องร่วมความเชื่อและพี่น้องชาวไทยคนอื่นๆ ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้ผ่านเข้ามาในเส้นทางชีวิตของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลชายขอบสังคม ขออย่าให้มีใครสักคนพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสพระเมตตาและความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผ่านทางชีวิตและการกระทำของเรา

                        ดังนั้น ความพยายาม การอุทิศตนทุกอย่างต่างๆ เหล่านี้ จะให้ความบรรเทาใจ เสริมสร้างสายใยความรักความเอื้ออาทรต่อกัน ต่อทุกคน จะก่อเกิดความหวังและเสริมสร้างให้เป็น มิใช่เพียง “ฐานวิถีชีวิตใหม่” (New normal) เท่านั้น แต่จะก่อเกิดเป็น “ประสบการณ์พิเศษสุดแห่งความรักของพระเจ้า” ที่ถูกถ่ายทอดออกมาสัมผัสชีวิตและจิตใจของผู้คนในสังคมไทยให้ก้าวสู่อนาคตที่มีสันติสุขและภราดรภาพมากขึ้น

                        ในนามของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนพี่น้องพระสงฆ์ นักบวชชาย-หญิง และฆราวาสคาทอลิกทุกคน ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เสริมสร้างชุมชนศิษย์ธรรมทูต ก้าวออกไปประกาศข่าวดีสู่ปวงชนชาวไทยที่กำลังรอรับฟังข่าวดีนี้อยู่

                        ขอพระนางมารีย์ พระมารดาแห่งพระศาสนจักร และดวงดาราแห่งการประกาศข่าวดี ได้เสนอวิงวอนพระเยซูคริสตเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ด้วยเทอญ

                        ประกาศ ณ วันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 2020 ปีที่ 351 มิสซังสยาม

 

( พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช )

พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย

( พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ )

พระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่
เลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ประกาศ เลขที่ ชม. 065/2020 เรื่อง มาตรการและแนวทางการปฏิบัติ ในการเข้าร่วมพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณ

ประกาศ เลขที่ ชม. 065/2020
เรื่อง มาตรการและแนวทางการปฏิบัติ ในการเข้าร่วมพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณ

       ตามที่สังฆมณฑลเชียงใหม่ได้ออกประกาศ เรื่อง “งดพิธีกรรมช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงเวลา การระบาดของโรค COVID-19” เลขที่ ชม.038/2020 ลงวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ.2020 และ คําประกาศ เรื่อง “ขยายเวลาการร่วมพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณ ผ่านการถ่ายทอดสด “ออนไลน์” ในช่วงการระบาดของโรค COVID-19” เลขที่ ชม.059/2020 ลงวันที่ 30 เมษายน ค.ศ.2020 ไปแล้วนั้น บัดนี้ การระบาดของโรค COVID-19 มีแนวโน้มลดลงและสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศ ที่ สสท.41/2020 เรื่อง “มาตรการเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชน คาทอลิก” และ ที่ สสท.41bis/2020 “แนวทางการปฏิบัติเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของ คริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก”

       สังฆมณฑลเชียงใหม่ จึงอนุญาตให้บรรดาพระสงฆ์ นักบวช ชายและหญิงในเขตสังฆมณฑลเชียงใหม่ทุกท่านสามารถเปิดวัด จัดให้มีการเข้าร่วมพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณให้สัตบุรุษมาร่วมได้ ตั้งแต่วันอาทิตย์สมโภชพระจิตเจ้า ที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ.2020 เป็นต้นไป โดยให้ปฏิบัติตาม “มาตรการ และ แนวทางภาคปฏิบัติ” ที่ทางสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้ กําหนดอย่างเคร่งครัด ส่วนวัดใดที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางหรือมาตรการดังกล่าวได้ ก็ให้จัด พิธีกรรมผ่านการถ่ายทอด “ออนไลน์” ดังที่ได้ปฏิบัติมาต่อไปจนกว่าจะมีความพร้อม

       จึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป

       ขอพระเจ้า โปรดปกป้องคุ้มครองเราจากโรคร้ายต่างๆ ทั้งฝ่ายร่างกายและฝ่ายวิญญาณผ่านทาง คําเสนอวิงวอนของพระนางมารีย์และนักบุญยอแซฟ

       ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.2020

(บิชอป ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

(บาทหลวง ยอแซฟ ศราวุธ แฮทู)
เลขาธิการศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 41/2020 เรื่อง “มาตรการเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก”

ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ที่ สสท. 41/2020

เรื่อง “มาตรการเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก”

       เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้คลี่คลายลงด้วยความร่วมมือของประชาชนคนไทย ภาครัฐได้เริ่มผ่อนปรนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบบค่อย เป็นค่อยไป เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีพรวมถึงการประกอบ ศาสนากิจ แต่จำเป็นต้องปรับตัวเข้ากับ “ฐานวิถีชีวิตใหม่” (New Normal) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ โควิด-19

       เพื่อเปิดโอกาสให้คริสตศาสนิกชนชนคาทอลิกในประเทศไทย สามารถเข้าร่วมศาสนพิธีต่าง ๆ ภายใต้มาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อให้สัตบุรุษทั่วหน้ามีโอกาสสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เข้าร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสชา) ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในวันใดวันหนึ่งของสัปดาห์ แม้จะไม่สามารถเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกันได้ในวันอาทิตย์ ดังเช่นในสถานการณ์ปกติ ทั้งนี้ให้เริ่มปฏิบัติได้ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไปหรือวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 โดยให้อยู่ใน ดุลยพินิจและประกาศของแต่ละสังฆมณฑล

       สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรศาสนา โดยนัยข้อกำหนด (ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉนับที่ ๕) ข้อ ๔) จึงกำหนดมาตรการเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก ฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ดังต่อไปนี้ :

๑) ประมุขสังฆมณฑลกำกับ ดูแลผู้รับผิดชอบทุกภาคส่วนในเขตสังฆมณฑลของตนให้

ปฏิบัติตามมาตรการฉบับนี้

๒) ให้เจ้าอาวาสวัดหรือผู้รักษาการเป็นผู้รับผิดชอบดูแลและจัดหาอุปกรณ์เพื่อให้เกิดการ

ปฏิบัติทั้งในส่วนของบุคลากร ผู้ประกอบพิธี และผู้มาร่วมพิธี ในมาตรการที่สำคัญอัน ได้แก่

1.1 กำหนดจำนวนผู้มาร่วมและที่นั่งเพื่อให้สามารถรักษาระยะห่างอย่างน้อย 1.5-2 เมตร ของทุกคนในพิธี

