คาทอลิกไทยน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี วันคล้ายวันสวรรคตฯ

คาทอลิกไทยน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี วันคล้ายวันสวรรคต
ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)

(ผลิตโดย สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย)

ประกาศที่ ชม. 193/2020 แต่งตั้งให้รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย

ประกาศที่ ชม. 193/2020 แต่งตั้งให้รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย

ที่ ชม. 193/2020
วันที่ 8 เดือนตุลาคม ค.ศ.2020

เรื่อง แต่งตั้งให้รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย
เรียน พระสงฆ์ นักบวชชาย-หญิงและพี่น้องสัตบุรุษ ทุกท่าน

เนื่องด้วย คุณพ่อสมพงษ์ กัมพลกูล เจ้าอาวาสวัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย มีปัญหาด้านสุขภาพและเข้าโครงการฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่การเป็นเจ้าอาวาสดังกล่าวได้

ด้วยเหตุผลประการดังกล่าวนี้ ทางสังฆมณฑลฯ จึงแต่งตั้งคุณพ่อเปาโล แสงชัย ไอ่จาง ให้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ปาย ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม ค.ศ.2020 เป็นต้นไป จนกว่าทางสังฆมณฑลจะมีคําสั่งแต่งตั้งคุณพ่อเจ้าอาวาสคนใหม่ โดยมีสิทธิและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายพระศาสนจักรว่าด้วยตําแหน่งพระสงฆ์ที่รักษาการแทนฯ และระเบียบการของสังฆมณฑลเชียงใหม่

จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจและรับทราบ

ด้วยความนับถือ
(พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

(คุณพ่อยอแซฟ ศราวุธ แฮทู)
เลขาธิการศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

A Letter to Our Brothers and Sisters
(25th September 2020)

A Letter to Our Brothers and Sisters (25th September 2020)

The video clip of the Rainbow Church for all Genders in Chiang Mai (All Saints Chiang Mai) published by Spectrum showed that their community has a priest and a married deacon, both British who came to stay in Chiang Mai. The priest and the deacon are shown wearing ceremonial garments and the images of the church are similar to what we have in our Catholic churches. This church welcomes Christians of all denominations and people of different religions and gender identities (LGBT). The interview in one section of the video clip was shot in a spot in front of the Sacred Heart Cathedral, Chiang Mai, which may mislead some people to think that we, Catholics, support this view or concept. For this reason we would like to clarify that:

1. This church does not belong to the Catholics.
2. The Catechism of the Catholic Church teaches that “homosexual acts are contrary to natural law. They close the sexual act to the gift of life…Under no circumstances can they be approved.” (CCC 2357)
3. People with homosexual tendencies “must be accepted with respect, compassion and sensitivity.” (CCC 2358)
4. “Homosexual persons are called to chastity. By the virtues of self-mastery that teach them inner freedom, at times by the support of disinterested friendship, by prayer and sacramental grace, they can and should gradually and resolutely approach Christian perfection.” (CCC 2359)

We, Catholics, welcome homosexual people who come to church with respect and sympathy. However, we refuse to accept matters that pertain to “same-sex life partners”, which signifies that we do not accept such form of sexual activity and that same-sex wedding ceremonies are not allowed.

Please be informed accordingly.

Bishop Francis Xavier Vira Arpondratana
Chiang Mai Diocese

จดหมายถึงพี่น้อง (25 กันยายน 2020)

เนื่องจาก โบสถ์สีรุ้งสําหรับคนทุกเพศ…เชียงใหม่ (AII Saints Chiang Mai) ได้ออกคลิปเผยแพร่ โดย SPECTRUM ว่ามีบาทหลวง 1 คน และสังฆานุกร (แต่งงาน) ชาวอังกฤษ 1 คน มาอยู่ที่เชียงใหม่ บาทหลวงและสังฆานุกรใส่ชุดในพิธี และภาพในโบสถ์เหมือนของเรา ต้อนรับชาวคริสต์ ทุกนิกาย ทุกศาสนา ทุกเพศ (LGBT) บทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งได้ใช้บริเวณหน้าอาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่ด้วย ซึ่งอาจทําให้บางคนเข้าใจผิด คิดว่าเราคาทอลิก สนับสนุน แนวความคิดนี้ เราจึงขอชี้แจงว่า