1.2 การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดพิธี

1.3 การคัดกรองผู้มีอาการและผู้มีไข้ไม่ให้เข้าร่วมพิธี

1.4 การล้างมือ

1.5 การทำความสะอาดสถานที่ สิ่งของเครื่องใช้ ระบบระบายอากาศให้สะอาด ปลอดภัย

1.6 การลงทะเบียนผู้มาร่วมและวิธีการติดตามผู้สัมผัสหากเกิดปัญหาการติดเชื้อขึ้น

1.7 การทำความเข้าใจกับสัตบุรุษเพื่อให้เกิดการร่วมมือที่ดี

(รายละเอียดศึกษาได้จากแนวทางการปฏิบัติต่อท้ายประกาศนี้)

๓) ให้สัตบุรุษที่มาร่วมศาสนากิจให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามประกาศนี้ โดยยินยอมให้มีการตรวจวัดไข้ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยขณะร่วมพิธี รักษาระยะห่าง ตลอดการร่วมพิธี ลดหรือเปล่งเสียงในพิธีกรรมแต่พอดี สัตบุรุษที่ไม่สบายหรือมีอาการคล้ายหวัด ขอให้งดการมาร่วมพิธี หรือหากท่านใดติดเชื้อโควิดในภายหลังและเกรงว่าจะมีผู้สัมผัสในศาสนาสถานขอให้แจ้งเจ้าอาวาสเพื่อประสานงานกับหน่วย ราชการที่ควบคุมโรค

๔) ให้เจ้าอาวาสติดตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเพื่อปฏิบัติตาม และขอคำแนะนำเพิ่มเติมตามที่เห็นควร

       ขอพระเยซูคริสตเจ้า โปรดประทานพระพรอุดมบริบูรณ์ และปกป้องคุ้มครองพี่น้องทุกท่านให้ปลอดพ้นจากโรคร้ายทั้งฝ่ายร่างกายและจิตใจ โดยผ่านคำเสนอวิงวอนของพระแม่มารีย์

       ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2020

( พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช )

ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

( บิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ )

เลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

 

เอกสารแนบ: สสท. 041bis/2020 ฉบับวันที่ 16 พฤษภาคม 2020 “แนวทางการปฏิบัติเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก”

แนวทางการปฏิบัติเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก
ที่ สสท.41bis /2020
วันที่ 16 พฤษภาคม .. 2020

1. สถานที่ประกอบศาสนพิธีของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก

1.1 การเข้าและออกจากวัดของแต่ละบุคคล ต้องหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันหนาแน่นของผู้คน

1.2 กำหนดรักษาระยะห่างทางสังคมตามลานระเบียงทางเข้า-ออก เพื่อความปลอดภัยของแต่ละคนขั้นตํ่า 1.5-2 เมตร ทั้งทางด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา

1.3 กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้เข้าร่วมพิธีในวัด และจำนวนที่นั่งร่วมพิธีในแต่ละรอบพิธีและติดประกาศจำนวนดังกล่าวให้ชัดเจน

1.4 แต่ละวัดจัดให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มีเครื่องหมายบ่งบอกการเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิคม ดูแล ควบคุมการปฏิบัติตามระเบียบต่าง ๆ

1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือจำเป็น หน้ากากอนามัย เฟซชิลต์ เพื่อป้องกันตนเองของเจ้าหน้าที่ทุกคน

1.6 ทุกสถานที่ที่มีผู้เข้าร่วมพิธีจะต้องจัดให้มีเจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไว้บริการ และทุกคนที่เข้าร่วมศาสนพิธี ต้องทำความสะอาดมือด้วยเจลฆ่าเชื้อ และสวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา

1.7 มีคำประกาศระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ชัดเจนติดที่หน้าวัด

1.8 ไม่อนุญาตให้ผู้มีความเสี่ยงที่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ผู้มีอาการป่วย และผู้มีอุณหภูมิสูง กว่า 37.5 องศาฯ เข้าร่วมศาสนพิธี

2. การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อสถานที่และอุปกรณ์

2.1 ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ สถานที่ประกอบพิธี ห้องศาสนภัณฑ์ รวมทั้งสถานที่เกี่ยวข้องอื่น เข่น ห้องสุขา ฯลฯ ภายหลังการประกอบศาสนพิธีทุกครั้งรวมถึงการเปิดหน้าต่าง ปรับเปลี่ยนและระบายอากาศ

2.2 ภายหลังสิ้นสุดพิธีทุกครั้ง ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อภาชนะและอุปกรณ์ เครื่องใช้ในพิธี รวมทั้งไมโครโฟน ฯลฯ

2.3 งดใช้นํ้าเสกในการประพรมและจัดให้อ่างนํ้าเสก ณ ประตูทางเข้าวัดอยูในสภาพว่างเปล่า

3. ข้อพึงปฏิบัติและพึงระวังก่อนพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา)

3.1 กำกับจำนวนสัตบุรุษผู้ร่วมพิธีไม่ให้เกินเกณฑ์ความจุของวัดสำหรับแต่ละรอบพิธี

3.2 ต้องจัดให้มีการลงทะเบียนขอเข้าร่วมพิธีล่วงหน้า ผ่านทาง Social Network หรือวิธี การอื่นที่เหมาะสมกับแต่ละท้องที่ เพื่อกำกับจำนวนผู้เข้าร่วมแต่ละรอบพิธีและแต่ละวัน ไม่ให้เกินจำนวนที่นั่งในวัดที่สามารถรองรับได้

3.3 ในการลงทะเบียน ให้ระบุชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ รายละเอียดอื่นที่จำเป็น เลขที่ นั่งในวัด ของผู้ร่วมพิธีในแต่ละรอบพิธี และแต่ละวัน เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการติดตาม ตรวจสอบ ผู้อาจติดเชื้อได้ในภายหลัง ตามระเบียบของทางราชการ

3.4 หากเป็นการลงทะเบียนก่อนเริ่มพิธี จะต้องจัดให้มีสถานที่อื่นรองรับผู้ร่วมพิธีได้ในกรณี จำนวนผู้ขอเข้าร่วมมีมากเกินกว่าจำนวนที่นั่งภายในวัด

4. ผู้ประกอบพิธี

4.1 ผู้ประกอบพิธีเว้นระยะ รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตรจากผู้ร่วมประกอบพิธีท่านอื่น

4.2 ขอให้มีผู้ประกอบพิธีคนเดียว ถ้าต้องมีผู้ร่วมประกอบพิธี ขอให้ผู้ร่วมประกอบพิธีสวมหน้ากากอนามัย