1. โบสถ์นี้ไม่ใช่ของชาวคริสต์คาทอลิก
2. ในหนังสือคําสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก สอนว่า “ พฤติกรรมความใคร่ต่อเพศเดียวกัน เป็นพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติ ไม่ยอมให้กิจกรรมทางเพศเป็นการให้ชีวิต…พฤติกรรมนี้จึงไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ” (CCC 2357)
3. “บุคคลเหล่านี้จึงควรได้รับความเคารพ ความเห็นใจ และความอ่อนโยน” (CCC 2358)
4. “บุคคลที่มีความใคร่เพศเดียวกัน ก็ได้รับเรียกให้มีความบริสุทธิ์ด้วย… อาศัยคุณธรรม การควบคุมตนเอง ซึ่งสอนเขาให้มีอิสรภาพภายใน และบางครั้งอาศัยความช่วยเหลือของมิตรภาพที่ไม่เห็นแก่ตัว อาศัยการอธิษฐานภาวนา และพระหรรษทานของศีลศักดิ์สิทธิ์ก็อาจ และต้องตั้งใจจริง ค่อยๆเข้ามาถึงความครบครันแบบคริสตชนให้ได้ด้วย (CCC 2359)

เราคาทอลิกยินดีต้อนรับบุคคลที่มีความรักใคร่เพศเดียวกันเข้าวัด ด้วยความเคารพ เห็นใจ แต่ไม่ยอมรับเรื่อง”คู่ชีวิต” คือไม่ยอมรับกิจการทางเพศเช่นนี้ และไม่สามารถประกอบพิธีแต่งงานให้ได้

จึงเรียนมาเพื่อทราบ


บิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
สังฆมณฑลเชียงใหม่

จดหมายถึงพี่น้อง (25 กันยายน 2020)

จดหมายถึงพี่น้อง (25 กันยายน 2020)

เนื่องจาก โบสถ์สีรุ้งสําหรับคนทุกเพศ…เชียงใหม่ (AII Saints Chiang Mai) ได้ออกคลิปเผยแพร่ โดย SPECTRUM ว่ามีบาทหลวง 1 คน และสังฆานุกร (แต่งงาน) ชาวอังกฤษ 1 คน มาอยู่ที่เชียงใหม่ บาทหลวงและสังฆานุกรใส่ชุดในพิธี และภาพในโบสถ์เหมือนของเรา ต้อนรับชาวคริสต์ ทุกนิกาย ทุกศาสนา ทุกเพศ (LGBT) บทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งได้ใช้บริเวณหน้าอาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่ด้วย ซึ่งอาจทําให้บางคนเข้าใจผิด คิดว่าเราคาทอลิก สนับสนุน แนวความคิดนี้ เราจึงขอชี้แจงว่า


1. โบสถ์นี้ไม่ใช่ของชาวคริสต์คาทอลิก
2. ในหนังสือคําสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก สอนว่า “ พฤติกรรมความใคร่ต่อเพศเดียวกัน เป็นพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติ ไม่ยอมให้กิจกรรมทางเพศเป็นการให้ชีวิต…พฤติกรรมนี้จึงไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ” (CCC 2357)
3. “บุคคลเหล่านี้จึงควรได้รับความเคารพ ความเห็นใจ และความอ่อนโยน” (CCC 2358)
4. “บุคคลที่มีความใคร่เพศเดียวกัน ก็ได้รับเรียกให้มีความบริสุทธิ์ด้วย… อาศัยคุณธรรม การควบคุมตนเอง ซึ่งสอนเขาให้มีอิสรภาพภายใน และบางครั้งอาศัยความช่วยเหลือของมิตรภาพที่ไม่เห็นแก่ตัว อาศัยการอธิษฐานภาวนา และพระหรรษทานของศีลศักดิ์สิทธิ์ก็อาจ และต้องตั้งใจจริง ค่อยๆเข้ามาถึงความครบครันแบบคริสตชนให้ได้ด้วย (CCC 2359)

เราคาทอลิกยินดีต้อนรับบุคคลที่มีความรักใคร่เพศเดียวกันเข้าวัด ด้วยความเคารพ เห็นใจ แต่ไม่ยอมรับเรื่อง”คู่ชีวิต” คือไม่ยอมรับกิจการทางเพศเช่นนี้ และไม่สามารถประกอบพิธีแต่งงานให้ได้

จึงเรียนมาเพื่อทราบ


บิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
สังฆมณฑลเชียงใหม่

A Letter to Our Brothers and Sisters (25th September 2020)