4.3 ในกรณีมีอาการไข้ ไอ หรือเป็นหวัด ต้องไม่ประกอบพิธีหรือร่วมประกอบพิธี

5. ผู้ร่วมพิธี

5.1 จัดที่นั่งของผู้ร่วมพิธี ให้มีระยะห่างทั้งด้านซ้าย-ด้านขวา ด้านหน้า-ด้านหลัง 1.5-2 เมตร ระบุตำแหน่งหมายเลขที่นั่ง

5.2 ผู้ร่วมพิธีทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและนั่งรักษาระยะห่างตามจุดที่กำหนด

5.3 ในกรณีผู้ร่วมพิธีเกิดมีอาการป่วย หรือพบว่าติดเชื้อในภายหลัง ขอให้แจ้งทางวัดทราบ เพื่อติดตามผู้นั่งใกล้ชิดให้ได้รับการเฝ้าระวัง

6. ผู้ช่วยพิธีกรรม

6.1 ให้มีชุดผู้ช่วยพิธีกรรมเฉพาะของแต่ละคน หรือถ้าไม่ใช่ชุดเฉพาะของแต่ละคน ต้องซัก ก่อนทุกครั้ง

6.2 ผู้ช่วยพิธีกรรมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และถ้ามีมากกว่าหนึ่งคน ให้จัดที่นั่งเว้น ระยะห่าง รวมทั้งในขบวนแห่ หรือการทำหน้าที่ใด ๆ ให้เว้นระยะห่างเช่นกัน

7. ผู้อ่านบทอ่าน

7.1 การเตรียมชุดของผู้อ่านบทอ่าน ให้ปฏิบัติเหมือนกับชุดของผู้ช่วยพิธีกรรม

7.2 ผู้อ่านบทอ่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมทั้งเวลาทำหน้าที่อ่านบทอ่าน

7.3 การนั่งและการอ่าน ให้เว้นระยะห่างเหมาะสมเช่นกัน

8. ดนตรีและการขับร้องในพิธีกรรม

8.1 ดูแลทำความสะอาดเครื่องดนตรีก่อนใช้ทุกครั้ง

8.2 นักขับร้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมทั้งเวลาที่ขับร้องบทเพลงศักดิ์สิทธิ์

8.3 ตำแหน่งการนั่งและยืนของนักขับร้อง ให้เว้นระยะห่างเช่นกัน

8.4 ลดการเปล่งเสียงร้องเพลงให้อยู่ในระดับตํ่า เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝอยละออง

8.5 เพื่อเหมาะสมกับสถานการณ์ ให้มีนักขับร้องจำนวนจำกัดเพียงเพื่อร้องนำเสียง งดเว้น การขับร้องเป็นกลุ่มใหญ่

8.6 ในสถานการณ์ปัจจุบันอาจงดขับร้องบางบทเพลง เพื่อให้การชุมนุมร่วมพิธีกรรมไม่ยาวนานเกินไป

9. การแจกศีลมหาสนิท

9.1 ให้ประธานในพิธีกล่าวถ้อยคำว่า “พระกายพระคริสตเจ้า” ที่พระแท่นเพียงครั้งเดียวก่อนที่ ประธานฯ จะรับศีลมหาสนิท และสัตบุรุษตอบรับ “อาแมน” พร้อมกันครั้งเดียวเช่นกัน

9.2 เมื่อถึงช่วงรับศีลมหาสนิท ก่อนที่ประธานฯจะส่งศีลให้สวมหน้ากากอนามัย เช่นเดียวกับ”ศาสนบริกร ส่งศีลมหาสนิทคนอื่น ๆ

9.3 พระสงฆ์ผู้แจกศีลมหาสนิทล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือก่อนแจกศีลมหาสนิท และถือผอบศีลให้อยู่ห่างจากระดับการหายใจ

9.4 สัตบุรุษรักษาระยะห่าง 1.5-2 เมตร ขณะเดินออกมารับศีล คงสวมหน้ากากอนามัยไว้ เปิด หน้ากากออกก่อนรับศีลและรับศีลมหาสนิทด้วยมือโดยไม่กล่าวคำว่า “อาแมน” อีก

10. ข้อแนะนำอื่น ๆ

10.1 ในกรณีที่มีการเก็บทานรับบริจาค ให้ผู้ทำหน้าที่นี้ยืนเว้นระยะห่างจากผู้ร่วมพิธีแต่ละคน หรืออาจใช้การบริจาคใส่ซอง หรือใส่ตู้ทานหรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสมปลอดภัย

10.2 ถ้าวัดใดมีโปรเจคเตอร์ ให้ใช้เครื่องนี้ประกอบการสวดและการขับร้อง หากจำเป็นต้องใช้ หนังสือเพลงและหนังสือสวดภาวนาให้ทำความสะอาดก่อนเสมอ

10.3 งดการประชุม พูดคุยเป็นกลุ่ม ก่อนและหลังพิธีกรรม

10.4 ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้คงจัดการถ่ายทอด

ศาสนพิธีทาง “ออนไลน์” ต่อไปสำหรับบุคคลผู้ไม่สามารถเข้าร่วมพิธีในวัดได้

10.5 ควรจัดพิธีกรรมอย่างมีความหมาย เรียบง่าย ในกรอบเวลาที่เหมาะสม

10.6 จำเป็นต้องถือข้อปฏิบัติต่าง ๆ เหล่านี้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรักษา ระยะห่างทางสังคมในเรื่องที่นั่งในวัดเพื่อป้องกันตนเองและผู้อื่นให้ปลอดภัย

10.7 หากสถานที่ของวัดนั้น ๆ ไม่เอื้ออำนวย พระสงฆ์เจ้าอาวาสอาจจัดหาและใช้สถานที่อื่นที่ปลอดภัยจากการติดโรคมากกว่า พร้อมทั้งมีความเหมาะสมทางด้านพิธีกรรมแทนได้

10.8 ยังคงไว้การยกเว้น (Dispensation) จากพันธการเข้าร่วมพิธีบูขาขอบพระคุณวันอาทิตย์ ของคริสตชน (มาตรา 1247) ของเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และให้ผู้ไม่สามารถเข้าร่วมพิธีในวัด ชดเชยการขาดมิสซาวันอาทิตย์ด้วยการร่วมพิธีผ่านโซเซียลมีเดีย หรือทำกิจศรัทธาได้

11. การประกอบศาสนพิธีและศีลศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ

ก. ศีลอภัยบาป

11.1 ศีลอภัยบาปแบบส่วนตัว ประกอบในสถานที่กว้าง อากาศถ่ายเทได้ รักษาระยะห่าง ปลอดภัย และรักษาความลับของศีลอภัยบาป พระสงฆ์และผู้สารภาพบาปต้องสวมหน้ากากอนามัย

11.2 ในกรณีที่ไม่สามารถรับศีลอภัยบาปแบบส่วนตัว อนุญาตให้โปรดศีลอภัยบาปสำหรับหลายคน โดยสารภาพบาปและรับการอภัยร่วมกัน (แบบที่ 3) โดยพระสงฆ์ผู้โปรดบาป ยํ้ากับ สัตบุรุษทุกครั้งว่า เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาพปกติ ให้สัตบุรุษกลับไปรับศีลอภัยบาป แบบส่วนตัว พร้อมทั้งสารภาพบาปครั้งก่อนกับพระสงฆ์ด้วย

. การโปรดศีลกำลัง

11.3 อาจเลื่อนการโปรดศีลกำลังไปทำในภายหน้า เมื่อสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านพ้นไปแล้ว หรือให้ทำตามมาตรการในเรื่องการ ประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) ทั้งนี้ ให้อยู่ในวินิจฉัยของประมุขสังฆมณฑล โดยอาจกำหนดมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติมขึ้นได้

ค. การประกอบพิธีศีลสมรส

11.4 หากไม่เลื่อนการประกอบพิธีศีลสมรสออกไป ให้ประกอบพิธีศีลสมรสโดยยึดแนวทางการ ประกอบพิธีตามที่มีกำหนดมาตรการความปลอดภัยไว้ และให้เชิญเฉพาะญาติสนิทจำนวนจำกัด

. การโปรดศีลเจิมผู้ป่วยและการส่งศีลเสบียง

11.5 กรณีทั่วไป

11.5.1 การโปรดศีลเจิมผู้ป่วยและการส่งศีลเสบียงอาจทำได้ทุกเมื่อที่มีอาการป่วย ไม่ควร รอจนผู้ป่วยมีอาการหนักใกล้เสียชีวิตจึงเชิญพระสงฆ์มาประกอบพิธี

11.5.2 การประกอบพิธีขอให้คำนึงถึงเรื่องสุขภาพอนามัย ผู้รับศีลและผู้ร่วมพิธี ทุกคน สวมหน้ากากอนามัยและรักษาการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลตามข้อความที่ ประกาศข้างต้น

11.5.3 การโปรดศีลอภัยบาปแก่ผู้ป่วย ให้ปรับใช้ตามแนวทางของข้อ 11.1 หรือข้อ 11.2

11.5.4 ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อนุญาตให้ประกอบพิธีแบบสั้น (พิธีประกอบศีลศักดิ์สิทธิ์แก่ผู้ป่วยยามฉุกเฉิน อยู่ในอันตรายใกล้จะเสียชีวิต)

11.5.5 ถ้าผู้ป่วยอยู่ในอันตรายใกล้จะเสียชีวิต พระสงฆ์ให้พระคุณการุญครบบริบูรณ์แก่ผู้ ใกล้จะเสียชีวิต (เมื่อผู้ป่วยรับศีลอภัยบาปแล้ว หรือเมื่อที่ชุมนุมทำการสารภาพผิด โดยทั่วไปแล้ว)

11.5.6 ก่อนโปรดศีลเจิมผู้ป่วย พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีสวมหน้ากากอนามัย และสวมถุงมือ เมื่อเจิมผู้ป่วยด้วยนํ้ามันศักดิ์สิทธิ์แล้วจึงถอดถุงมือออก

11.5.7 การรับศีลมหาสนิท (ศีลเสบียง)ให้ผู้ป่วยรับศีลมหาสนิทด้วยมือ โดยขั้นตอนการ ปฏิบัติให้ปรับใช้แนวทางการแจกศีลมหาสนิทในเอกสารนี้ ข้อ 9.1-9.4 หากผู้ป่วย ไม่สามารถรับศีลมหาสนิทด้วยมือได้ให้พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีกล่าวเชิญชวนผู้ป่วย ให้รับศีลมหาสนิทด้วยความปรารถนา

11.6 กรณีของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19

11.6.1 ขอให้ญาติพี่น้องของผู้ป่วยระลึกถึงวิถีปฏิบัติกรณีทั่วไปข้อ ง. 1.1 ก่อนเสมอ

11.6.2 พระศาสนจักรร่วมเป็นหนึ่งเดียวในความทุกข์และภาวนาให้ผู้ป่วยเสมอแม้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคร้ายนี้จะทำให้พระสงฆ์ไม่อาจไปโปรดศีลเจิมคนเจ็บป่วยและศีลเสบียงแก่ผู้ป่วยได้ แต่พระสงฆ์จะภาวนาขอพระพรจากพระเจ้า ให้แก่ผู้ป่วย อาจจะเป็นที่วัด ที่บ้านพักพระสงฆ์ หรือที่โรงพยาบาลในระยะห่างที่ ทางโรงพยาบาลอนุญาต ทั้งนี้ให้พระสงฆ์เจ้าอาวาส หรือพระสงฆ์ผู้รับเชิญ (ในกรณีใกล้จะสิ้นชีวิต) เป็นผู้วินิจฉัยและตัดสินใจ

11.6.3 ในกรณีใกล้จะเสียชีวิตให้ปฏิบัติตามแนวทางการรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถจะรับศีลเจิมคนไข้และศีลเสบียงได้ (ตามกฤษฎีกา ลงวันที่ 20 มีนาคม 2020 ของสำนักงานวินิจฉัยคดีฝ่ายจิต) โดย “ขอให้ผู้ป่วยใกล้จะ เสียชีวิต เพียงแต่เคยสวดบทภาวนาเป็นประจำขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ (ในกรณีเช่นนี้ พระศาสนจักรปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จำเป็นทั้งสามประการแทนผู้ป่วย) เพื่อจะรับ พระคุณการุณย์เช่นนี้ ขอแนะนำให้ผู้ป่วยเห็นไม้กางเขนหรือจัดตั้งไม้กางเขนใน การประกอบพิธี ไม้กางเขนดังกล่าวจะมีรูปพระเยซูเจ้าตรึงอยู่ด้วยหรือไม่มีก็ได้”

11.7 กรณีของผู้ป่วยใกล้จะเสียชีวิตในช่วงเวลาเคอร์ฟิว

11.7.1 ขอให้ญาติพี่น้องของผู้ป่วยระลึกถึงวิถีปฏิบัติกรณีทั่วไปทั้งในข้อ ง. 1.1. ก่อนเสมอ