The video clip of the Rainbow Church for all Genders in Chiang Mai (All Saints Chiang Mai) published by Spectrum showed that their community has a priest and a married deacon, both British who came to stay in Chiang Mai. The priest and the deacon are shown wearing ceremonial garments and the images of the church are similar to what we have in our Catholic churches. This church welcomes Christians of all denominations and people of different religions and gender identities (LGBT). The interview in one section of the video clip was shot in a spot in front of the Sacred Heart Cathedral, Chiang Mai, which may mislead some people to think that we, Catholics, support this view or concept. For this reason we would like to clarify that:

1. This church does not belong to the Catholics.
2. The Catechism of the Catholic Church teaches that “homosexual acts are contrary to natural law. They close the sexual act to the gift of life…Under no circumstances can they be approved.” (CCC 2357)
3. People with homosexual tendencies “must be accepted with respect, compassion and sensitivity.” (CCC 2358)
4. “Homosexual persons are called to chastity. By the virtues of self-mastery that teach them inner freedom, at times by the support of disinterested friendship, by prayer and sacramental grace, they can and should gradually and resolutely approach Christian perfection.” (CCC 2359)

We, Catholics, welcome homosexual people who come to church with respect and sympathy. However, we refuse to accept matters that pertain to “same-sex life partners”, which signifies that we do not accept such form of sexual activity and that same-sex wedding ceremonies are not allowed.

Please be informed accordingly.

Bishop Francis Xavier Vira Arpondratana
Chiang Mai Diocese

ที่ ชม.172/2020 เชิญร่วมสัมมนาเรื่องบทประจํามิสซา ภาษาโม้ง

ที่ ชม.172/2020 เชิญร่วมสัมมนาเรื่องบทประจํามิสซา ภาษาโม้ง

ที่ ชม.172/2020
28 สิงหาคม 2020

เรื่อง เชิญร่วมสัมมนาเรื่องบทประจํามิสซา ภาษาโม้ง
เรียน คุณพ่อ ครูคําสอน ชาวม้ง ที่นับถือ

         เนื่องจากคุณพ่อชาคริต แซ่ท้าว (คณะมหาไถ่) ได้ให้พ่อรับรองหนังสือบทประจํามิสซาภาษาโม้ง เมื่อ พฤษภาคม ค.ศ. 2018 ก่อนที่จะไปสหรัฐอเมริกา สองปีที่ผ่านมา คุณพ่อ คณะ OMI ที่ทํางานกับชาวโม้งที่เขตแพร่ธรรมเข็กน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ (สังฆมณฑลนครสวรรค์) ได้เคยขอให้สังฆมณฑลเชียงใหม่จัดการสัมมนาพระสงฆ์ นักบวช และครูคําสอนชาวม้ง เกี่ยวกับพิธีกรรมเพื่อให้มีเอกภาพยิ่งขึ้น

         วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมาพ่อได้ประชุมกับ คุณพ่อ อาทิตย์ มิ่งขวัญเจริญกิจ ปัจจุบันเป็น ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระมหาไถ่ (ศูนย์โม้งคาทอลิก) จังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเห็นสมควร เชิญพระสงฆ์ นักบวช ครูคําสอน และผู้เชี่ยวชาญภาษาวัฒนธรรมโม้ง มาสัมมนา วันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 ที่ ศูนย์มิสซังเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. พิจารณาการใช้หนังสือบทประจํามิสซา ภาษาม้ง ให้เป็นที่ยอมรับในเขตสังฆมณฑลนครสวรรค์ เชียงใหม่ และเชียงราย

2. พิจารณาพิธีกรรม และบทสวดภาษาม้ง บางบทตามที่ประชุมเสนอ

         ผู้เข้าร่วมประชุม คือบรรดาพระสงฆ์ นักบวช ครูคําสอนชาวม้ง และผู้เชี่ยวชาญภาษาวัฒนธรรมโม้ง ประมาณ 30 คน พ่อขอประชาสัมพันธ์ล่วงหน้านานๆ และ เพิ่งจะเชิญคุณพ่อชาคริต แซ่ท้าว ด้วย และกําหนดการจะตามมา

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอพระอวยพร

(ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
พระสังฆราชสังฆมณฑลเชียงใหม่
[email protected]

บทไตร่ตรองของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เรื่อง การแสดงออกต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

บทไตร่ตรองของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เรื่อง การแสดงออกต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

บทไตร่ตรองของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เรื่อง การแสดงออกต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