11.7.2 ให้ญาติพี่น้องเตือนใจคนเจ็บป่วยใกล้จะเสียชีวิตให้เป็นทุกข์ถึงบาป รวมทั้งสวดภาวนาร่วมกับเขา หรืออธิษฐานภาวนาแทนเขา ในกรณีที่เขาเข้าตรีทูตไม่สามารถ สวดภาวนาได้แล้ว

11.7.3 การรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ของคนเจ็บป่วยใกล้จะเสียชีวิต ให้ใช้แนวทาง ของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ข้อ 1.6.3

. พิธีสำหรับผู้ล่วงลับและมิสซาปลงศพ

11.8 ขอพระสงฆ์ให้ความสำคัญ และการบรรเทาใจต่อการสูญเสียของบรรดาญาติมิตรสัตบุรุษใน ชุมชนวัดของท่านมากที่สุดด้วยการเยี่ยมเยียน รวมทั้งพูดคุยให้คำแนะนำในการจัดพิธี ในช่วงสถานการณ์ที่อาจจะมีข้อจำกัด เช่น ระยะเวลาการตั้งศพ การเชิญผู้มาร่วมพิธีด้วย จำนวนจำกัดอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

11.9 การจัดสถานที่สวดศพให้ที่นั่งมีระยะห่างและผู้ร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัยตลอดพิธีกรรม

11.10 จัดพิธีมิสซาปลงศพตามแนวทางพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) ที่ระบุแล้วข้างต้น

11.11 งดการเลี้ยงรับรอง อาหาร เครื่องดื่มต่าง ๆ ณ บริเวณที่จัดงานศพ อาจมีการจัดเป็น อาหารกล่อง และให้มีการแจกด้วยวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์

12. การประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม

12.1 พระสงฆ์เจ้าอาวาสจัดการ และดูแลให้การประชาสัมพันธ์ในประกาศนี้ไปถึงบรรดาสัตบุรุษ คริสต์ศาสนิกชนคาทอลิกในเขตชุมชนวัดของตนถ้วนหน้า

12.2 จัดให้ติดประกาศนี้หน้าวัด และประชาสัมพันธ์ให้สัตบุรุษคริสตศาสนิกชนคาทอลิกรับรู้และ ปฏิบัติตามได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อหาหลักสำคัญครบถ้วนทุกประการ

อนึ่ง ข้อบังคับสำคัญ คือมาตรการการป้องกันตนเองและผู้อื่น โดยการรักษาระยะห่างทางสังคม ในการเข้า-ออกจากวัด การนั่งร่วมพิธีในวัด การเดินไปรับศีลมหาสนิท และการสวมหน้ากาก อนามัยครอบปาก-จมูกมิดชิด และการทำความสะอาดมือ ฆ่าเชื้อด้วยเจลและแอลกอฮอล์

แนวทางการปฏิบัติตามประกาศนี้ให้อยู่ในความรับผิดชอบของพระสงฆ์เจ้าอาวาส และ พระสงฆ์ผู้ดูแลวัดน้อยต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใส่ตามจิตตารมณ์ของผู้อภิบาล และให้เป็นไปโดย สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับการผ่อนปรนที่ทางราชการได้กำหนดไว้

ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2020

( พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช )
ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

( บิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ )
เลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

โทรสารในราชการกระทรวงมหาดไทย


ที่ มท ๐๒๓๐/ว๒๙๒๘

วันที่   ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓
จาก   ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ถึง     ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

       ด้วยกรมการศาสนาขอความอนุเคราะห์กระทรวงมหาดไทย แจ้งจังหวัดเพื่อขอความร่วมมือ จากศาสนสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ให้ดําเนินการตามประกาศองค์การทางศาสนาที่ทางราชการให้การรับรอง (เพิ่มเติม) กรณีสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้กําหนดแนวทางปฏิบัติ เรื่อง แนวทาง การปฏิบัติเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก ที่ สสท. 41bis/2020 วันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 และประกาศ เรื่อง มาตรการเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก ที่ สสท. 41/2020 ณ วันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเป็นแนวทางในการประกอบศาสนกิจ ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และเข้าใจวิธีปฏิบัติตนตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ส่งมาพร้อมนี้

       ในการนี้ จึงขอให้จังหวัดแจ้งผู้ปกครองดูแลศาสนสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในพื้นที่ ดําเนินการตามแนวทางปฏิบัติและประกาศของ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแนวทางปฏิบัติและประกาศ ของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยดังกล่าวได้ ทางเว็บไซต์ www.moicovid.com หัวข้อ“หนังสือสั่งการ มท.”

(นายฉัตรชัย พรหมเลิศ)
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด
และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

สํานักงานปลัดกระทรวง
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 มท. (สนผ.)
โทร./โทรสาร ๐ ๒ ๒๒๕ ๒๘๕๗

กรมการศาสนา
๑๐ ถนนเทียมร่วมมิตร
เขตห้วยขวาง กทม. ๑๐๓๑๐

๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓

ที่   วธ ๐๓๐๒/๒๓๒๒
เรื่อง                 ขอความร่วมมือในการดําเนินการตามประกาศองค์การทางศาสนาที่ทางราชการให้การรับรอง (เพิ่มเติม)
เรียน                ปลัดกระทรวงมหาดไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย   สําเนาประกาศองค์การทางศาสนาที่ทางราชการให้การรับรอง (เพิ่มเติม) จํานวน ๑ ชุด

       ด้วยรัฐบาลมีข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๕) ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว ออกไปจนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ซึ่งตามข้อกําหนด ข้อ ๔ ระบุไว้ว่า การปฏิบัติศาสนกิจหรือศาสนพิธีในวันสําคัญทางศาสนาหรือตามประเพณีนิยม ณ ศาสนสถานใดให้เป็นไปตามดุลยพินิจและอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ปกครองดูแล ศาสนสถานนั้น ในกรณีมีมาตรการหรือคําแนะนําขององค์กรปกครองทางศาสนานั้นหรือของทางราชการ เกี่ยวกับการป้องกันโรค ให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการหรือคําแนะนําดังกล่าว

       ในการนี้ กรมการศาสนา ขอความอนุเคราะห์ท่านแจ้งไปยังทุกจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือ จากศาสนสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ให้ดําเนินการตามประกาศองค์การทางศาสนาที่ทางราชการให้การรับรอง (เพิ่มเติม) และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบศาสนกิจได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ศาสนิกชนในพื้นที่เข้าใจวิธี ในการปฏิบัติตนตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดต่อไป

       จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดําเนินการต่อไป

ขอแสดงความนับถือ
(นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ)
อธิบดีกรมการศาสนา

กองศาสนูปถัมภ์ โทร. ๐ ๒๒๐๒ ๙๖๓๓ โทรสาร ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๔

วันอธิษฐานภาวนาเพื่อมนุษยชาติ 14 พฤษภาคม 2020

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสร่วมกับผู้นำศาสนาต่างๆในโลก ขอชวนเชิญบรรดาศาสนิกทุกศาสนา

อธิษฐานภาวนา จำศีลอดอาหาร และประกอบกิจเมตตา
เพื่อขอพระพรพระเจ้าป้องกันและพิทักษ์คุ้มครองมนุษยชาติพ้นภัยจากโควิด-19
วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2020

“พวกเราเพิ่งเริ่มต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนของแม่พระ ซึ่งตลอดเดือนนี้บรรดาสัตบุรุษนิยมไปเยือนสัการะสถานต่างๆที่ยกถวายให้กับพระแม่มารีย์  ปีนี้เพราะสถานการณ์การแพร่โรคระบาดของโคโรนาไวรัส (โควิด19) พวกเราจึงไปเยือนสักการะสถานเหล่านี้ทางจิตด้วยความศรัทธาและความเชื่อ  การไปเยือนสักการะสถานที่ซึ่งหัวใจของพระแม่มารย์ ผู้ทรงโอบอุ้มหัวใจของบรรดาผู้เผชิญความทุกข์ยากลำบากในชีวิต  ตอบสนองความคาดหวังของพวกเรา และแผนการในอนาคตของพวกเรา  และ เนื่องจากการอธิษฐานภาวนามีคุณค่าอย่างยิ่งในระดับสากล พ่อยินดีน้อมรับข้อเสนอร่วมกันของ “กรรมาธิการระดับสูงเพื่อภราดรภาพของมวลมนุษย์” (Higher Committee of Human Fraternity) เพื่อให้วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ศกนี้ โดยให้บรรดาศาสนิกทุกศาสนา ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันในวันภาวนา จำศีลอดอาหาร และประกอบเมตตากิจ เพื่อวอนขอพระเจ้าให้มวลมนุษย์เอาชนะต่อโรคระบาดไวรัสโคโรนา  พ่อขอย้ำอีกที และขอให้จำไว้ด้วย วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 ขอเชิญผู้มีความเชื่อทุกคนทุกศาสนาร่วมใจกันอธิษฐานภาวนา ถือศีลอดอาหาร และกระทำเมตตากิจพร้อมกัน”  (จากคำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2020 หลังสวดบท Regina Caeli ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน)

สาส์นคำขอร้องจากสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา นครรัฐวาติกัน

วันอธิษฐานภาวนาเพื่อมนุษยชาติ 14 พฤษภาคม 2020

เจริญพรมายังกัลยาณมิตร บรรดาศาสนิกผู้มีความเชื่อ ความศรัทธา และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย         

ขณะที่โลกของพวกเรากำลังเผชิญกับอันตรายอันใหญ่หลวงที่คุกคามชีวิตของมนุษย์นับล้านคนทั่วโลก เพราะการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)  ในขณะที่พวกเราเห็นด้วยกับบทบาทของการแสวงหาตัวยา และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อต่อสู้ป้องกันกับโรคระบาดนี้ พวกเราไม่ควรลืมที่จะหันไปพึ่งพระเมตตาของพระเจ้าด้วย เพราะพวกเรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับวิกฤตครั้งใหญ่   เพราะฉะนั้นเราจึงขอวิงวอนศาสนิกทุกคนทั่วโลกให้อธิษฐานภาวนาตามความเชื่อ ความศรัทธาของแต่ละบุคคลตามศาสนาที่ตนเองนับถือ พร้อมกับการจำศีล อดออมมัธยัสถ์ตนเอง ทำบุญให้ทาน และประกอบกิจเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อขอให้โรคระบาดนี้สิ้นสุดลง ขอให้พวกเราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ประเทศใด ผู้ที่มีความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนาและปรัชญาของตน  จงได้วิงวอนความช่วยเหลือจากพระเจ้าได้โปรดช่วยพวกเราและทั้งโลกให้พ้นจากวิบัติภัยครั้งนี้ และบันดาลใจให้นักวิทยาศาสตร์สามารถค้นพบตัวยาในการต่อต้านไวรัส เพื่อช่วยชาวโลกพ้นจากอันตรายทางสุขภาพอนามัย เศรษฐกิจและความทุกข์ร้อนของมวลมนุษย์ที่ได้รับผลกระทบอันเกิดจากโรคระบาดร้ายแรงนี้

          ในฐานะที่เป็นความพยายามส่วนหนึ่งเพื่อการรับรู้ถึงเป้าประสงค์ของปฏิญญาเรื่อง “ภราดรภาพของมนุษย์” คณะกรรมาธิการแห่งภราดรภาพมนุษย์ได้เสนอให้วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 ขอให้เป็นวันอธิษฐานภาวนา จำศีลอดอาหาร และกระทำเมตตากิจเพื่อความดีประโยชน์สุขของมนุษยชาติ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมาธิการการจึงขอเชิญชวนผู้นำศาสนาและผู้คนทั่วโลกให้ช่วยตอบสนองต่อการเรียกร้องนี้โดยพร้อมเพรียงกันช่วยกันวิวอนพระเจ้า โปรดคุ้มครองชาวโลก ช่วยให้พวกเราเอาชนะต่อโรคระบาด ให้มีการฟื้นฟูความปลอดกัย ความมั่นคง สุขภาพอนามัย และความเจริญรุ่งเรือง เพื่อว่าเมื่อโรคระบาดนี้ยุติลงแล้ว โลกของพวกเราจะได้กลายเป็นสถานที่ซึ่งน่าอยู่มากกว่าสำหรับมวลมนุษย์ และสำหรับการเป็นภราดรภาพมากกว่าเดิม

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – ถ่ายทอดคำขอร้องนี้จากนครรัฐวาติกันเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว)

คำสั่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ ที่ ชม.061/2020 เรื่อง การแต่งตั้ง และเปลี่ยนแปลงหน้าที่พระสงฆ์และสังฆานุกรเข้าดำรงตำแหน่งหน้าที่

คำสั่งสังฆมณฑลเชียงใหม่
ที่ ชม.061/2020
เรื่อง การแต่งตั้ง และเปลี่ยนแปลงหน้าที่พระสงฆ์และสังฆานุกรเข้าดำรงตำแหน่งหน้าที่