ผู้นํา ผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ นักการศึกษาทุกท่าน

          สังคมปัจจุบันที่มีความเปราะบางและอ่อนไหว เป็นความท้าทายที่โรงเรียนคาทอลิกพึงไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ทางสังคมอันจะมีผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อโรงเรียนและนักเรียน โรงเรียนคาทอลิกยังยึดมั่นในอัตลักษณ์ความเป็นโรงเรียนคาทอลิกในการดําเนินการใด ๆ โดยเฉพาะในภาวะพิเศษเช่นนี้

          ข้อแรก การให้ความเคารพคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งโรงเรียน คาทอลิกให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ แสดงออกอย่างสร้างสรรค์เพื่อ ประโยชน์ส่วนรวม บนพื้นฐานความเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ หล่อหลอมทั้งทางสติปัญญาและจิตวิญญาณ ให้นักเรียนเติบโต มีสติ และตระหนักรู้ในความรับผิดชอบของตน

        ข้อ 2 โรงเรียนคาทอลิกตระหนักในหน้าที่ให้การศึกษาแก่นักเรียนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงระบอบการ ปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิ เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน นักเรียนพึงมีโอกาสเติบโตขึ้นด้วยสํานึกแห่งความรับผิดชอบ เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ พร้อมที่จะอุทิศตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เหนือประโยชน์ส่วนตน

        ข้อ 3 บรรยากาศของการเรียนรู้ของโรงเรียนคาทอลิกอบอวลไปด้วยคุณค่าพระวรสาร ด้วยคุณภาพของ ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน และระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง ด้วยความใส่ใจที่ครูทุ่มเทให้กับนักเรียนที่มีความแตกต่างหลากหลาย การเปิดกว้างต่อการเสวนาแลกเปลี่ยนด้วยความเคารพในความคิดเห็นและเท่าเทียม นําสู่การปฏิสัมพันธ์และความร่วมมือด้วยจิตตารมณ์แห่งอิสรภาพและความรักใส่ใจ

          ข้อ 4 ในภาวะพิเศษเช่นนี้ ผู้นํา ผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ นักการศึกษาของโรงเรียนคาทอลิกพึ่งอุทิศตน ทุ่มเทยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการสานสัมพันธ์กับนักเรียนเป็นรายบุคคล รับฟังแบบเปิดใจ เปิดโอกาสในการแสดงออก โดยเคารพสิทธิของผู้อื่น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งเสนอมุมมองที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึง ความจริง ความดี และความงามที่แท้จริง อันเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เจริญเติบโต พัฒนาสมรรถภาพและพรสวรรค์ของเขา

          การให้การศึกษาจําเป็นต้องทํางานด้วยความหวังและความเชื่อมั่น การให้การศึกษาเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ ทางสังคมอยู่เสมอ จึงควรตระหนักถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น การให้การศึกษายังหมายถึงการร่วมทางกับนักเรียนในการ แสวงหาความจริงและความงาม สําหรับสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม ประสิทธิภาพของการทํางานร่วมกันเกิดขึ้นได้จากการมีคุณค่าร่วมกันและการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์
เลขาธิการ
สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
24 สิงหาคม ค.ศ. 2020

สาส์นเวียนจากสภาฯ ที่ สสท. 86/2020 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบโศกนาฏกรรมประเทศเลบานอน

สาส์นเวียนจากสภาฯ ที่ สสท. 86/2020 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบโศกนาฏกรรมประเทศเลบานอน

สาส์นเวียนจากสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ที่ สสท. 86/2020
เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบโศกนาฏกรรมประเทศเลบานอน

พระคุณเจ้า คุณพ่อ อธิการคณะนักบวชชาย-หญิง และพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน

          ตามที่ได้เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ณ ท่าเรือในกรุงเบรุตเมืองหลวงของประเทศเลบานอน แรงระเบิดครั้งประวัติศาสตร์มีความรุนแรงเทียบเท่ากับแผ่นดินไหวที่มีขนาด 4.5 ริกเตอร์สร้างความเสียหายไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร ยังผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจํานวนมาก อาคารบ้านเรือนและสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง มีชาวเลบานอนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยทันทีกว่าสามแสนคน ในจํานวนนี้มีเด็กราวแปดหมื่นคน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนที่อยู่อาศัยชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์สําหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วย

          องค์กรคาริตัสเลบานอน (หน่วยงานเมตตาสงเคราะห์ของคาทอลิก) กําลังดําเนินงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในนามของพระศาสนจักรท้องถิ่น ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการกุศลต่างๆ ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว แต่ด้วยความรุนแรงของความเสียหายจากเหตุระเบิดครั้งนี้ ความช่วยเหลือจากพี่น้องเพื่อนมนุษย์ยังคงมีความจําเป็นอย่างมาก

          สภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยรับทราบถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่พี่น้องคริสตชนคาทอลิก กําลังประสบอยู่เช่นเดียวกับผู้คนทั่วไป แต่ก็พิจารณาเห็นว่าสภาพความเป็นไปที่พี่น้องเพื่อนมนุษย์ชาวเลบานอนที่กําลังประสบเคราะห์กรรมอันหนักหน่วงดังที่กล่าวข้างต้น จึงวอนขอความร่วมมือจากทุกสังฆมณทล คณะนักบวชชาย-หญิง หน่วยงาน กลุ่มองค์กรคาทอลิกและพี่น้องคริสตชนผู้มีน้ำใจดีทั้งหลายได้แสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อพี่น้องร่วมโลกของเราที่ประสบกับ ความทุกข์ยากลําบาก “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทําสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทําสิ่งนั้นต่อเรา…” (มธ. 25:40) ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องได้ร่วมกันภาวนาขอพระเจ้าโปรดบรรเทาใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบและดลบันดาลให้ สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนบริจาคปัจจัยให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องเพื่อนมนุษย์ของพวกเราตามกําลัง ความสามารถ สําหรับท่านที่ประสงค์จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือในเมตตาจิตแบ่งปันตามกําลังความสามารถเพื่อเห็นแก่ความรัก ต่อพระเยซูคริสต์ในพี่น้องผู้ประสบเคราะห์กรรมเหล่านี้ ท่านสามารถส่งปัจจัยมายัง

เช็คสั่งจ่าย : สภาพระสังฆราชฯ CARITAS THAILAND
โอนเงิน : สภาพระสังฆราชฯ CARITAS THAILAND (บรรเทาฯ)
ธนาคารทหารไทย สาขาสุรวงศ์
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ : 078-2-35187-8

          โดยสภาประมุขฯ จะรวบรวมปัจจัยที่ได้รับทั้งหมด ส่งไปยังพระศาสนจักรในประเทศเลบานอนตามลําดับต่อไป ขอพระเจ้าโปรดตอบแทนในน้ำใจดีของทุกท่าน ที่ร่วมมือกันช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องของเราที่ยากลําบากและขอพระเจ้าโปรดอวยพรและบรรเทาใจแก่เพื่อนพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วย

ขอพระเจ้าอํานวยพร
(พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช)
ประธานสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

(บิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
ประมุขแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่
เลขาธิการสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

หมายเหตุ – กรุณาส่งเอกสารสําาเนาการโอนเงินมาที่ 0-2681-3900 ต่อ 1502 (วงเล็บ “ช่วยเหลือระเบิดเบรุต”)

ประกาศเลขที่ ชม. 100/2020 เรื่อง อนุญาตให้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์

ประกาศเลขที่ ชม. 100/2020

เรื่อง อนุญาตให้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์

หลังจากที่ได้มีการพิจารณาร่วมกันกับคณะที่ปรึกษาพระสังฆราชฯ เรื่องการอนุญาตให้ สังฆานุกรบวชเป็นพระสงฆ์นั้น มีมติให้

1. สังฆานุกร เปาโล พิชิต จําปาพยุง               สัตบุรุษวัดนักบุญเปาโล นาเกียน
2. สังฆานุกร มัทธิว ธรรมชาติ ชอบพงไพร   สัตบุรุษวัดนักบุญยอห์น อัครสาวก แม่เหาะ
3. สังฆานุกร คริสโตเฟอร์ นนทชัย ริทู          สัตบุรุษวัดนักบุญยอห์น บัปติสต์ แม่โถ
4. สังฆานุกร โทมัส เธียรชัย สงวนไพรวัลย์   สัตบุรุษวัดอัครเทวดาราฟาแอล ขุนแปะ

มีความเหมาะสม ที่รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ เราจึงอนุญาตให้บวชเป็นพระสงฆ์ได้ พิธีบวชจะมีขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ.2020 ณ อาสนวิหาร พระหฤทัยเชียงใหม่ เวลา 10.00 น.

ประกาศ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ.2020 สํานักพระสังฆราชสังฆมณฑลเชียงใหม่

(บิชอป ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
สมณประมุขศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

(บาทหลวง ยอแซฟ ศราวุธ แฮทู)
เลขาธิการศาสนปกครองเขตเชียงใหม่

สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย แถลงการณ์นโยบายมาตรฐานในการปกป้องคุ้มครองเด็ก/ผู้เยาว์

สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
แถลงการณ์นโยบายมาตรฐานในการปกป้องคุ้มครองเด็ก/ผู้เยาว์

1. สมาชิกทุกท่านของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยตระหนักและเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิของเด็ก/ผู้เยาว์ กล่าวคือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีและพร้อมที่จะสร้างหลักประกันให้พวกเขามีความปลอดภัยและชีวิตที่ดี สมาชิกทุกท่านของสภาพระสังฆราชฯ และผู้ร่วมงานในแต่ละสังฆมณฑลรวมทั้งคณะนักบวชชายหญิงแต่ละคณะในประเทศไทยมีหน้าที่ต้องสร้าง หลักประกันว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก/ผู้เยาว์ และคนผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ (VULNERABLE PERSONS)*
เช่นคนพิการทุกประเภท จะต้องได้รับความเคารพ

2. ในหน่วยงานฝ่ายต่างๆ ที่สังกัดภายใต้สภาพระสังฆราชฯ และในองค์กรต่างๆของแต่ละสังฆมณฑลรวมถึงคณะนักบวชชายหญิงตระหนักและยืนยันว่าเด็กผู้เยาว์แต่ละคนควรได้รับ ความรักและเมตตาดุจของขวัญจากพระเจ้าซึ่งเด็ก/ผู้เยาว์เหล่านั้นมีสิทธิตามธรรมชาติในศักดิ์ศรีซึ่งจะต้องได้รับความเคารพ ได้รับการหล่อเลี้ยง และได้รับการปกป้องคุ้มครองจาก
ทุกคน

3. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ และสังฆมณฑลทุกเขตปกครอง รวมทั้งคณะนักบวชชาย-หญิงทุกคณะพร้อมที่จะทําทุกอย่างเพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการทําพันธกิจของตนที่นํามาซึ่งสวัสดิภาพของเด็ก/ผู้เยาว์ ตลอดจนคนผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถฯ ซึ่งอยู่ในสภาวะล่อแหลมอันอาจจะได้รับอันตราย

4. สําหรับผู้ที่ดูแลเด็ก/ผู้เยาว์ขั้นประถมวัยในแต่ละสังฆมณทล สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ สนับสนุนและให้คุณค่าการมีส่วนร่วมของเด็ก/ผู้เยาว์ในการร่วมศาสนพิธีและกิจกรรมต่างๆ ที่จะเอื้อต่อการพัฒนาชีวิตฝ่ายจิต สังคม อารมณ์ และสติปัญญาของพวกเขา

5. ณ ศาสนสถาน สถาบันการศึกษา อันได้แก่วัด โรงเรียน สถานสังคมสงเคราะห์ ศูนย์เด็กเยาวชนคาทอลิก และ สถานที่อํานวยความสะดวกฝ่ายสังคมต่างๆซึ่งเป็นพันธกิจในประเทศไทย สภาพระสังฆราชฯ ขอร้องให้ใส่ใจเป็นพิเศษต่องานอภิบาลและสวัสดิการของเด็กและผู้เยาว์ที่อยู่ภายใต้การแนะนําดูแลของพวกท่าน

6. นโยบายมาตรฐานฉบับนี้ยึดมั่นอยู่กับหลักการและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆของพระศาสนจักร ทั้งจากสันตะสํานักและจากผู้รับผิดชอบและมีอํานาจการตัดสินใจในพระศาสนจักรท้องถิ่น รวมถึงข้อกฎหมายและข้อแนะนําแนวทางปฏิบัติต่างๆของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง และขณะเดียวกันก็ตื่นตัวอยู่เสมอกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านั้น

7. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ และพระศาสนจักรท้องถิ่นในประเทศไทยตั้งใจที่จะปฏิบัติในเชิงรูปธรรม ดังนี้

7.1 ต้องพยายามอย่างที่สุดที่จะสร้างหลักประกันว่าเด็ก/ผู้เยาว์ และตลอดจน คนผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถฯ ซึ่งอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันจะได้รับอันตรายต้องได้รับการเอาใจใส่เป็นอันดับแรกและได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพโดยให้สิทธิของพวก เขาได้รับการปกป้องคุ้มครองและสวัสดิการของพวกเขาได้รับการส่งเสริม

7.2 ต้องลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของเด็ก/ผู้เยาว์และตลอดจนคนผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถฯ ซึ่งอยู่ในสภาวะล่อแหลมอันอาจจะได้รับอันตราย