     เพื่อความเหมาะสมและความจำเป็น อันเนื่องมาจากสังฆมณฑลเชียงใหม่ มีสังฆานุกร พระสงฆ์ และคณะพระมหาไถ่ เราจึงให้สังฆานุกร พระสงฆ์ ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ พ้นจากตำแหน่งเดิม และเข้าประจำตำแหน่งหน้าที่ใหม่ ดังนี้:

1. คุณพ่อ บุญเลิศ สร้างกุศลในพสุธา

ออกจากหน้าที่เป็นเจ้าอาวาส วัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย ไปเป็นเจ้าอาวาส วัดแม่พระบังเกิด อมก๋อย

2. คุณพ่อ วีระศักดิ์ ยงศรีปณิธาน

ผู้รับผิดชอบ/ดูแลสามเณรกลาง ปีฝึกงานอภิบาลและสามเณรใหญ่ของสังฆมณฑลเชียงใหม่ และผู้รับผิดชอบอภิบาลสัตบุรุษที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

3. คุณพ่อ อนุพงศ์ ดำรงอุษาศีล และคุณพ่อ ศราวุธ แฮทู

ช่วยอบรมและฟังแก้บาปสามเณร บ้านเณรเมืองพาน

4. คุณพ่อ สมพงษ์ กัมพลกูล

ออกจากหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญยอห์น แม่เหาะ ไปเป็นเจ้าอาวาส วัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย

5. คุณพ่อ ศรชัย ดิพอ

ออกจากหน้าที่เป็นเจ้าอาวาส วัดแม่พระบังเกิด อมก๋อย ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย

6. คุณพ่อ พัฒน์พงษ์ แซ่ฟรุ้ง

ออกจากหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดแม่พระลูกประคำ ขุนยวม ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญไมเกิ้ล การีกอยส์ เชียงดาว

7. คุณพ่อ ประยูร ปันมณีกุล

ออกจากหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญเปโตร แม่ลาน้อย ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดแม่พระบังเกิด อมก๋อย

8. คุณพ่อ สมยศ เทพสมุทร

ออกจากหน้าที่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญไมเกิ้ล การีกอยส์ เชียงดาว ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญยอห์น แม่เหาะ

9. คุณพ่อ นิรุจต์ วงค์แจ่ม

ออกจากหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย มาพักที่สำนักมิสซัง รอไปรับการอบรมต่อเนื่องที่ฟิลิปปินส์

10. คุณพ่อ โจงชอส์ แก้วมา

ตำแหน่ง หน้าที่เดิมและศึกษาต่อภายในประเทศด้านการบริหารการศึกษา

11. สังฆานุกร นนทชัย ริทู

เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส อาสนวิหารพระหฤทัย เชียงใหม่

12. สังฆานุกร พิชิต จำปาพยุง

เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดแม่พระลูกประคำ ขุนยวม

13. สังฆานุกร ธรรมชาติ ชอบพงไพร

เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญเปโตร แม่ลาน้อย

14. ภราดา สังคม อำไพพิพัฒน์ (C.Ss.R.)

ออกจากหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนักบุญปาตริก ป่าตึง ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ ป่าฝาง

     เนื่องจากประเทศไทยยังอยู่ในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรน่า จึงขอนำเพลงสดุดีที่ 91 กล่างถึง การขอความคุ้มครองจากพระเจ้า แด่พี่น้องพระสงฆ์ นักบวช สัตบุรุษและชาวบ้านทุกท่านว่า “พระองค์จะทรงช่วยท่าน ให้พ้นจากบ่วงแร้วของนายพราน ให้พ้นจากโรคระบาด ที่นำความตายมาให้ เพราะพระองค์ทรงบัญชาบรรดาทูตสวรรค์ให้แล้ว ให้พิทักษ์รักษาท่าน ไม่ว่าท่านจะไปทางไหน” (สดด. 91:3,11)

     ทั้งนี้ ขอให้เข้าประจำการภายใน วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2020
ประกาศ ณ วันพุธที่่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2020

(พระสังฆราช ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

(คุณพ่อ ยอแซฟ ศรารุธ แฮทู)
เลขาธิการศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

Official Announcement Prot. No. CM059/2020

Official Announcement
Prot. No. CM059/2020

Regarding the Extension Period of the Participation in Rites and Eucharistic Celebrations Broadcast “Online” during the COVID-19 Outbreak

 

Following the government’s decree that placed the entire nation under the state of emergency and the announcement of the extension of its enforcement for another month from 1 – 31 May 2020 by requesting the populace to “stay at home, stop the spread of the virus for the sake of our country” in order to prevent the further outbreak of COVID-19.

The Chiang Mai Diocese is issuing this announcement to all priests, men and women religious and brothers and sisters in faith in the entire Diocese to conform accordingly:

  1. We request every parish to release an announcement to its parishioners urging them to seriously cooperate with the decrees issued by the government, the provincial governor, etc. for the common good;
  2.  All religious rites and Eucharistic celebrations are suspended on weekdays as well as weekends. However, everyone is encouraged to continue to participate in the religious rites through “online” media until 31 May 2020;
  3. We encourage every family to pray the Holy Rosary together or individually as proposed by His Holiness Pope Francis;
  4. During the Laudato Si’ Week (from 16 to 24 May 2020) and on the occasion of the 5th anniversary of the encyclical Laudato Si’ regarding the care and preservation of the environment and the planet, which is our common home, we invite everyone and every family to plant a tree and/or preserve nature surrounding your home as you may deem appropriate and convenient.

Through the intercession of the Blessed Virgin Mary and St. Francis Xavier, may God protect and safeguard us against all various physical and spiritual diseases.