7.3 ต้องสร้างหลักประกันว่าสมาชิกทุกคนของสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ และ ผู้ร่วมงานในสังฆมณฑลต่างๆ รวมทั้งนักบวชชาย-หญิงทุกคณะ จะได้รับการตรวจสอบ การรับสมัครเข้าทํางาน คัดเลือก อบรม สนับสนุน และมีการควบคุมดูแลด้วยความเอาใจใส่

7.4 ต้องให้การเอาใจใส่ดูแลอย่างเหมาะสมต่อเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางเพศ ทางร่างกาย ทางอารมณ์ หรือจากการถูกปล่อยปละละเลย

7.5 ต้องให้การอบรมที่เหมาะสมสําหรับสมาชิกและเพื่อนร่วมงานทุกคนในองค์การ

7.6 ต้องทํางานแบบมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจเกี่ยวข้องเพื่อจัดการกับข้อกล่าวหาต่างๆอย่างรวดเร็ว ชอบธรรม และอย่างมีประสิทธิผล โดยเฉพาะปฏิบัติตามกระบวนการสอบสวนซึ่งสอดคล้องกับประมวลกฎหมายพระศาสนจักร ในมาตรา 1717-1719 และ มาตรา 695 รวมทั้งข้อปฏิบัติที่ออกโดยสันตะสํานัก

7.7 ต้องทําให้นโยบายมาตรฐานนี้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง เข้าถึงภาคปฏิบัติได้ เข้าใจกันดีในสาระ และนําไปใช้ในกระบวนการและการดําเนินคดีซึ่งจะช่วยทําให้เด็ก/ผู้เยาว์ และตลอดจนคนผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในสภาวะเสี่ยงอัน อาจจะได้รับอันตราย มีความปลอดภัยซึ่งเรามีความเกี่ยวข้องในพันธกิจในพระศาสนจักรของพวกเรา

7.8 ต้องทํางานร่วมกันกับคณะกรรมาธิการการปกป้องคุ้มครองเด็ก/ผู้เยาว์ ระดับชาติที่ได้จัดตั้งขึ้น และปฏิบัติตามคู่มือหรือแนวทางที่สภาพระสังฆราชฯ ให้การรับรองตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2012 และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016

7.9 ต้องจัดวันอธิษฐานภาวนาและจัดกิจกรรมอันเหมาะสมเพื่อการเยียวยารักษาผู้ที่เป็นเหยื่อของการถูกล่วงละเมิดประเภทต่างๆ ซึ่งสภาพระสังฆราชฯได้กําหนด ให้เป็นวันที่ 6 กรกฎาคม ของทุกปี โอกาสระลึกถึง นักบุญมารีอา กอเร็ตตี (Saint Maria Goreti)

ประกาศ วันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2016


CONFERENTIA EPISCOPALIS THAILANDIAE
(พระคาร์ดินัล ฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช)
ประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และประธานสภาพระสังฆราชฯ

(พระอัครสังฆราช หลุยส์ จําเนียร สันติสุขนิรันดร์)
ประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง

(พระสังฆราชโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล)
ประมุขแห่งสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี และรองประธานสภาพระสังฆราชฯ

(พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์)
ประมุขแห่งสังฆมณฑลนครราชสีมา และเลขาธิการสภาพระสังฆราชฯ

(พระสังฆราช ยอห์น บอสโก ปัญญา กฤษเจริญ)
ประมุขแห่งสังฆมณฑลราชบุรี และเหรัญญิกสภาพระสังฆราชฯ

Pastoral Letter Regarding “Promoting Communities of Missionary Disciples”

(English Translation of the Original Text in Thai Language)
Prot. No. CM089/2020

Pastoral Letter Regarding
“Promoting Communities of Missionary Disciples”         

        Dear brother priests, men and women religious, pastoral council members, catechists and the laity,

          After the celebration of the 350th Anniversary of the Mission of Siam (Apostolic Vicariate of Siam, 4 June 1669-2019) and welcoming His Holiness Pope Francis (20-23 November 2019), which brought joy to all of us, a question came about “So what shall we do next?” After these two events, the Catholic Bishops’ Conference of Thailand subsequently communicated this pastoral message on 4 June 2020 with the response to “Promote Communities of Missionary Disciples”.

          The Coronavirus outbreak in the previous 2-3 months also brought about a positive effect, which is the improvement in the state of our nature and environment. We are all required to undergo quarantine “stay at home and stop the spread of the virus for the sake of the nation” for the common good. However, the consequential negative impact of this situation resulted to unemployment, lack of income, stress, etc. We are forced to depend on the aid provided by the government and other agencies and organizations. Nonetheless our brothers and sisters from many villages were able to share their produce of rice, vegetables, fruits, etc. and helped others in an impressive manner.

          The Chiang Mai Diocese also felt the adverse effects of this present reality. As a consequence, it is crucial to consider reducing the budget to cover the expenses of every parish for this year especially because of the drop in income from various sources. Therefore, in order for the Chiang Mai Diocese to continue its ministry, operation and services, it is necessary for us to save or economize, seek to be self-sufficient as much as possible and help each other through the following:

  1. Economize on Project Costs – we reduce costs and other expenses related to various projects according to the actual situation
  2. Reduce Mission Center Costs and Expenses – consider reducing the costs and expenses that the Mission Center incur to support churches, children and youth centers and catechetical center by encouraging Catholic communities in villages to provide more financial help to the different centers for children, young people and seminarians of their own parish
  3. Offer Mass Intentions – we request our brothers and sisters to help offer Masses celebrated in the church for your particular intentions. We encourage each family to offer a Mass at least once a month.

          After putting into consideration the situation of each parish according to the number of faithful and its living conditions, we classified all parishes into 3 categories:

          Category 1 includes parishes with parochial schools. They are self-sufficient and they can provide financial help for the Diocese. (3 parishes)

          Category 2 includes large parishes with a big number of parishioners, which are self-sufficient. (21 parishes)

          Category 3 includes parishes with a small number of parishioners. They depend on the Diocese for subsistence. (9 parishes)

          Promoting the community of missionary disciples relies on basic ecclesial communities.

  1. Conduct a statistical survey of all baptized Catholics in the parish, migrants and foreigners who come to church
  2. Study and learn from the Apostolic Exhortation of His Holiness Pope Francis, Joy of the Gospel (Evangelii Gaudium), and the encyclical letter Laudato Si on care for our common home.
  3. Promote the “establishment of the community of missionary disciples” for lay people, catechists, Catholic community leaders and young people.
  4. Implement pastoral care to promote family life and preparation for matrimony
  5. Provide formation and training on “promoting the community of missionary disciples” among children and youth who reside in our Catholic centers.

          In this regard, we request our brother priests, men and women religious, parish pastoral councils, Catholic community leaders and catechists to join together in creating a “civilization of love” in our communities and in our villages.

          Signed this 9th of June 2020.

Bishop Francis Xavier Vira Arpondratana
Bishop of Chiang Mai Diocese

Rev. Joseph Saravuth Haeto
Chancellor of Chiang Mai Diocese              

Category 1 Parishes with parochial schools. They are self-sufficient and they can provide financial help for the Diocese.

  1. Sacred Heart Cathedral, Chiang Mai
  2. Our Lady of Lourdes Church, Lampang
  3. Michael Garicoits Church, Chiang Dao

Category 2 Large parishes with a big number of parishioners, which are self-sufficient.

  1. Francis of Assisi Church, Lamphun
  2. Regina Pacis, Chae Hom
  3. Assumption Church, Mae Pon
  4. Paul Church, Huai Tong
  5. Patrick Church, Pa Toeng
  6. Our Lady of Perpetual Help Church, Pa Fang
  7. Our Lady of Perpetual Help Church, Din Khao
  8. Archangel Raphael Church, Khun Pae
  9. Our Lady of the Miraculous Medal Church, Mae Taeng
  10. Immaculate Conception Church, Muang Ngam
  11. Holy Family Church, Huai Bong
  12. Epiphany Church, Fang
  13. Joseph Church, Samoeng
  14. John the Baptist Church, Mae Tho
  15. Paul Church, Mae Sariang
  16. Cecilia Church, Huai Ton Noon
  17. Peter Church, Khun Mae La
  18. Peter Church, Mae La Noi
  19. Blessed Virgin Mary Church, Nong Haeng
  20. Our Lady of the Rosary Church, Khun Yuam
  21. John the Apostle Church, Mae Ho

Category 3 Parishes with a small number of parishioners. They depend on the Diocese for subsistence.

  1. Holy Redeemer Church (Catholic Hmong Center)
  2. Church of St. Joseph the Worker, Mae Rim (Catechetical Center)
  3. Michael Garicoits Church, Chom Thong
  4. The Nativity of Our Lady Church, Om Ko-i
  5. Paul Church, Nakian
  6. Theresa of Calcutta Church, Pai
  7. Francis Xavier Church, Mae Hong Son
  8. Genoveva Church, Napape
  9. Lorenzo Ruiz Church, Mae Hat