Dated 30 April 2020

+ Bishop Francis Xavier Vira Arpondratana

Bishop of Chiang Mai Diocese

Rev. Saravuth Haeto
Chancellor of Chiang Mai Diocese

ประกาศ เลขที่ ชม. 059/2020 เรื่อง ขยายเวลาการร่วมพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณ ผ่านการถ่ายทอด “ออนไลน์” ในช่วงการระบาดของโรค COVID-19

ประกาศ เลขที่ ชม. 059/2020
เรื่อง ขยายเวลาการร่วมพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณ
ผ่านการถ่ายทอด “ออนไลน์” ในช่วงการระบาดของโรค COVID-19

     ตามที่รัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั่วประเทศ และได้ประกาศขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม ค.ศ.2020 ด้วยการขอให้ประชาชน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพี่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

     สังฆมณฑลเชียงใหม่ จึงขอประกาศให้บรรดาพระสงฆ์ นักบวช ชาย-หญิงและพี่น้องสัตบุรุษ ในเขตสังฆมณฑลเชียงใหม่ทุกท่านได้ปฏิบัติ ดังนี้

1. ขอให้ทุกวัดได้ประกาศแก่สัตบุรุษของตนในการให้ความร่วมมือกับคำประกาศของรัฐบาล ของผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ อย่างเคร่งครัด เพี่อประโยชน์ของส่วนรวม
2. งดการประกอบพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณ ทั้งในวันธรรมดา และวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ให้ร่วมพิธีกรรมทางสื่อ “ออนไลน์” ต่อไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ.2020
3. ขอให้แต่ละครอบครัวสวดสายประคำ พร้อมกันในครอบครัวหรือส่วนตัวตามขอเสนอแนะ ขององค์สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
4. สัปดาห์ Laudato Si (ระหว่างวันที่ 16-24 พฤษภาคม ค.ศ.2020) และโอกาสครบรอบ 5 ปี ของสมณสาส์น Laudato Si ซึ่งเกี่ยวกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและโลก ซึ่งเป็นบ้านที่เราอาศัย อยู่ร่วมกัน จึงขอให้แต่ละคน-ครอบครัวได้ปลูกต้นไม้ และหรือดูแลรักษาธรรมชาติ ฯลฯ ในบริเวณบ้านของแต่ละคน-ครอบครัว ตามความเหมาะสมและความสะดวก

     ขอพระเจ้าผ่านทางคำเสนอวิงวอนของพระนางมารีย์และนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ โปรดปกป้องคุ้มครองเรา จากโรคร้ายต่างๆ ทั้งฝ่ายร่างกายและฝ่ายวิญญาณ

     ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน ค.ศ.2020

(บิชอป ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

(บาทหลวง ยอแซฟ ศราวุธ แฮทู)
เลขาธิการศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

Official Announcement Prot. No. CM053/2020

Official Announcement
Prot. No. CM053/2020
Regarding the Establishment of an Ad Hoc Committee on the Aspect of Economy during the COVID-19 Outbreak

 

Due to the outbreak of COVID-19 pandemic, schools are not able to offer special tutorial classes and the normal opening of schools would not be possible until the 1st of July 2020. As a result our Chiang Mai Diocese lacks the necessary funds to cover the salaries of teachers, staff and personnel starting from the month of May. Consequently, this would affect the local people as well.

The Chiang Mai Diocese issues this letter to all priests, men and women religious and all Catholic faithful to encourage local people to request a Mass to be offered. Each family is encouraged to make a Mass request intention at least once a month in order to help the church. (Please refer to the Chiang Mai Diocese Official Announcement Prot. No. CM051/2020 Regarding the Request to Inform the Christian Faithful and Provide Assistance to the Diocese Due to the Effects of the COVID-19 Outbreak)

Furthermore, we should reduce various costs and encourage large parishes to strive to contribute towards becoming self-sufficient in order to foster cooperation between the Diocese together with our brother priests in the parish and our social welfare centers for young people. Accordingly, an Ad Hoc Committee composed of the following was established to implement this:

1. Rev. Joseph Pratheep Kiratipong – Episcopal Vicar for Finance and Property
2. Rev. Stephen Sirichai Bungasawan – Episcopal Vicar for Evangelization
3. Rev. Joseph Saravuth Haeto – Chancellor of the Diocese

This Ad Hoc Committee will contact our brother priests, consult and find solutions to problems in the economic and social conditions we are faced with so that we could survive as the early Christians did when “The community of believers was of one heart and mind, and no one claimed that any of his possessions was his own, but they had everything in common.” (Acts 4:32, NABRE)

Dated 25th April 2020

+ Bishop Francis Xavier Vira Arpondratana

Bishop of Chiang Mai Diocese

Rev. Saravuth Haeto

Chancellor of Chiang Mai Diocese

คำสั่งแต่งตั้ง เลขที่ชม. 053/2020 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจ ช่วงการระบาดของโรคโคโรน่า

คำสั่งแต่งตั้ง
เลขที่ชม.  053/2020
 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจ ช่วงการระบาดของโรคโคโรน่า

     เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า ทำให้โรงเรียนต่างๆ ไม่สามารถสอนพิเศษและเปิดเรียนได้ตามปกติ จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 จึงทำให้สังฆมณฑลเชียงใหม่ของเรา ขาดเงินทุนมาจ่ายเงินเดือนครู บุคลากร ฯลฯ ในโรงเรียนในเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ซึ่งก็เป็นผลกระทบเกี่ยวกันกับชาวบ้านทั่วไป

     สังฆมณฑลเชียงใหม่จึงออกจดหมายถึงบรรดาพระสงฆ์ นักบวชและพี่น้องสัตบุรุษให้ชาวบ้านทำบุญขอมิสซาครอบครัวอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือวัด (อ้างอิง : คำประกาศสังฆมณฑลเชียงใหม่ที่ ชม.051/2020 เรื่อง “ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือสังฆมณฑลด้วยผลกระทบจากการระบาดของโรค  Covid-19”)

     อีกประการหนึ่ง เราควรประหยัดรายจ่ายต่างๆ และให้เขตวัดใหญ่ๆ พยายามมีส่วนร่วมในการพึ่งตนเองเพื่อร่วมมือกันระหว่างสังฆมณฑลกับบรรดาพี่น้องพระสงฆ์ในเขตวัดและศูนย์สงเคราะห์เยาวชนของเรา

     จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการดังนี้

1. คุณพ่อยอแซฟ ประทีป กีรติพงศ์ ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน

2. คุณพ่อสเตเฟน สิริชัย บุหงาสวรรค์ ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายธรรมทูต

3. คุณพ่อยอแซฟ ศราวุธ แฮทู เลขาธิการสังฆมณฑล

     คณะอนุกรรมการ เหล่านี้จะไปติดต่อ ปรึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาพี่น้องพระสงฆ์ ในสภาพเศรษฐกิจและสังคมแบบนี้ เพื่อให้เราอยู่รอดได้ดังกลุ่มคริสตชนสมัยแรกเริ่ม “กลุ่มผู้มีความเชื่อดำเนินชีวิต เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน แต่ทุกสิ่งเป็นของส่วนรวม” (กจ. 4:32)

     ประกาศ ณ วันที่ 25 เมษายน คริสตศักราช 2020

(บิชอป ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

(บาทหลวง ยอแซฟ ศราวุธ แฮทู)
เลขาธิการศาสนปกครองเขตเชียงใหม่